วันจันทร์ที่ 27 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

 

 

อย่าให้ความกลัวในสิ่งใดๆ...ทำให้ใจเธอหวั่น

อย่าให้อุปสรรคใดๆทำให้เธอขาดความเชื่อ

เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า..

"ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า"

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17  เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/obKJsxd9ANw

 

https://youtu.be/l6zTVji_w6o

 

 I Walk By Faith

http://youtu.be/WxIOvc-EKN8

 

 

 

วันจันทร์ที่ 27 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17  เทศกาลธรรมดา

อ่าน :         

ยรม 13:1-11     

มธ 13:31-35

 

อาณาจักรสวรรค์ เริ่มต้นจาก 

“เมล็ดพันธ์แห่งความดี เพียงเล็กน้อย”

ที่ผู้หว่าน ได้หว่านร่วมกัน 

แต่เมื่อมันเติบโต มีคุณค่ามากมาย

กลับกลายเป็นความสุข ความยินดี 

สำหรับสิ่งรอบข้าง

 

ด้วยการเพาะบ่มความดี โดยการเชื่อฟัง 

ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า 

ชีวิตของประกาศกเยเรมีย์ จึงสามารถเติบโต 

ยิ่งใหญ่ในพันธกิจที่ได้รับ

ต่างกับประชากรยูดาห์ อิสราเอล 

ที่ดื้อรั้น ทำตามใจตน 

จนไม่สามารถติดตาม รับใช้พระเจ้า 

ผู้ทรงเป็นองค์ความดีสูงสุด

 

หมายเหตุ…

ที่ใดก็ตาม ที่เชื้อของ “ความดีที่เข้มข้น” 

ถูกนำมาคลุกเคล้าด้วยการปฎิบัติร่วมกัน

ที่นั้น เปี่ยมไปด้วยพลังของ “ความดี” 

แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

““อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้กับเชื้อแป้ง ที่หญิงคนหนึ่งนำมาเคล้าผสมกับแป้งสามถัง จนแป้งทั้งหมดฟูขึ้น…” (มธ 13:31-35)

 

ชีวิตคริสตชนเป็นดังสิ่งเล็ก ๆ ท่ามกลางสังคมไทยวันนี้

แต่ทว่า เป็นดังเชื้อแป้งที่ทำให้แป้งทั้งหมดฟูขึ้น

 

จะเป็นเช่นนั้นได้

จิตตารมณ์การเป็นคริสตชน

ต้องเป็นดังผ้าคาดเอว

ที่ชิดแนบกายเสมอ

เพื่อเราจะไม่ห่างไกลจากความเป็นลูกของพระเจ้า.

 

________________

 

ด้วยความเป็นสงฆ์ที่ถวายมิสซาทุกวัน เช้านี้ บทอ่านที่หนึ่ง (ยรม 13:1-11) ผ้าคาดเอวที่กล่าวถึงในหนังสือประกาศกเยเรมีย์นั้น ทำให้ผมคิดถึงรัดประคต อาภรณ์ในการประกอบพิธีกรรมที่ผมเองยังคงใช้อยู่ เพราะทุกครั้งที่สวมนั้น มันให้ความหมายที่ดีต่อชีวิตสงฆ์ของผมมาก เมื่อเชือกเส้นนั้นต้องรัดผ้าห้อยคอ สัญลักษณ์ของการเป็นสงฆ์ของผมไว้แนบกาย จนหล่อหลอมกลายเป็นชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของพระคริสตเจ้าจริง ๆ...

 

จริงนะ ที่จิตตารมณ์การเป็นคริสตชนนั้น อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยในสังคมไทยจริง จำนวนคริสตชนที่มีเพียงไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซนต์ หากจิตตารมณ์ไม่เข้มแข็งแล้ว ก็ดูยิ่งจะเจือจางลงไปอีก...

 

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ เตือนผมในฐานะที่เป็นศาสนบริกรคนหนึ่งของพระเจ้า อาภรณ์ที่เลือกสวมใส่เสมอ ไม่ใช่ในวันบวชเท่านั้น แต่พยายามที่จะสวมเสมอๆ เพื่อให้แต่ละชิ้นที่สวม กลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นจริงในชีวิต ไม่ใช่สัญลักษณ์เท่านั้น

 

