วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2020 ระลึกถึงนักบุญมากาเร็ต แห่งสก็อตแลนด์ นักบุญเยอร์ทรู๊ด พรหมจารี

 

 

จิตใจของข้าเอ๋ย 

จงกตัญญูต่อพระเจ้าของเจ้า....

จงระลึกถึงสิ่งดีที่ทรงทำเพื่อเจ้า...ครั้งแล้วครั้งเล่า

จงตอบแทนพระคุณ ...

ด้วยความรัก ...สิ้นสุดจิตใจ

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2020

ระลึกถึงนักบุญมากาเร็ต แห่งสก็อตแลนด์ 

นักบุญเยอร์ทรู๊ด พรหมจารี

https://youtu.be/ZStzz_-z6C4

 

https://youtu.be/lcWyucy7nn8

 

ใจข้าแสวงหา

http://youtu.be/zTeLKPG2QkQ

 

 

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2020

ระลึกถึงนักบุญมากาเร็ต แห่งสก็อตแลนด์ 

นักบุญเยอร์ทรู๊ด พรหมจารี

อ่าน :

วว 1:1-4,2:1-5ก 

ลก 18:35-43

 

ความเชื่อ ทำให้บารทิเมอัส ชายตาบอด

ไม่ละความพยายาม ที่จะร้องเรียกหา พระเยซูเจ้า 

เพื่อวอนขอการรักษาให้ดวงตามองเห็น 

เพียงแค่ได้ยินว่า ... พระองค์กำลังเสด็จผ่านมา

 

วิวรณ์ กล่าวถึง ประสบการณ์ของการเห็น 

ทั้งของพระเยซูเจ้า และยอห์น เพื่อจะเป็นพยาน

ซึ่งยอห์น ได้ยืนยันถึงผู้ที่ได้อ่าน ฟัง พระวาจา

แล้วนำไปปฎิบัติตาม ด้วยความพยายาม

ย่อมพบความสุข

 

แม้จะประสบกับวิถีชีวิตที่ยากลำบาก 

เพื่อจะรักษาความเชื่อให้มั่นคงนั้น

นักบุญมากาเร็ต ได้พยายามเป็นตัวอย่างที่ดี 

ให้กับสมาชิกในครอบครัว และคนรอบข้าง 

ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรในการติดต่อกับทุกคน 

 

ส่วนนักบุญเยอร์ทรู๊ด พบว่า พื้นฐานชีวิต

ความเชื่อที่มั่นคง มาจากการร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ 

อ่าน ฟัง รำพึง ถึงพระวาจาของพระเจ้า

 

หมายเหตุ...

แม้ว่าทุกความพยายาม อาจจะไม่ ประสบความสำเร็จ

แต่ที่แน่ ๆทุกความสำเร็จ มาจากความพยายาม

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 20 สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน วว 1:1-4,2:1-5ก  / ลก 18:35-43

คนตาบอดคนหนึ่ง คนขาพิการคนหนึ่ง เมื่อจับมือไปด้วยกัน คนตาบอดมองไม่เห็นทาง ได้แค่คลำทางไปข้างหน้า ดังนั้น จึงไปได้ช้ามาก คนขาพิการ ก็มีขาที่มีปัญหา ดังนั้นเดินบนถนนก็ช้ามากเช่นเดียวกัน เมื่อทั้งสองเดินไป จู่ๆ คนตาบอดก็พูดขึ้นมาว่า “ถ้าหากตาของฉันไม่บอดก็จะดี เพราะด้วยเรี่ยวแรงของขาทั้งสองข้าง ข้าจะเป็นนักกีฬาที่ดีได้แน่ๆ แต่ตอนนี้แค่จะเดินยังมีปัญหาเลย ” คนขาพิการได้ยินคนตาบอดพูดแบบนั้น รู้สึกเศร้าเสียใจอยู่ข้างๆ และพูดว่า “ตาของข้ากลับดีมาก มองเห็นอย่างชัดเจน แต่แล้วยังไงเล่า ขาของข้ามีปัญหาเดินไม่ได้เร็วเหมือนเจ้า ” ในเวลานั้นเองผู้ปราดเปรื่องผู้หนึ่งเดินผ่านพวกเขาไป และกล่าวกับพวกเขาว่า “ท่านทั้งสองต่างคนต่างมีข้อดีของตัวเอง หากท่านสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้ ปัญหาทั้งหมดก็จะถูกแก้ไขไปแล้วใช่หรือไม่” คนตาบอดและคนขาพิการเข้าใจถึงคำพูดของผู้ปราดเปรื่องอย่างรวดเร็ว คนตาบอดก้มตัวลงและแบกคนพิการขึ้นหลัง คนขาพิการรับผิดชอบในการชี้นำทาง ส่วนคนตาบอดรับผิดชอบในการเป็นตัววิ่งไปตามทางที่บอก พอทั้งได้เรียนรู้จุดแข็งและนำมาประสานกัน ทั้งสองก็ได้ความรวดเร็วในการก้าวไปข้างหน้าได้ไม่น้อยเลย "ดวงตา...แม้มองเห็นก็คงไร้ประโยชน์ ถ้าใจมืดบอด" คน "ใจบอด" มองไม่เห็น "ความดี" ของคนอื่น  และมองไม่เห็น "ข้อเสีย" ของตนเอง สิ่งจะงาม ... อยู่กับใจ บอดที่ใจเห็นไปอย่างไรไม่มีวันงาม โลกจะสวยนั้นสวยไปตาม จิตที่งามมองโลกสดใสไปในทางดี...

ในเรื่องพระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์รักษาคนตาบอด ในพระวรสารวันนี้ ลูกาต้องการที่จะบอกว่า คนตาบอดไม่เพียงแต่ได้ดวงตากลับมาเท่านั้น แต่หัวใจของเขาก็เปิดออก จึงมองเห็นสิ่งดีงามต่างๆ ดูเหมือนว่าท่านต้องการที่จะบอกเราว่า “จงเปิดตาของท่าน และมองดูพระเยซูเจ้า  ที่ทรงทำสิ่งดีดีมากมายเพื่อท่าน และด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จะได้เสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อพลีชีวิตเป็นเครื่องบูชา ในฐานะเป็นชุมพาน้อย ที่ได้หลั่งพระโลหิต เพื่อช่วยท่านให้พ้นจากบาปและความมืด...ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกยินดีร้องหาพระองค์เหมือนชายตาบอดคนนั้น โดยไม่สนใจคนรอบข้างที่บ่นว่าลูกแต่อย่างใด.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)