วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

 

ความรักต่อโลก ...

ทำให้คนยิ่งเหนื่อย ยิ่งล้า

แต่ยิ่งแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า

ก็จะยิ่งมีกำลัง มีพลัง มีชัยชนะ

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/nMsOqLUrw3w

 

https://youtu.be/Zv5qTskvgtI

 

จิตวิญญาณข้ากระหาย

https://youtu.be/lqB3AmE28z4

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1 พกษ 3:5-12

รม 8:28-30

มธ 13:44-52

 

ธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อรู้ว่าสิ่งใดมีค่า 

ย่อมทำทุกวิถีทาง ค้นหา ให้ได้มา

เพื่อการครอบครอง สำหรับคนที่ติดตามพระเยซูเจ้า

พระองค์เสนอสิ่งที่มีค่า นั่นคือ อาณาจักรสวรรค์

เพื่อจะได้เข้าในอาณาจักรนี้จำเป็นต้อง “ออกแรง”

 

เมื่อซาโลมอน ในฐานะกษัตริย์ ผู้รับใช้ของพระเจ้า 

ได้รับโอกาสในการทูลขอพระพร ท่านไม่ได้ขอ 

สิ่งของที่มีค่า ข้าวของเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง 

หรือสุขภาพที่ดีสำหรับตนเอง

แต่ท่านขอปรีชาญาณ เพื่อค้นหาสิ่งที่มีค่า

เพื่อใช้ในอำนาจปกครองที่ท่านได้รับ

นั่นคือวิธี ที่จะรู้จักแยกแยะ ดีชั่ว

 

จดหมายนักบุญเปาโล ตอกย้ำ..

พระเจ้าจะทรงบันดาลให้ทุกสิ่ง 

กลับเป็นประโยชน์ มีค่า 

… สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

หมายเหตุ..

อย่าปล่อยให้ บางสิ่ง หรือบางคน

มีคุณค่า เมื่อเราได้เสีย

คนนั้น หรือสิ่งนั้น ไปแล้ว

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ขายทุกสิ่งที่มี นำเงินซื้อนาแปลงนั้น…” (มธ 13:44-52)

 

อาณาจักรสวรรค์คือสมบัติล้ำค่า

แม้จะเสียสิ่งอื่นไปบ้าง

แต่ทว่า ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์

สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

นี่และ ปรีชาญาณของลูกของพระเจ้า.

 

________________

 

เราได้ฟังอุปมาของพระเยซูเจ้ามาหลายๆ เรื่องในวันเหล่านี้ และวันนี้ เราพบว่า พระเยซูเจ้ากำลังสอนให้เรามองคุณค่าแห่งพระอาณาจักรพระเจ้าที่มาก่อนอื่นใด แม้ว่าการเลือกเช่นนั้น อาจจะทำให้เราต้องสูญเสียอะไรไปมากมาย ซึ่งบางครั้งมันก็นำมาซึ่งความทุกข์ยากลำบาก แต่สำหรับลูกของพระเจ้าที่วางใจในพระองค์ ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่รักพระองค์ (เทียบบทอ่านที่สอง รม 8:28-30) และสิ่งนี้เอง คือปรีชาญาณของลูกของพระเจ้า ที่เราต้องวอนขอจากพระองค์ เพื่อเราจะรู้ว่า เราควรเลือกสิ่งใดให้เป็นสิ่งที่มาก่อน (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง ปชญ 1พกษ 3:5-12)

 

พี่น้องที่รัก ในยุคของโควิด 19 ที่อาจจะเป็นวิกฤติในโลกเราวันนี้ ผมยังนึกถึงภาพนั้นในเฟสบุ๊ค ปิศาจกำลังบอกพระเจ้าว่า มันปิดวัดของพระองค์หมดแล้ว แต่พระเจ้าตรัสตอบว่า เราได้เปิดวัดมากมายในครอบครัวคริสตชน... ท่ามกลางวิกฤต มบางสิ่งที่เป็รสิ่งที่เป็นโอกาส นั่นแหละ คือสิ่งที่เรียกว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงบัดดาลให้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

ผู้ที่รักพระเจ้าที่แท้จริง เยี่ยงบุตรของพระองค์ควรมีปรีชาญาณนี้มิใช่หรือ สิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องภาวนาวอนของพระเจ้ามิใช่หรือ เพื่อเราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พี่น้องครับ แม้เราจะไปวัดวันอาทิตย์ไม่ได้ในเวลาที่ผ่านมา แม้คุณตาคุณยาย ที่ไม่รู้เรื่องการใช้อสื่อ อาจจะไม่มีโอกาสชมพิธีบูชาขอบพระคุณทางการถ่ายทอดสด แต่หากเราไตร่ตรองดีๆ เรายังมีวิธีการอีกมากมายที่จะทำให้วันของพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์... ด้วยการไปวัดเป็นปกติของเรานั้น บางที เราก็ไม่แน่ใจนักนะครับ ว่าเราได้ทำให้วันนั้นเป็นวันศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า หากเราไปเพราะกลัวว่าจะบาปเท่านั้น 

