วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2020 ระลึกถึง น.มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช

 

 จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า

เพราะพระองค์พระทัยดี

จงขอบคุณพระเจ้า สำหรับวันนี้

จงขอบคุณพระเจ้า สำหรับทุกเหตุการณ์

จงขอบคุณพระเจ้า สำหรับทุกสิ่งที่เราไม่รู้ ไม่เข้าใจ

เพราะท้ายสุดแล้ว พระเจ้าคือ ผู้ดูแลชีวิตของเรา ..

 

บทอ่านประจำวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2020

ระลึกถึง น.มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช

https://youtu.be/P3BS3txWCGI

 

https://youtu.be/1FyJui4iVeU

 

Give Thanks

https://youtu.be/i4HwasWiV8U

 

 

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2020

ระลึกถึง น.มาร์ติน แห่งตูร์ พระสังฆราช

อ่าน :

ทต 3:1-7 

ลก 17:11-19

 

ความรัก ของพระเยซูเจ้า แสดงออก

ในการต้อนรับ ... คนโรคเรื้อนที่สังคมรังเกียจ 

ทั้ง ๆ ที่บางคน ก็ต่างความเชื่อ ต่างวัฒนธรรม

เพราะพระเยซูต้องการยืนยันว่า  “ความเชื่อ” มีส่วนสำคัญ

ที่จะทำให้หลุดพ้นจาก ปัญหา และความเจ็บป่วยทุกชนิด

 

นักบุญเปาโลย้ำว่า … เหตุผลเดียว..ที่พระคริสตเจ้า

ทรงช่วยมนุษย์ให้หลุดพ้นจากปัญหา 

ความยากลำบากต่าง ๆ คือ “ความรักมั่นคงของพระองค์”

.. เมื่อมนุษย์ หลุดรอดพ้นแล้ว จงพร้อมที่จะรักทุกคน 

ด้วยการทำความดีทุกอย่าง ไม่กล่าวร้ายใคร

หลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท มีความอดกลั้น 

สุภาพอ่อนโยน ต่อทุกคน

 

ด้วยความซื่อสัตย์ ต่อเสียงจากชีวิตภายในที่ได้รับ

นำท่านนักบุญมาร์ติน แห่งตูร์ ให้แสวงหาหนทาง

แห่งชีวิตที่มอบอุทิศตนและพระคริสตเจ้า 

หลังจากได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ รับการอภิเษกเป็น

พระสังฆราช แห่งตูร์ ได้มีบทบาทสำคัญ

ในการช่วยทำให้พระศาสนจักรในประเทศฝรั่งเศส

พัฒนา เจริญเติบโต

 

หมายเหตุ..

“ความรัก”...ดูเหมือนไม่มีราคา...ให้หาซื้อ

แต่มัน “มีค่า” มากกว่าสิ่งใด

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรับ หรือให้

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 20 สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ทต 3:1-7 / ลก 17:11-19

แผนการของสมาชิกสภาซันเฮดรินล้มเหลว เพราะพระเยซูเจ้าเสด็จไปเมืองเอฟราอิมทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยรูซาเล็ม และทรงอยู่ที่นั่นกับบรรดาอัครสาวก เพื่อให้ห่างไกลจากศัตรูที่ต้องการจะฆ่าพระองค์(ยน 11:54) แต่ใกล้จะถึงเทศกาลปัสกาปี ค.ศ. 33 แล้ว พระเยซูเจ้าจึงต้องออกเดินทางอีก โดยขึ้นไปทางเหนือผ่านสะมาเรียแล้วไปที่แคว้นกาลิลีเป็นครั้งสุดท้าย

ในช่วงแรก ๆ ขณะที่เดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงพบคนโรคเรื้อน 10 คน โรคนี้อาจส่งผลให้คนป่วยมีใบหูผิดรูปผิดร่าง หรือนิ้วมือนิ้วเท้ากุดไป (กดว 12:10-12) กฎหมายของพระเป็นเจ้าบอกว่าคนที่เป็นโรคเรื้อนต้องร้องตะโกนว่า “ไม่สะอาด ไม่สะอาด” และต้องแยกตัวอยู่ต่างหากจากคนทั่วไป (ลนต 13:45-46) คนโรคเรื้อน 10 คนเชื่อฟังกฎหมายจึงไม่เข้ามาใกล้พระเยซูเจ้า แต่ก็ร้องเสียงดังว่า “พระเยซู พระอาจารย์ โปรดสงสารพวกเราเถิด” เมื่อพระเยซูเจ้าเห็นพวกเขาก็พูดว่า “ จงไปแสดงตนแก่บรรดาสมณะเถิด” (ลก 17:13-14) การที่พระเยซูเจ้าทำแบบนี้แสดงว่าพระองค์ถือกฎหมายของพระเจ้า เพราะสมณะเท่านั้นที่มีสิทธิ์ประกาศว่าคนโรคเรื้อนนั้นสะอาดและหายเป็นปกติ หลังจากนั้น พวกเขาถึงจะกลับมาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ (ลนต 13:9-17)

คนโรคเรื้อนสิบคนเชื่อว่าพระเยซูเจ้ามีอำนาจทำการอัศจรรย์ พวกเขาจึงไปหาสมณะทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการรักษา แล้วระหว่างทาง  พวกเขารู้สึกว่าตัวเองหายโรค คนโรคเรื้อนที่หายเป็นปกติเก้าคน แยกย้ายไป แต่คนที่สิบซึ่งเป็นคนสะมาเรียย้อนกลับมาหาพระเยซู เพราะอะไร? เขารู้สึกขอบคุณจากใจจริงสำหรับสิ่งที่พระเยซูเจ้าทำ เขา “สรรเสริญพระเจ้าเสียงดัง” เพราะรู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่รักษาเขา (ลูกา 17:15) เมื่อเขาพบพระเยซูเจ้า ก็หมอบลงแทบเท้าและขอบคุณพระองค์ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ ทั้งสิบคนหายโรคมิใช่หรือ? อีกเก้าคนอยู่ที่ใดเล่าไหน? ไม่มีใครกลับมาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า นอกจากคนต่างชาติคนนี้” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “จงลุกขึ้น ความเชื่อของท่านทำให้ท่านรอดพ้นแล้ว” (ลก 17:17-19).

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)