วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2020 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

 

 

เดี๋ยวก็วัน ... เดี๋ยวก็คืน

เดี๋ยวก็ตื่น ... เดี๋ยวก็ตาย

เดี๋ยวลำบาก ... เดี๋ยวสบาย

เดี๋ยวก็ร้าย ... เดี๋ยวก็ดี

เดี๋ยวต้องไป ... สู่โลกหน้า

เดี๋ยวต้องลา ... จากโลกนี้

รีบเร่งทำ ... แต่ความดี

อย่ารอรีว่า ... "เดี๋ยวทำ" 

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2020

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/XB8w792a7OY

https://youtu.be/oJMzmXo4FJk

 

We Thank Thee 

http://youtu.be/QbOGwRtgka0

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2020

สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

ฟป 3:3-8ก 

ลก 15:1-10

 

พระเยซูเจ้าแนะนำท่าที ของการนำคนผิด

ให้คิดกลับใจคือ การเปิดใจ ต้อนรับ 

แบ่งปันความสุข ความชื่นชมยินดีให้เขา

พระองค์เล่าเป็นอุปมา เพื่อยืนยันว่า..

“ความสุข” ของการได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง 

คือ คุณค่า ของส่ิงที่หายไป

 

นักบุญเปาโล พบว่า.. 

เมื่อพระคริสตเจ้าทรงเปิดทางต้อนรับท่าน

ท่านสามารถละทิ้ง ทุกอย่าง 

บนหนทางที่เคยเบียดเบียนคริสตชน

จนสามารถกล่าวอย่างมั่นใจว่า... 

“ทุกส่ิงไม่มีประโยชน์อีก  เมื่อเทียบกับ

ประโยชน์ล้ำค่า คือ การรู้จักพระคริสตเจ้า”

 

หมายเหตุ..

ประตูเดียว ..ที่จะสามารถผ่านทุกเรื่องราว ที่เลวร้าย

เพื่อไปพบความสุข หรือจะปิดกั้น อยู่กับความขมขื่น

ไม่ใช่ประตูอื่นใด มันคือ.... “ประตูใจ”..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

วันพฤหัสที่ 5 พฤศจิกายน 20 สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา 

บทอ่าน ฟป  3:3-8ก / ลก 15:1-10

ในพระวรสารวันนี้  พวกคนเก็บภาษีและคนบาปได้เข้ามาหาพระเยซูเจ้า ทำให้พวกคัมภีราจารย์และพวกฟาริสีได้ติเตียนพระองค์อย่างรุนแรง  เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2013 พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ให้ข้อคิดในบทเทศน์ของพระองค์ว่า พวกเขารู้สึกเป็นที่สะดุด ที่เห็นพระเยซูเจ้าเสด็จไปรับประทานอาหารกับพวกคนเก็บภาษีและคนบาป และได้สนทนากับคนกลุ่มนั้น  เพื่อเป็นการโต้ตอบ พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่านิทานเปรียบเทียบสองเรื่อง เพื่อแสดงว่า พระองค์ทรงแสวงหาคนที่หลงผิด  พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสอีกว่า “พระเป็นเจ้าของเรา เป็นพระเป็นเจ้าที่ออกไปแสวงหา พระกรณียกิจของพระองค์ คือ การค้นหา  เสด็จออกไปเพื่อค้นหา เพื่อจะได้นำพวกเขากลับมา แลพระเป็นเจ้าของเรา เป็นพระเป็นเจ้าที่มีจุดอ่อน เพื่อค้นหาคนที่อยู่ไกลที่สุด และพระองค์ค้นหาอย่างไร พระองค์ทรงค้นหาทุกหนทุกแห่ง จนกว่าพระองค์จะทรงค้นพบแกะที่หลงทางไป...และพระองค์ คือ พระบิดาของเรา”

เจ้าของแกะคนหนึ่งอาจคิดว่า คงไม่ได้แกะตัวที่หายไปกลับคืนแล้ว แต่เขายังมีแกะอีก 99 ตัว ความสูญเสียที่เกิดขึ้นคิดเป็น 1% เท่านั้น ในทำนองเดียวกัน หญิงคนที่ทำเงินเหรียญหายไม่จำเป็นต้องค้นหาให้เหนื่อยเปล่า เพราะเพียงแค่เหรียญเดียวจากที่มีอยู่ (สิบเหรียญ) ยังมีเหลืออีกเก้าเหรียญ แต่เจ้าของทั้งสองกรณีไม่ได้ทำอย่างนั้น พวกเขายังคงขะมักเขม้นค้นหาสิ่งที่หายไปจนกว่าจะพบ การกระทำของเจ้าของและและหญิงที่ทำเงินเหรียญหายในเรื่องสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่หายไปมีคุณค่า เจ้าของมุ่งมั่นที่จะหามันจนพบ ในคำอุปมา พระเยซูเจ้าได้แสดงให้เห็นว่า เราแต่ละคนมีคุณค่าต่อพระเจ้าแม้ว่าจะเดินหลงทางไป พระเจ้าทรงมีความทุกข์และความพยายามมากเพียงใด ที่จะทำให้สิ่งที่หายไปนั้นกลับมาเป็นของพระองค์อีก เพราะพระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งใครและไม่ปล่อยให้ใครสูญหาย แต่ทรงตามหาจนกว่าจะพบ แม้เรามนุษย์จะเป็นคนบาป แต่เราโชคดีที่มีพระเจ้าที่ทรงรักเราและเต็มเปี่ยมไปด้วยพระทัยเมตตากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ไม่ใช่เพราะเรารักพระเจ้าก่อน หากแต่พระองค์ทรงรักเราก่อน.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)