 

พี่น้องที่รักครับ ให้เราวอนขอปรีชาญาณจากพระเจ้า เพื่อเราจะเรียนรู้ที่จะเลือกให้พระเจ้าเป็นผู้ที่มาก่อนในชีวิตของเรา และดูเหมือนว่า เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป หรือแม้ว่าความตายอาจจะดูว่าเป็นความสูญเสีย แต่ที่ไหนได้ ปรีชาญาณของพระเจ้าบอกว่า “เขาอยู่ในสันติสุข”

 

พี่น้องที่รัก ขอให้พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ในวันที่เราฉลองวันพระเจ้าให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์นี้เอง นำหัวใจเราให้พบปรีชาญาณของพระองค์ เพื่อเรียนรู้ที่จะเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด และแม้ความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายหลัง ก็จะกลายเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์เท่านั้น คือสมบัติล้ำค่าที่สุด พระองค์คือผู้ที่ลูกเลือกวางไว้กลางใจ แม้ว่าจะสูญเสียสิ่งใด ขออย่าให้ลูกสูญเสียพระองค์เลย และการสูญเสียทั้งหมดนั้น แท้ที่จริงแล้ว ก็กลับกลายเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นสำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

สุขสันต์วันพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 17 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1พกษ 3:5-12 / รม 8:28-30 / มธ 13 :44-52

ในบทอ่านที่ 1 ในวันนี้ กษัตริย์ซาโลมอนได้เลือกปรีชาญาณ เป็นความสุขของพระองค์ พระองค์น่าจะวิงวอขอการมีอายุยืน ความร่ำรวย ความสำเร็จเหนือบรรดาศัตรู แต่พระองค์กลับวิงวอนขอพระเป็นเจ้า ในสิ่งที่พระองค์ทรงคิดว่า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะนำความสุขที่แท้จริงมาให้พระองค์  นั่นคือ ปรีชาญาณ พระองค์ทรงถือว่าปรีชาญาณ เป็นสิ่งที่มีความหมายที่สุดในชีวิต  มันเป็นพระพรพิเศษของพระเป็นเจ้า ที่จะช่วยให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เลือกเป็นสื่งสำคัญที่สุดในชีวิต มันยังช่วยให้เขาสามารถที่จะตัดสินใจเลือก ในสิ่งที่มีคุณค่าที่แท้จริง

ส่วนในพระวรสารวันนี้ ได้กล่าวถึงชายที่เฉลียวฉลาดคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่แต่เลือกระหว่างสิ่งที่ดีและสิ่งที่เลว แต่เป็นการเลือกระหว่างสิ่งที่ดี และสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อเขาไปค้นพบขุมทรัพย์ ที่มีคุณค่า เขาได้เลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด โดยยอมเสียสละทุกสิ่งที่มีอยู่ เพื่อจะแลกขุมทรัพย์นั้น พระเยซูเจ้าทรงเรียกขุมทรัพย์นี้ว่า “ พระราชัยสวรรค์” และนี่ คือ สิ่งที่เราควรจะเลือกไว้เป็นขุมทรัพย์ มากกว่าสิ่งอื่น แม้แต่สิ่งที่เราถือว่า เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดสำหรับเรา

สิ่งที่ดีต่างๆในชีวิต เช่น ความรักในครอบครัว ความรักในหมู่ญาติ  เพื่อนๆ และเพื่อนบ้าน หรือความสำเร็จในชีวิตการงาน ไม่ควรจะมีอยู่คั่นกลางระหว่างพระเป็นเจ้าและเรา และนี่ คือ สิ่งที่บรรดามรณสักขีได้เลือก ให้เราสวดวอนขอพระเป็นเจ้าเป็นพิเศษ เพื่อให้เราพบความอิ่มใจและความสุข ที่เป็นผลมาจากการเลือกของเรา เช่นเดียวกับที่บรรดามรณสักขีได้เลือก ข้าแต่พระเป็นเจ้า โปรดช่วยลูกให้ให้มีความชื่นชมยินดี ที่ลูกได้เลือกขุมทรัพย์แห่งความเชื่อ โปรดให้ลูกมีความกระตือรือร้น ที่จะแบ่งปันด้วยความชื่นชมยินดี ในขุมทรัพย์ที่เป็นพระพรที่ประเสริฐที่สุด.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)