พี่น้องที่รัก แต่ในความเป็นจริงนั้น จิตตารมณ์การเป็นคริสตชน ที่พระวรสารให้เราเห็นภาพว่า เป็นสิ่งเล็กน้อยท่ามกลางโลกจริง ๆ แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สำคัญเหลือกเกิน เพื่อทำให้โลกฟูขึ้นในความศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งนี้เอง ต้องเป็นดังฟ้าคาดเอวที่ติดกับชีวิตคริสตชนอยู่เสมอ มิฉะนั้น ก็กลางเป็นสิ่งไร้ค่า และไม่มีประโยชน์อะไรเลย สุดท้าย สิ่งที่สัญญากันไว้กับพระเจ้าในวันรับศีลล้างบาป ก็เจือจางลง และหายไปในที่สุด ถ้าเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์อย่างผม แล้วสิ่งเหล่านี้เจือจางไป ก็ไม่ต่างอะไรกับผ้าคาดเอวที่เปื่อยยุ่ยจนใช้การอะไรไม่ได้นั่นเอง ที่สุดชีวิตของผม ก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่ผมไตร่ตรองไปหลายวันก่อน ผมก็เป็นเพียง “เกาะพระเยซูเจ้ากิน” เท่านั้นเอง คือใช้คาบนักบวช คาบพระสงฆ์ รับผลประโยชน์ไปวันๆ ... ขอบคุณพระวาจาของพระเจ้าที่ทำให้ผมตระหนักยิ่งขึ้น และได้เจริญชีวิต สมตามที่ได้สัญญากับพระเจ้าไว้ในวันปฏิญาณ ในวันบวชเป็นพระสงฆ์

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงผูกมัดไว้กับชีวิตของลูก ด้วยจิตตารมณ์แห่งความรักและเมตตาของพระองค์ และแม้จะเป็นเพียงเชื้อแป้งที่บางเบา แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้โลกทั้งโลกศักดิ์สิทธิ์ได้ ด้วยประจักษ์พยานชีวิตที่แท้จริง มองเห็น และสัมผัสได้.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันจันทร์ที่ 27 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ยรม 13:1-11 / มธ 13 :31-35

คำสั่งสอนของพระเยซูเจ้ามีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์ เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ด ที่กลายเป็นต้นไม่ใหญ่ จนนกสามารถมาสร้างรังได้ นักบุญฟรังซิสอัสซีซีได้เจริญชีวิตด้วยความรักเหมือนพระเยซูเจ้า ท่านแสดงความรักต่อธรรมชาติ เป็นต้นบรรดาสัตว์ต่างๆ ท่านจะเขี่ยหนอนที่คลานอยู่บนทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเหยียบ เพราะท่านถือว่าสัตว์ทุกชนิล้วนแต่เป็นภาพสะท้อนถึงความรักของพระเป็นเจ้า จึงควรได้รับความเคารพ มหาตะมะ คานธี ผู้ใช้นโยบาย “อหิงสา”ต่อสิ่งสร้างทั้งหลาย ท่านจะไม่ฆ่ายุง แมงป่องหรืองู ท่านจะไม่ฆ่างู ถ้าบังเอิญท่านพบมันเลื้อยคลานบนดิน อัลเบิร์ต ชไวเซอร์ ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ท่านมีความเคารพในชีวิตของสัตว์ทุกชนิด เมื่อภรรยาของท่านดักหนูได้ ท่านจะเป็นคนปล่อยมันไป ท่านจะไม่จับปลา ยิงนก หรือทำร้ายสัตว์ชนิดต่างๆ ความประพฤติของท่านทั้งสามคน ล้วนได้รับอิทธิพลจากความรักของพระเยซูเจ้า  และทำให้การเจริญชีวิตของพวกท่านเปลี่ยนแปลงไป นักบุญฟรังซิส อัสซีซี ได้ยินดีเจริญชีวิตด้วยความยากจน มหาตะมะ คานธีกลายเป็นคนที่รักพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์ อัลเบิร์ต ชไวเซอร์ได้เดินทางเป็นมิสชันนารีในทวีปอัฟริกา และได้สร้างโรงพยาบาลเพื่อคนยากจน...ขอให้เราถามตัวเองเช่นเดียวกันว่า เราเองได้ทำตัวเป็นแบบอย่างต่อผู้น้อยมากน้อยเพียงใด?...ขอให้ท่านระลึกว่า ในวันที่ท่านเกิดมา ท่านได้ร้องไห้ และโลกมีความชื่นชมยินดี ขอให้ท่านเจริญชีวิต เพื่อว่าในวันที่ท่านตายไป โลกจะร้องไห้ ขณะที่ท่านมีแต่ความชื่นชมยินดี 

พระสันตะปาปาฟรังซิสจึงได้ตรัสในบทเทศน์ตอนหนึ่งว่า พระเยซูเจ้าได้ทรงใช้เรื่องเมล็ดมัสตาร์ด ที่เป็นเมล็ดพืชเล็กๆ ที่ชาวนาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพื่อแสดงให้เห็นว่า พลังของพระวาจาของพระเป็นเจ้า แม้จะเป็นพลังเล็กๆ แต่ก็สามารถสร้างพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าได้ เมื่อชาวนาหว่านมันลงไปในพื้นนาแล้ว ไม่ว่าเขาจะหลับหรือตื่น มันก็เจริญงอกงามขึ้น เหมือนกับพระวาจา ที่หว่านลงในใจมนุษย์ มันจะเจริญงอกงามขึ้นตลอดเวลา จนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่โต

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)