วันจันทร์ที่ 20 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

 

ทุกหนทางที่เราเดิน 

ทุกการกระทำที่เราทำ

ถ้าเราทำด้วยความเชื่อ 

ถ้าเราเดินด้วยความเชื่อฟัง

และถ้าเราให้ "พระเจ้า" ทรงนำย่างเท้าของเรา...

เราจะเดินในทางสว่าง...และอยู่บนทางแห่งพระพร

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 20 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา 

https://youtu.be/bmAWgkKAA2U

https://youtu.be/fNLX9fVgIYM

You are The Potter I am the clay

https://youtu.be/ZEBOb-H1NbY

วันจันทร์ที่ 20 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา 

อ่าน :

มคา 6:1-4, 6-8

มธ 12:38-42

 

เมื่อบางคนต้องการเห็น

เครื่องหมายจากพระเยซูเจ้า

เพื่อจะเชื่อ..เครื่องหมายเดียว 

ที่พระองค์ชี้ให้พวกเขาเห็น

คือ เครื่องหมายของการกลับใจ 

 

ประกาศกมีคาห์ ตอกย้ำ..

เครื่องหมายของการกลับใจ 

ที่พระเจ้าต้องการเห็น

จากประชากรของพระองค์ คือ 

การปฎิบัติความยุติธรรม รักความดีงาม

ดำเนินชีวิตอย่างถ่อมตน

 

หมายเหตุ..

เมื่อรู้ว่าผิด แล้วปรับปรุง

ได้ชื่อว่า “กลับใจ” 

แต่ถ้ายังฝืนทำต่อไป.. 

จะไม่มีใครให้อภัย

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เครื่องหมาย…” (มธ 12:38-42)

 

มองดูสิ่งสร้างต่างๆ

สัตว์ต่างๆ ที่เคลื่อนไหว

มองดูชีวิตเรา มองดูร่างกายเรา

เลือดที่ไหวเวียนอยู่ในร่างกายเรา

หัวใจที่เต้น อวัยวะต่างๆ ที่ทำงานอย่างอยู่

นี่คือเครื่องหมาย นี่คืออัศจรรย์ยิ่งใหญ่ใช่ไหม?

 

หากเรามองดู แล้วก็ทึ่งอยู่แค่นั้น

ก็ไม่ต่างอะไร เมื่อเราลุกจากโรงภาพยนตร์

เมื่อเห็นคำว่า “The End”

และไม่สนใจอักษรเลื่อนที่ตามมาเลย...

 

________________

 

ประชากรของพระเจ้าหลายสมัย ผ่านประสบการณ์กับพระองค์มามากมาย แต่ไม่เคยไตร่ตรองถึงความรักของพระองค์เลย บทตัดพ้อที่ใส่ไว้ในพิธีกรรมวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เรามักไม่ค่อยอ่าน แต่ไปร้องเพลงมากมาย บทตัดพ้อนั้นอยู่ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้...

 

“ประชากรของเราเอ๋ย เราได้ทำอะไรกับท่าน เราได้ทำให้เจ้าขุ่นข้องหมองใจในเรื่องใด จงตอบซิ... เพราะเราได้นำเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ และไถ่เจ้าจากการเป็นทาส...” (เทียบบทอ่านที่หนึ่ง มคา 6:1-4, 6-8) เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้เรามีประสบการณ์กับพระองค์ แล้วประชากรของพระองค์ก็ไม่เคยจดจำประสบการณ์ดีๆ นั้น เมื่อเวลาผ่านไป ก็ไม่เคยรู้คุณ หันกลับไปมีพระเจ้าอื่นแทน

 

แม้ในสมัยของพระเยซูเจ้าเอง พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางพวกเขา ทรงทำอัศจรรย์มากมาย แต่หลายครั้ง เรามนุษย์ก็มักเป็นผู้ที่เก็บเกี่ยวเท่านั้น แต่ไม่เคยหว่าน และไม่เคยรู้คุณอะไรใครผู้มาก่อนและล่วงหน้าเราเลย มันคือประสบการณ์เดียวกับที่พระเยซูเจ้ากำลังเผชิญ...

