วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2020 ระลึกถึง น. บรูโน พระสงฆ์

 

 

 

ชีวิตมาจากพระเจ้า

ดำรงอยู่เพื่อพระองค์

และกลับคืนสู่พระองค์

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2020

ระลึกถึง น. บรูโน พระสงฆ์

https://youtu.be/DI_HBkvPN5Q 

 

https://youtu.be/-biLk8ylA2o

 

I Know Who Holds Tomorrow

https://youtu.be/4GKNbmYOAow

 

 

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2020

ระลึกถึง น. บรูโน พระสงฆ์

อ่าน :

กท 1:13-24

ลก 10:38-42

 

การปล่อยวาง จากทุกสิ่ง ทำให้มารีย์

สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับตน คือ

การได้ใกล้ชิดพระเยซูเจ้า 

ด้วยท่าทีของความพร้อม

ที่จะน้อมรับฟังพระวาจา 

 

การฟังพระวาจาของพระเจ้า 

ได้เปลี่ยนแปลงจิตใจของเปาโล

จากผู้ที่เคยข่มเหง ให้กลับมา

เป็นผู้ประกาศความเชื่อ

ที่ท่านเคยพยายามทำลาย

 

ด้วยการใช้ความพยายาม อย่างไม่ท้อถอย

ทำให้ท่านนักบุญบรูโน สามารถใช้พระพร

ที่ท่านมีจากพระจิตเจ้า ในการทำหน้าที่เทศน์สอน 

ให้ความรู้ทางเทววิทยา จนสามารถตั้งคณะนักบวช

เพื่อรับใช้พระศาสนจักร

 

หมายเหตุ..

แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่าง

ที่..น่าจะทำ..ในชีวิต..

แต่ถ้าคิดให้ดี .. ไม่มีใคร

ทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ  พรหมภักดี)

 

 

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 20 สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน กท 1:13-24 / ลก 10:38-42

พระเยซูเจ้ากำลังเดินทางสู่กรุงเยรูซาเล็มและทรงหยุดพักที่บ้านของมารธาและมารีย์ ซึ่งพระองค์และบรรดาศิษย์ทรงแวะพักที่นี่เป็นประจำ เพื่อการพักผ่อนและรับประทานอาหาร เนื่องจากเป็นทางผ่านก่อนถึงกรุงเยรูซาเล็ม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร เรื่องราวของมารธาและมารีย์ในพระวรสารวันนี้แสดงให้เห็นชีวิตสองแบบ มารธาสลวนอยู่กับการเตรียมอาหารต้อนรับแขกและมารีย์เอาใจใส่ดูแลแขก งานสองอย่างนี้จำเป็นและเกื้อกูลกัน

คริสตชนส่วนใหญ่มักทำอย่างมารธา ชีวิตแต่ละวันเร่งรีบและหมดไปกับการทำงาน จนไม่มีเวลาให้พระเจ้า แรงจูงใจอยู่ที่การหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อมีรถยนต์หรู บ้านใหญ่โตพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เห็นชัดว่ามิใช่มารธาเชิญพระเยซูเจ้า แต่เป็นพระองค์ทรงเชื้อเชิญมารธาได้ให้เวลากับพระองค์ นั่งแทบพระบาทและฟังพระวาจาของพระองค์เช่นเดียวกับมารีย์ เพราะนี่คือการเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดและเป็นท่าทีที่ถูกต้องของการเป็นศิษย์

เราแต่ละคนล้วนมีภูมิหลังในชีวิตที่ต่างกัน เหมือนกับมารธาและมารีย์ ซึ่งส่งผลให้เรามีโอกาสในชีวิตที่ต่างกันตามไปด้วย หลาย ๆ ครั้งที่เรามักได้เจอะเจอกับคนที่มีต้นทุนชีวิตดี ฐานะดี ความรู้ดี การศึกษาดี เรียนรู้งานเร็ว ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นแค่เปลือกนอกที่เรามองเห็นจากคนอื่น ถ้ามัวแต่เอามาคิดเปรียบเทียบกับตัวเองให้เกิดปมด้อย ย่อมไม่ดีกับตัวเราแน่ ๆ เพราะทัศนคติเช่นนี้แหละที่จะทำให้เราไม่พัฒนาตัวเอง คอยแต่คิดว่าเราสู้คนอื่นไม่ได้หรอก พยายามไปก็ไม่มีความหมาย เราไม่มีความรู้เท่ากับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ไม่ได้ดีเท่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นหรอก เรียกได้ว่ายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงแข่ง ลองคิดในมุมกลับกันดูว่า ความด้อยกว่า รู้น้อยกว่า คิดช้ากว่า หรืออะไรก็ตามแต่ที่ดูถูกตัวเอง มันคือต้นทุนชีวิตที่ดีได้เช่นกัน เปรียบเสมือนภูมิต้านทานของชีวิต ทำให้เรามีแรงผลักดันที่จะต่อสู้มากกว่าคนที่มีต้นทุนที่ดี คนที่เพียบพร้อมกว่าเรา ต่อให้พื้นฐานที่มีไม่เท่ากัน ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)