วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

 

 

 

 

 

พระวาจาของพระเจ้า

เริ่มมีชีวิตและเจริญเติบโต

ก็ต่อเมื่อเราฟังแล้ว

นำเอาไปปฏิบัติ

นำเอาไปเป็นชีวิตของเรา

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา 

https://youtu.be/-NeuD5adrHU

 

https://youtu.be/zJqxN3JnpcM

 

 พระวาจาบันดาลชีวิต

http://youtu.be/6dCL-sDCWlo

 

 

 

วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา 

อ่าน :

ยรม 3:14-17

มธ 13:18-23

 

ความเข้าใจกัน เป็นสิ่งที่สำคัญ 

พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องอธิบาย อุปมา เรื่อง ผู้หว่าน 

เพื่อให้ศิษย์และผู้ติดตามได้เข้าใจ

ความหมายของพระวาจา

เพื่อการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง

 

เพื่อรักษา สัมพันธภาพที่ยืนยาว มั่นคง ถาวร

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกเยเรมีย์ยืนยัน

พระเจ้าทรงรับรู้ เข้าใจในสภาพประชากรของพระองค์

 

หมายเหตุ

ความรัก อาจนำคนสองคน 

ให้มาพบ และอยู่ด้วยกัน

แต่ ความเข้าใจ จะทำให้ทั้งสอง อยู่กันด้วยดี

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เมล็ดที่ตกริมทาง... เมล็ดที่ตกลงบนหิน... เมล็ดที่ตกในพงหนาม…” (เทียบ มธ 13:18-23)

 

ฟังแต่ไม่เข้าใจ

ไม่มีรากในตัว

ความวุ่นวายในทางโลก

และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ

 

นี่คืออุปสรรค

ที่ทำให้พระวาจาของพระเจ้าไม่เกิดผลเต็มที่

 

กระนั้นก็ดี

แม้จิตวิญญาณของเราจะเป็นดินดี

เราก็อาจจะเป็นดินดีที่เต็มไปด้วยวัชพืชที่ตามมาด้วย

สุดท้าย เราก็เป็นดินดีที่เอื้อให้กับทุกอย่าง

ทั้งพระวาจาของพระเจ้า

และเสียงของโลก...

 

วันนี้ พระวาจาของพระเจ้า

ถามใจฉัน... ฉันจะเลือกใคร...

 

________________

 

วันนี้ ผมอาจจะมีมุมมองในการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าที่แตกต่างออกไป เมื่อวันนี้ได้ไตร่ตรองพระวาจาตอนนี้อีกครั้ง ที่มีบางความคิดที่เข้ามา แตกต่างจากเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อได้ไตร่ตรองพระวาจานี้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านไป

 

พี่น้องที่รัก เราเห็นอุปสรรคของพระวาจาของพระเจ้าที่ไม่เกิดผล เพราะหลายครั้งใจเราเป็นดินที่ต่างกันออกไป และแม้ว่าบางครั้งเราจะเป็นดินที่ดีก็ตาม... เอาเถอะ วันนี้ผมไตร่ตรองนอกกรอบนิดหน่อยครับ... แม้ว่าใจเราจะเป็นดินดี คือดินที่หว่านพืชอะไรลงไป มันก็งอกงาม เติบโต และได้ผลดีหมด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอุปสรรค เพราะดินที่ดีมากๆ นั้น วัชพืชก็ตามมาด้วยเช่นกัน และในความเป็นจริงที่เราพบ ดินที่ดีนั้น ธาตุและสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในดิน ก็เอื้อให้กับทุกพืชพันธุ์ที่งอกขึ้นด้วย และหลายครั้ง เป็นไปได้ไหม ที่พระวาจาของพระเจ้าที่อาจจะเกิดผลก่อน แต่วัชพืชที่ตามมามันแข็งแรงกว่า

 

พี่น้องที่รักครับ ที่บ้านสวนสันติธรรม บ้านเข้าเงียบของผม เผลอหน่อยเดียว เราต้องสูญเสียต้นไม้ใหญ่ๆ ไปหลายต้น เพราะเราพลาดในการดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อต้นไทรเข้ามาขึ้นข้างๆ มันเติบโตทีหลัง แต่มันเข้าไปรัดต้นไม้ที่อยู่ก่อน จนตายไปในที่สุด และสุดท้าย ที่ตรงนั้น เพื่อเราจะไม่เสียร่มเงา เราก็ยอมให้ต้นไทรขึ้นแทนแบบไม่มีทางเลือก...