 

พระเจ้าข้า... ถ้าพระองค์มีอยู่จริง ขอให้หนูเห็นพระองค์หน่อย แล้วเด็กน้อยก็เห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงดาว แต่เธอก็หลับไปโดยไม่เข้าใจอะไร

 

พระเจ้าข้า... ถ้าพระองค์มีอยู่จริง ขอทรงให้หนูเห็นอัศจรรย์หน่อย แล้วแม่แมวก็ให้กำเนิดแมวน้อยตัวใหม่ เธอดีใจ ตื่นเต้น แต่ก็ไม่เข้าใจอะไร

 

พระเจ้าข้า... ถ้าพระองค์มีอยู่จริง ขอทรงให้หนูได้ยินเสียงของพระองค์หน่อย แล้วนกน้อยก็ร้องไพเราะ แต่เด็กน้อยก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่เข้าใจอะไร

 

พระเจ้าข้า... ถ้าพระองค์มีอยู่จริง จับตัวหนูหน่อย แล้วเธอก็เอามือปัดผีเสื้อที่เกาะบนไหล่เธอออกไป โดยไม่เข้าใจอะไรเลย

 

หรือ...

พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์มีอยู่จริง ของให้ฉันรวยๆ ซิ... แต่วันนี้ ฉันยังหายใจ แต่ทว่า ฉันก็ไม่คิดอะไรเลย

 

แล้วเครื่องหมายอะไรเล่า ที่ฉันต้องการจากพระองค์...

 

พระเจ้าข้า ไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์วันนี้แล้ว ลูกเห็นว่าลูกยังหายใจ ลูกขอบคุณพระองค์ ขอทรงช่วยลูกให้ขยันๆ ในการทำงานของพระองค์ และเป็นลูกที่ดีของพระองค์ตลอดไปเทอญ...

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันจันทร์ที่ 20 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน มคา 6:1-4,6-8 / มธ 12 :38-42

พระเยซูเจ้าได้ตรัสอะไรเกี่ยวกับคนยุคนี้?พระองค์ได้เตือนค่อนข้างเอาจริงเอาจังว่า  เมื่อพวกเขาต้องการเครื่องหมายสำคัญจากพระองค์  ที่เป็นลักษณะของชาวยิว ที่มักจะเรียกร้องเครื่องหมายสำคัญ จากผู้นำข่าวของพระเป็นเจ้า เพื่อยืนยันว่า ข่าวที่ผู้นำข่าวนำมาบอกนั้นเป็นความจริง พระเยซูเจ้า

เมื่อบรรดาผู้นำทางศาสนาได้เรียกร้องให้พระเยซูเจ้า พิสูจน์ว่าพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ ของพระผู้เป็นเจ้า โดยที่พระองค์ได้ตรัสหลายครั้งว่า ตัวของพระองค์เอง คือ เครื่องหมายของพระเป็นเจ้า พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องการเครื่องหมายอื่นใดจากสวรรค์ นอกจากตัวของพระองค์เอง พวกชาวนินะเวห์เองได้ยอมรับคำเตือนของพระเป็นเจ้า  เมื่อโยนาห์ได้พูดกับพวกเขา และพวกเขาได้กลับใจ ( ยนา 3:5) นอกจากนี้พระราชินีแห่งชีบาเอง ก็ยอมรับปรีชาญาณของพระเป็นเจ้า           ในตัวของกษัตริย์ซาโลมอน (1 พกษ 10:1-9)โยนาห์คือเครื่องหมายของพระเป็นเจ้า และข่าวสารที่ท่านนำมา ก็เป็นข่าวสารของพระเป็นเจ้า ต่อประชาชนชาวนินะเวห์ แต่น่าเสียดาย ที่บรรดาผู้นำศาสนาในสมัยของพระเยซูเจ้า ไม่ยินดีรับเครื่องหมาย ที่พวกเขามองเห็น พวกเขาได้ปฏิเสธไม่ยอมรับข่าวสานของยอห์น บัปติสต์ และบัดนี้ พวกเขายังปฏิเสธไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า ในฐานะเป็นพระเมสสิยห์ของพระเป็นเจ้า และไม่ยอมรับข่าวสารที่พระองค์มอบให้

ซีเมออนได้เคยทำนายเมื่อพระองค์ได้ประสูติว่า พระองค์ คือ เป้าหมายของคนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลง หรือลุกขึ้น  และพระองค์จะเป็นเครื่องหมายของการต่อต้าน เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย (ลก 2:34-35) พระเยซูเจ้าได้ทรงยืนยันข่าวสารของพระองค์ ด้วยการทำอัศจรรย์จำนวนมากมาย เพื่อเตรียมสำหรับเครื่องหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การกลับคืนพระชนม์ชีพในวันที่สามของพระองค์  ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกได้เต็มเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้าของพระองค์ เพื่อให้ลูกมีปรีชาญาณและความรู้ในความรักและความจริงของพระองค์

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)