วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020 ระลึกถึงน. ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี

 

 

 

 พระวาจาของพระเจ้า

เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต

ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว

นำเอาไปปฏิบัติ

นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

 

บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020

ระลึกถึงน. ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี

https://youtu.be/priF1m5qAcM

 

https://youtu.be/FSolOSZwdtY

 

 พระวาจาบันดาลชีวิต

http://youtu.be/6dCL-sDCWlo

 

 

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020

ระลึกถึงน. ยานูอารีโอ พระสังฆราชและมรณสักขี

อ่าน :

1คร 15:35-37,42-49

ลก 8:4-15

 

เมื่อศิษย์ไม่เข้าใจ ในพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสสอน

เป็นอุปมา เรื่องผู้หว่าน พวกเขาขอ..ให้พระองค์ทรงอธิบาย

 

เมล็ดพืช คือ พระวาจาของพระเจ้า

เมล็ดที่ตกริมทางเดิน หมายถึง ..คนที่ได้ฟัง 

แล้วปีศาจมาช่วงชิงไปจากใจของเขา

เมล็ดที่ตกบนหิน หมายถึง ...คนที่ได้ฟัง 

แล้วรับไว้ด้วยความยินดี แต่ไม่มีราก เมื่อถูกผจญ จึงเลิกเชื่อ

 

เมล็ดที่ตกในกอหนาม หมายถึง.. คนที่ได้ฟัง

แล้วปล่อยให้ความกังวล ความสนุกของชีวิต

มาบีบรัด จึงไม่เกิดผล

เมล็ดที่ตกในที่ดินดี หมายถึง..คนที่ได้ฟัง

แล้วยึดพระวาจาไว้ ด้วยความพากเพียร จนเกิดผล

 

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ..ทำให้เห็นว่า 

เพื่อจะเกิดผลที่งดงาม จำเป็นที่เมล็ดซึ่งได้รับการหว่าน 

จะต้องตายในดิน ย่อยสลาย เปื่อยเน่า แล้วงอกขึ้น..

 

แม้นจะมีการเบียดเบียนศาสนา

แต่ท่านนักบุญยานูอารีโอ

ในฐานะพระสังฆราช ผู้อภิบาล 

ปกครองดูแล  ท่านไม่กลัว ที่จะเอาใจใส่

ฝูงแกะที่ท่านได้รับมอบหมายให้ดูแล

ด้วยการเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ

 

หมายเหตุ..

เพราะ...มีอดีต..

เราเลยมี ประสบการณ์

เพราะผ่าน..วันวาน

เราจึง “เติบโต”..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 20 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1คร 1:15,35-37,42-49 / ลก 8:4-15

ท่านสามารถจะอธิบายให้คนตาบอดเข้าใจว่าสีมีลักษณะอย่างไร? หรือท่านจะอธิบายให้คนหูหนวกเข้าใจความไพเราะของดนตรีได้อย่างไร? ในบทอ่านที่หนึ่งจากจดหมายฉบับที่หนึ่งถึงชาวโครินทร์ เปาโลได้พยายามอธิบายเรื่องชีวิต หลังจากที่เรากลับพื้นคืนชีพ ท่านได้กล่าวว่า เราไม่สามารถจะวาดภาพของอนาคตของเรา เหมือนกับการที่เราไม่สามารถจะวาดภาพของเมล็ดพันธ์พืช ที่เราไม่เคยรุ้จักมาก่อน หรือ เหมือนกับการที่เราไม่รู้จักต้นโอ๊กและเมล็ดของมันมาก่อน เราจะไม่สามารถวาดภาพว่า มันจะเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะอย่างไร? เพราะฉะนั้น จะมีความแตกต่างระหว่างสถานภาพของเรา ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ และสถานภาพของเราหลังความตาย เราเพียงแต่รู้ว่า ชีวิตหลังความตายจะไม่เน่าเปื่อย จะไม่รู้ตาย จะมีความสุกใสรุ่งโรจน์ และจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งที่เป็นวัตถุอีกต่อไป และตามที่นักบุญเปาโลได้อธิบายว่า มันจะไม่ใช่ชีวิตตามธรรมชาติ และจะเป็นชีวิตที่เป็นจิต หรือเราอาจจะพูดว่า การกลับคืนชีพจะไม่มีอะไรที่เป็นชีวิตเหมือนบนโลกนี้ ชีวิตจะได้รับเปลี่ยนแปลงทั้งหมด จะเหมือนกับร่างกายอันรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้า ที่บรรดาอัครสาวกสามท่านได้เห็น ในการสำแดงพระกายรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้า (มก 9:1-10) 

พระวาจาของพระเป็นเจ้าได้รับการหว่านลงไปในพื้นที่ต่างๆ ในพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า  ผู้หว่าน คือ พระเยซูเจ้า ซึ่งเริ่มมีประสบการณ์ว่า เมล็ดพันธ์บางเมล็ดได้ตายไป  แต่สิ่งนี้ จะไม่ทำให้พระองค์ท้อถอย พระองค์จึงได้ให้กำลังใจว่า: จงไป และหว่านเมล็ดพันธ์ของพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า ในทุกแห่งและทุกเวลา และแน่นอนว่า เมล็ดพันธ์ที่ดีจะถูกหว่านลงไปในพื้นดินดี มันจะบังเกิดผล และทำให้โลกนี้ดีขึ้น และจากประสบการณ์ของชีวิตในกลุ่มคริสตชน ที่ได้รับฟังพระวาจา ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป  บางคนตอบรับอย่างผิวเผิน บางคนไม่สามารถต่อสู้กับความทุกข์ยาก บางคนมีแต่ความวิตกกังวล บางคนหมกมุ่นอยู่กับทรัพย์สมบัติและความสนุกสนาน ที่ขัดขวางไม่ให้พระวาจาของพระเจริญงอกงามขึ้น  และที่สุด มีคนจำนวนหนึ่งที่ได้รับพระวาจาด้วยความใจกว้าง และผลิตผลอย่างอุดมสมบูรณ์.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

 

 

https://youtu.be/gAzIMetnYVE