วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

 

 

 

ขอบพระคุณพระเมตตาไม่สิ้นสูญ

ขอบพระคุณรักเพิ่มพูนด้วยคุณค่า

ขอบพระคุณหยาดน้ำค้างจากฟากฟ้า

ที่หยาดมาเติมใจล้าให้อิ่มเอม...

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

https://youtu.be/plLnJYIhLF0

 

https://youtu.be/4DIcNxgqQDM

 

พระเจ้าเป็นความรัก

 

https://youtu.be/4DIcNxgqQDM

 

 

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

อ่าน :

อสค 37:1-14 

มธ 22:34-40

 

เมื่อบัณฑิตทางกฎหมาย ใช้สติปัญญา 

ความรู้ ความสามารถ เพื่อหวังจับผิด 

ด้วยเพราะใจคิดร้ายอยู่ภายใน 

พระเยซูเจ้า จำเป็นต้องสอนเขา

ให้ใช้สติปัญญา หล่อหลอมหัวใจ 

ให้คิดที่จะรักพระเจ้าก่อน 

เพื่อจะสามารถรักเพื่อนพี่น้องได้เหมือนกับรักตนเอง

 

เมื่อประกาศกเอเสเคียล 

ใช้ใจของตน ฟังพระวาจาของพระเจ้า 

แล้วใช้สติปัญญา ความสามารถของตน 

ร่วมกับพระหรรษทานของพระเจ้า 

ประกาศพระวาจานั้นออกไป 

ผู้ฟังจึงได้สัมผัสกับจิตของพระเจ้า 

และกลับมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

 

ความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า

ของนักบุญปีโอที่ 10 พระสันตะปาปา

ได้หล่อหลอม บุคลิกของท่านให้กลายเป็นคนซื่อๆ

แต่แฝงด้วยความจริงจัง ในการทำหน้าที่

ปกครองดูแล อภิบาลสัตบุรุษ ให้ใกล้ชิดพระ

 

หมายเหตุ…

บางทีเพื่อจะหล่อหลอมจิตใจให้ “รัก” เป็น

ก็คงต้องรู้จักใช้สติปัญญา 

อ่าน ฟัง สิ่งที่ดี มีสาระด้วยเช่นกัน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 20 สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสค 37:1-14 / มธ 22 :34-40

. ในพระวรสารวันนี้ พวกฟาริสีได้ตั้งคำถามที่ซ่อนเร้นต่อพระเยซูเจ้า เพราะไม่มีใครสามารถที่จะบอกว่า พระบัญญัติข้อใดเหนือกว่าข้อใดในจำนวนพระบัญญัติจำนวน 613 ข้อ แต่พระเยซูเจ้าทรงสามารถสรุปพระบัญญัติเหล่านี้ ด้วยการนำพระบัญญัติว่าด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า และความรักต่อเพื่อนมนุษย์ รวมทั้งความรักต่อตนเองมารวมกัน     พระองค์ได้อ้างถึงคำพูดของบทสวดภาวนาของชาวยิว  ที่เรียกว่า “เชมา” (ฉธบ 6:4-5) พระเยซูเจ้าได้ทรงเน้นอย่างหนักแน่นว่า “ท่านต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านด้วยสิ้นสุดจิตใจ สิ้นสุดวิญญาณ สิ้นสุดสติปัญญา นี่คือบทบัญญัติเอก และเป็นบัญญัติแรก” ต่อจากนั้น พระองค์ทรงเรียกร้องให้เราขยายความรักต่อไปยังความรักประการที่สอง “ท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” มิฉะนั้น ความรักต่อพระเป็นเจ้าจะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมอย่างเดียว

นักบุญคริสโตสโซมได้เคยกล่าวว่า “พระเป็นเจ้ามิทรงต้องการให้มนุษย์รับใช้พระองค์เหมือนกับนาย แต่ให้เหมือนกับบิดา และด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จึงทรงสามารถทำให้เราเป็นบุตรบุญูธรรมของพระองค์ และการที่เรารักพระเป็นเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ ที่มีความหมายว่า เราจะไม่โอนเอียงไปรักคนอื่นหรือสิ่งอื่น มากกว่าพระองค์  ส่วนการรักพระเป็นเจ้าด้วยสิ้นสุดวิญญาณ ที่มีความหมายว่า เราต้องให้วิญญาณของเราตั้งอยู่บนความจริง และให้มั่นคงในความเชื่อ ส่วนการรักพระเป็นเจ้า ด้วยสิ้นสุดสติปัญญา ที่มีความหมายว่า เราต้องเปิดสติปัญญาของเรา ให้ยอมรับทุกสิ่งและยินดีให้ความรักต่อพระองค์เข้ามาในความคิดของเรา และยินดีทำทุกอย่างเพราะเห็นแก่พระองค์ ให้เราถามตัวเราเองว่า “เรารักพระเป็นเจ้า รักตนเอง และรักเพื่อนมนุษย์อย่างไร?”...”แสงสว่างของเราลุกโพลงด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า และฉายแสงไปยังความรักต่อเพื่อนมนุษย์” (เฮนรี มัทธิว)

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)