วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2020 ระลึกถึงพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสากลโลก

 

 

 

จงเชื่อสิ่งที่ลูกอ่าน

สอนสิ่งที่ลูกเชื่อ

และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ลูกสอน

 

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2020

ระลึกถึงพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสากลโลก

https://youtu.be/zX9nGR8QoCk

https://youtu.be/lj2FOBL6cyI

Mary Most Holy

http://youtu.be/SLIa6FWUYlE

อัญเชิญพระแม่

http://youtu.be/VlLy0xvCags

 

 

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2020

ระลึกถึงพระนางมารีย์ ราชินีแห่งสากลโลก

อ่าน :

อสค 43:1-7ก 

มธ. 23:1-12

 

คำสั่งสอนของพระเยซูเจ้าที่ว่า 

“ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

กลายเป็นคำสอนที่ทรงพลัง เมื่อพระองค์ปฎิบัติให้เห็น

เป็นจริง ในเรื่องความถ่อมตน ที่บนกางเขน

 

การมีประสบการณ์ของการเห็น พบปะ สัมผัสกับพระเจ้า 

และเชื่อฟังในสิ่งที่พระเจ้าแนะนำ ทำให้ประกาศกเอเสเคียล 

สามารถสอน ยืนยัน มั่นใจในการประทับอยู่ของพระเจ้า 

และท่านปฎิบัติด้วยความเคารพ 

นบนอบ อย่างสุดใจ ในพันธกิจที่ได้รับ

 

“พระนางมารีย์พรหมจารีผู้ปฎิสนธินิรมล....

หลังจากที่ได้จบชีวิตของพระนางบนโลกนี้แล้ว

ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ

และได้รับการสถาปนาจากพระบุตรเยซูคริสตเจ้า

ให้เป็นพระราชาแห่งราชาทั้งหลาย

เป็นผู้มีชัยชนะเหนือบาปและความตาย” (LG 59)

 

หมายเหตุ…

คำแนะนำสั่งสอนดี ๆ อาจจจะดูไร้ค่า ต่อหน้าผู้ฟัง

ถ้าคนหนึ่งเอาแต่พูดดีใส่ตัว แต่หัวไม่เคยคิดปฎิบัติ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 20 สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสค 43:1-7ก / มธ 23 :1-12

พระแม่มารีย์ คือ ตัวอย่างของผู้ที่ทำตนให้ต่ำลง แต่พระเป็นเจ้าทรงยกย่องพระแม่ให้สูงขึ้น เหนือกว่ามนุษย์ทุกคน ขณะที่พระเยซุเจ้าได้รับเกียรติจากพระบิดาเจ้า ให้เป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล  ด้วยการรับใช้พระบิดาและมนุษยชาติ พระแม่มารีย์ก็ได้รับเกียรติเป็นราชินีแห่งสากลจักรวาล เมื่อพระแม่ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ และเป็นพระราชินีแห่งสวรรค์ ที่คอยช่วยเหลือเราทุกคน.

พวกฟาริสีเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง และความอวดดี ที่ทำให้พวกเขามักจะกล่าวว่า “ถ้ามีคนสองคนเข้าเมืองสวรรค์ คนหนึ่งจะต้องเป็นฟาริสี” ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนฝูงชนและบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า พวกเขาต้องระวังการปฏิบัติศาสนาของพวกคัมภีราจารย์ และพวกฟาริสีดังนี้: 1.การเทศน์สอนและการปฏิบัติ เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน พวกคัมภีราจารย์และพวกฟาริสี สอนคำสอนที่เขียนไว้ในกฏบัญญัติของโมเสส พวกเขาขอร้องให้ทุกคนปฏิบัติดตามนั้น ขณะที่พวกเขาเองกลับไม่ยอมปฏิบัติตามนั้น พวกเขาบอกให้ประชาชนทำสิ่งที่พวกเขาบอก แต่ตัวเองกลับไม่ยอมทำตามนั้น  2. พวกเขามอบภาระให้คนอื่นแบก ทั้งพวกคัมภีราจารย์และพวกฟาริสีมอบภาระที่หนักอึ้งให้คนอื่นแบก แต่ตนเองกลับไม่ยอมแบก หรือพยายามหนีหรือทำให้ภาระนั้นเบา  ขณะที่บอกให้ประชาชนถือกฎบัญญัติทางศาสนาอย่างเคร่งครัด พร้อมกับการลงโทษอย่างรุนแรง ถ้ามีใครละเมิด แต่พวกเขากลับไม่ทำตาม 3. พวกเขาต้องการคำสรรเสริญเยินยอจากพวกประชาชน มากกว่าจากพระเป็นเจ้า จุดประสงค์ของการเทศน์สอนและปฏิบัติศาสนานั้น มีจุดประสงค์เพื่อรับคำสรรเสริญเยินยอจากประชาชน พระเยซูเจ้าได้ทรงตำหนิการกระทำของพวกเขา คือ การขยายกลักพระวาจาให้ใหญ่ขึ้น ชอบนั่งในที่นั่งมีเกียรติในงานเลี้ยง ชอบให้คนทักทายในลานสาธารณะ ชอบให้ทุกคนเรียกตนเองว่า “รับบี” แต่พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนประชาชนว่า “ผู้ใดเป็นใหญ่ จะต้องเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น ผู้ใดที่ยกตนขึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

 

https://youtu.be/TtlFZmKjgio