วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญดิโอนีซิโอ พระสังฆราช และเพื่อนมรณสักขี นักบุญยอห์น เลโอนาร์ดี พระสงฆ์ และ นักบุญ จอห์น เฮนรี่ นิวแมน

 

 


 ในวันที่อ่อนล้า ...

พระองค์ทรงเป็นกำลัง

ในวันที่พลาดพลั้ง ...

พระองค์ทรงให้อภัย

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญดิโอนีซิโอ พระสังฆราช และเพื่อนมรณสักขี

นักบุญยอห์น เลโอนาร์ดี พระสงฆ์

และ นักบุญ จอห์น เฮนรี่ นิวแมน

https://youtu.be/k5qFnJCjh9A

 

https://youtu.be/rLyRlxyykIQ

 

 มั่นใจในพระองค์

http://youtu.be/nI-LW6ukFQs

 

 

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญดิโอนีซิโอ พระสังฆราช และเพื่อนมรณสักขี

นักบุญยอห์น เลโอนาร์ดี พระสงฆ์

และ นักบุญ จอห์น เฮนรี่ นิวแมน

อ่าน :

กท 3:7-14 

ลก 11:14-26

 

บ่อยครั้ง “ความดีที่คนหนึ่งทำ”

อาจถูกนำไปพูดในทางที่ไม่ดี

บ้างก็มีท้าทาย ขยายความ จากคนใกล้ชิด

ด้วยเพราะยึดติดกับอคติของความคิด ความเชื่อมั่น

ในวิธีการของตนเท่านั้น พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องสอนว่า....

“ถ้าอาณาจักรใดแตกแยกภายใน อาณาจักรนั้นย่อมพินาศ”

 

เปาโล ย้ำเตือนกับชาวกาลาเทียว่า …

“คนที่เป็นผู้ชอบธรรม” มาจาก

การดำเนินชีวิตในความเช่ือ ด้วยการ “ทำความดี”

มิใช่มีแต่เคร่งครัดในกฎเกณฑ์

เพื่อเบี่ยงเบนไม่ทำอะไร ในสิ่งที่ตนไม่ชอบ

 

การมีชีวิตที่ใกล้ชิด เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า

ของนักบุญดิโอนีซีโอ และนักบุญยอห์น เลโอนาร์ดี

ทำให้ท่านไม่ลังเล ที่จะอุทิศชีวิตของตน

ในการรับใช้พระเจ้า และพระศาสนจักร

แม้จะต้องประสบกับความทุกข์ยาก ลำบาก

 

หมายเหตุ…

คนดีแท้  มิได้ดีแค่ปาก

แต่พร้อมลำบาก เพื่อความดี

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม  20 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา 

บทอ่าน กท 3:7--14  /  ลก11:14-26

     ตามประวัติของพระเยซูเจ้า พระองค์ได้ทรงทำอัศจรรย์ ที่อธิบายได้ว่าเป็นการกระทำของพระเจ้า  แต่ผู้เป็นอริของพระองค์ไม่คิดเช่นนั้น พวกเขากล่าวหาว่าพระองค์ทรงถูกผีสิงและทำอัศจรรย์ทุกอย่างได้ด้วยนามของเบเอลเซบุลผู้เป็นหัวหน้าปีศาจ

เบเอลเซบูลเป็นพระเท็จเทียมของชาวฟิลิสติน ชาวยิวดูถูกพระเยซูเจ้าด้วยการพูดว่าพระองค์เป็นพวกเดียวกับปีศาจ แต่ปีศาจมีจริงหรือไม่? พระเยซูเจ้าทรงกระชากหน้ากากปีศาจ พวกมันต่อต้านพระองค์ด้วยพลังอำนาจ บ่อยครั้ง พวกมันเผยเป้าหมายของการมาของพระองค์ในท่ามกลางมนุษย์และกิจการแห่งไถ่กู้มนุษย์ให้เป็นอิสระจากปีศาจซึ่งเป็นหัวหน้าแห่งจิตชั่วและมีชื่อว่า “ซาตาน” กล่าวคือ “ผู้กล่าวหา” “ฝ่ายต่อต้าน” ศัตรูที่เหี้ยมโหดและไม่ยอมพ่ายแพ้ของพระเจ้าและของมนุษย์ ของสิ่งสร้างทุกอย่าง ซึ่งปีศาจอยากจะได้มาเป็นของตน แย่งชิงจากพระเจ้า  ปีศาจจึงมีความหมายว่า “ผู้ที่แบ่งแยก”

เมื่อทำการค้นคว้าให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับธรรมชาติแห่งความชั่ว เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ปลดปล่อยปีศาจออกมา เราจะพบว่าในจักรวารมีอำนาจมืดอยู่ทั่วไป  ซึ่งสามารถชักนำมนุษย์ให้ทำสิ่งเลวร้ายและบ่อนทำลาย ที่เหตุผลมนุษย์คิดไม่ถึงและอธิบายไม่ได้  มนุษย์ที่เป็นเหยื่อของปีศาจสามารถกลายเป็นสัตว์ร้าย มีแต่พระเจ้าผู้เดียวสามารถช่วยปลดปล่อยได้ “โปรดปลดปล่อยเราจากความชั่วร้าย” นี่คือคำภาวนาที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราสวด พระองค์พิสูจน์ว่าทรงเป็นพระบุตรพระเจ้าด้วยการขับไล่ซาตาน

เมื่อคนร่วมสมัยของพระเยซูเจ้า ได้ยินคำยืนยันของพระองค์เกี่ยวกับที่มาของพระองค์และพระบุคลิกภาพของพระองค์ ต่างก็รบเร้าให้พระองค์แสดงเครื่องหมายหรือทำอัศจรรย์เพื่อเป็นการพิสูจน์  เหมือนกับบอกว่า “จงพิสูจน์ตนเอง”   พระเยซูเจ้าไม่ลังเลที่จะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นด้วยการทำอัศจรรย์ เพื่อ แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงรับรองในตัวพระเยซูเจ้าและสิ่งที่พระองค์ทรงเทศน์สอน  อัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำนั้นมีมากมาย ทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือพระหัตถ์ของพระเจ้า”.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)