วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2020 ระลึกถึงน. เปโตร คริโซโลโก พระสังฆราชและนักปราชญ์

 

 

 

ก้อนดินก้อนหนึ่ง…

นำมาปั้นเป็นงานปฏิมากรรมก็ได้

นำมาปั้นเป็นแค่อิฐก็ได้

ปล่อยมันเป็นเศษดินก้อนหนึ่งก็ได้

ล้วนแต่อยู่ที่ว่า .. มันอยู่ในมือใคร

แต่เราอยู่ในหัตถ์พระเจ้า

ย่อมถูกสร้างให้ยิ่งใหญ่แน่นอน

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงน. เปโตร คริโซโลโก พระสังฆราชและนักปราชญ์

https://youtu.be/rXRvY25vQTo

 

https://youtu.be/xbGq4gkwiZY

 

Change My Heart Oh GOD

https://youtu.be/IlSmG-_eJTU

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงน. เปโตร คริโซโลโก พระสังฆราชและนักปราชญ์

อ่าน :

ยรม 18:1-6

มธ 13:47-53

 

แม้อาณาจักรสวรรค์เปิดกว้างสำหรับทุกคน

แต่พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องอธิบาย ให้คนที่ติดตาม

ได้เข้าใจว่าใครที่เข้ามา ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง

เพราะที่สุดแล้ว อาณาจักรนี้ จะมีการแยกแยะ ดีชั่ว

 

ประสบการณ์กับช่างปั้นหม้อ ทำให้ประกาศกเยเรมีย์

ได้เข้าใจว่า สำหรับผู้ที่ยอมแยกแยะ ปรับเปลี่ยน

แล้วให้พระเจ้าปั้นเสริม เติมแต่ง 

พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ใคร ๆ เห็นว่าไร้ค่า ให้กลับมางดงาม

 

หมายเหตุ..

สิ่งที่น่ากลัว...ในสังคม

คงไม่ใช่เพราะ คนทำชั่ว มากขึ้น

หรือ ทำดี น้อยลง..

แต่มันเป็นการที่...คนเรา..

แยกแยะไม่ออกว่าอะไรดี อะไรชั่ว

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันพฤหัสที่ 30 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ยรม 18:1-6 / มธ 13:47-53

“ทำไมจึงตกใจกลัวเล่า ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเหลือเกิน” เป็นพระวาจาของพระเยซูเจ้า ที่ได้ตรัสกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ขณะที่พวกเขาอยู่ในภาวะของความกลัวและความสับสนวุ่นวาย แม้เราเองเคยมีความสงสัยในการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า และปล่อยให้ความเชื่อของเรานอนหลับ แต่พระเป็นเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา ประกาศกอิสยาห์เคยกล่าวว่า “ดูเถิด พระหัตถ์ของพระเจ้ามิได้สั้นลง ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้ หรือพระกรรณตึง ซึ่งจะไม่ทรงได้ยิน ” (อสย 59:1) บรรดาผู้ที่ตกอยู่ในท่ามกลางมรสุมชีวิต ล้วนแต่มีความเชื่อน้อย และไม่รับรู้พลังของพระเป็นเจ้า ที่กำลังทำงานในตัวพวกเขา ยิ่งมีความเชื่อน้อยเท่าไหร่ ก็มีความกลัวมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เรามีความเชื่อมากขึ้น ที่จะให้ความมั่นคงต่อเรือที่นำชีวิตเรา โดยรับรู้อย่างเต็มเปี่ยมว่า พระเยซูเจ้า คือ ผู้ที่รักและดูแลเอาใจใส่เรา

นิทานเปรียบเทียบเรื่องการตีอวนและการระงับคลื่นลมในทะเล เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพระเยซูเจ้า กับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์  ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวประมง วิธีการจับปลาในทะเลสาบกาลิลี คือ การใช้อวนลาก ที่จะใช้เรือสองลำลากปลายเชือกของอวนที่ผูกติดกับเรือ ที่สามารถลากทุกสิ่งเข้าไป โดยไม่แยกแยะว่าจะเป็นปลาชนิดต่างๆ

ถ้าจะนำเรื่องการตีอวนมาใช้กับพระศาสนจักร ที่เป็นเครื่องหมายนำคนเข้ามาในพระราชัยของพระเป็นเจ้า เราจะเห็นว่า ไม่มีการแบ่งแยกคน แต่จะเปิดรับทุกคน ทั้งคนดีและคนไม่ดี ทั้งคนเห็นแก่ตัวและคนเสียสละ ทั้งคนที่คิดเป็นและคนที่คิดไม่เป็น เราจึงพบสมาชิกนานาชนิดในพระศาสนจักร ที่เป็นพระศาสนจักรที่มีนักบุญและคนบาป และเราต้องไม่แปลกใจที่เป็นเช่นนั้น.

และพระเยซูเจ้าได้ทรงสรุปนิทานเปรียบเทียบว่า ที่สุดจะมีการตัดสินลงโทษ ที่เทวดาจะแยกคนตนเลวออกจากคนชอบธรรม ท่านเองรู้สึกสะดุดใจ ที่เห็นคนที่แสดงตัวเป็นคนดีแต่เพียงภายนอก แต่ภายในไม่ใช่เป็นเช่นนั้นหรือไม่?

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)