 

พระวาจาของพระเจ้าในบทอ่านที่หนึ่งพูดถึงความเร่าร้อนในรักพระเจ้า ซึ่งเราไตร่ตรองมาระหว่างสัปดาห์นี้แล้ว ที่หมายถึงความเร่าร้อนในความรักต่อพระเจ้าที่อิสราแอลเป็นดังไฟที่ลุกอยู่เพียงครู่เดียว แล้วก็ดับมอดลง... บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ในวันนี้ (ยรม 3:14-17) ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่นักบุญเปาโลได้บอกกับเราว่า “พระเจ้าคือผู้บันดาลการเติบโต” ... บทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ ทำให้ผมไตร่ตรองร่วมกับพระวรสาร และนำให้เข้าใจว่า นอกจากการเป็นดินที่ดี ที่น้อมรับพระวาจาของพระเจ้าแล้ว เรายังต้องมีพระองค์อยู่เคียงข้าง ดังชุมพาบาล ดังคนสวนที่คอยลิดคอยตัดแต่ง เพื่อให้เราเกิดผล... มิฉะนั้นแล้ว ความพร้อม ความดี ความสมบูรณ์ของเรา จะกลับเป็นผลประโยชน์ของมารไปสิ้น

 

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตคริสตชน เป็นชีวิตที่ต้องเลือกฟังพระวาจาของพระเจ้า ฟังพระองค์ ซึ่งหมายถึงเข้าไปในใจ และหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ นอกนั้น เสียงอื่น เสียงของโลกที่ดังไม่น้อยในโลกเราวันนี้ ปรีชาญาณของพระเจ้าจะทำให้เราเข้าใจว่า เราควรเติบโตในชีวิตคริสตชนอย่างไร อาศัยพระหรรษทานของพระองค์ช่วย

 

ข้าแต่พระเจ้า เสียงระฆังวัด ดังสู่เสียงระฆังเรียนไม่ได้หรือ เสียงขับร้องสรรเสริญพระองค์ ดังสู่เสียงของโลกไม่ได้หรือ... ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย ขอให้ลูก แม้ว่าได้ยินเสียงมากมายในวันนี้รอบตัวลูก แต่ขออย่าให้ลูกปิดหู ปิดตา ปิดใจ ไปจากเสียงของพระองค์เลย พระเจ้าข้า

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ยรม 3:14-17 / มธ 13 :18-23

วินเซนต์ แวน โก๊ะ เป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงชาวดัชต์ เขาได้จบชีวิตตัวเอง ด้วยการฆ่าตัวตาย เขาเกิดในครอบครัวคริสตชน ในปี 1878 เขาได้สมัครเรียนในโรงเรียน เพื่อจะฝึกตัวเป็นผู้เทศน์ ในกรุงบรัสเซลส์  หลังเรียนจบแล้ว เขาได้ทำหน้าที่เป็นผู้เทศน์นาน 1 ปี แต่เขาได้เลิกหน้าที่เป็นผู้เทศน์ โดยไม่ทราบเหตุผล ในปี 1889 เขาได้เริ่มวาดภาพ ด้วยแรงบันดาลใจบางอย่าง  ภายในระยะเวลา 2 ปี เขาสามารถวาดภาพได้ถึง 200 ภาพ ในขณะที่มีชีวิต 37 ปี เขาเกิดความรู้สึกสับสน และล้มป่วยลง เขาได้ขอยืมปืนจากเพื่อน และได้ปลิดชีวิตของตัวเองลง

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงเทศนานิทานเปรียบเทียบเรื่องผู้หว่าน โดยได้นำตัวละคร จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่คนธรรมดาทั่วไป สามารถนำไปใช้กับชีวิตของตัวเองได้ พระองค์เป็นผู้หว่านพระวาจาของพระเป็นเจ้า ด้วยตัวของพระองค์เอง หรือด้วยตัวของศาสนบริกร ที่เป็นคนงานในสวนของพระองค์ คำพูดของพวกเขาไม่ใช่คำพูดของตัวเอง แต่เป็นพระวาจาของพระเป็นเจ้า ที่ให้ชีวิต

หัวใจของมนุษย์ คือ พื้นนาที่พระเยซูเจ้าทรงหว่านพระวาจาของพระองค์ แลสามารถผลิตผลตามคุณภาพของหัวใจมนุษย์ ถ้าหัวใจของมนุษย์เป็นเหมือนพื้นดินดี มันก็ผลิตผลได้จำนวนมาก แต่ถ้าหัวใจมนุษย์เป็นเหมือนพื้นดินที่ไม่ดี พระวาจาของพระเป็นเจ้าก็จะเหี่ยวเฉาไป และตายไปในที่สุด.

นักบุญเยโรมเคยกล่าวว่า “ความร่ำรวยเป็นสิ่งหลอกลวง  เพราะสัญญาอย่างหนึ่ง และทำอีกอย่างหนึ่ง เล่ห์เหลี่ยมของมันก็ผลิกไปผลิกมา หลอกลวงคนที่เป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้น ถ้าพระเยซูเจ้าตรัสว่า เป็นการยากที่คนร่ำรวยจะเข้าสู่พระราชัยสวรรค์ เพราะความร่ำรวยจะทำให้พระวาจาของพระเจ้าอ่อนแอลง และยังทำให้ฤทธิ์กุศลต่างๆ หมดแรงไปด้วย.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)