วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

 

 

จิตใจที่ไม่มีความเชื่อ ...

ก็ไม่อาจมองเห็น "ความเป็นไปได้"

เพื่อนเอ๋ย ...

อดีตของผีเสื้อก็คือ ตัวหนอน

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/-f3SGxI1BDo

 

https://youtu.be/mWGOXWHg1jc

 

เวลานี้

http://youtu.be/_dYs-yNQkYQ

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

ปชญ 12:13,16-19

รม 8:26-27

มธ 13:24-43

 

พระเยซูเจ้าทรงใช้อุปมา สอนบรรดาศิษย์และผู้ติดตาม

เพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจถึง อาณาจักรสวรรค์

แม้นพระเจ้าจะทรงหว่าน เมล็ดพันธ์ุแห่งความดี

แต่การล่อลวง ความชั่วร้าย ของปีศาจที่ไม่หวังดี

ก็มีให้เห็น แต่ที่สุด เพื่อจะเข้าอาณาจักรสวรรค์

พระเจ้าจะทรงเป็นผู้คัดเลือก..จากผล..การเจริญเติบโต

ของเมล็ดพันธ์ุดี ที่ไม่กลายพันธ์ุ

 

ปรีชาญาณ ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงตัดสินอย่างยุติธรรม

เพราะทรงพิพากษาอย่างอ่อนโยน ปกครองด้วยพระทัยเมตตา

ดังนั้น ผู้ชอบธรรม ที่ปรารถนาจะเข้าอาณาจักรสวรรค์นั้น

จำเป็นต้องเจริญเติบโต ด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์

 

เพื่อจะเก็บรักษาความดีนั้น..

จดหมายของนักบุญเปาโล แนะนำ

เปิดใจ ให้กับจิตของพระเจ้า 

เพื่อพระองค์จะทรงสามารถให้คำแนะนำ

ตักเตือน สั่งสอน

 

หมายเหตุ..

ไม่มีอะไร สามารถ 

ทำให้ความดี ของเราลดลงไปได้

ถ้าเรา... “ดีจริง”

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“อย่าเลย...” (มธ 13:24-43)

 

ด้วยเกรงว่า

เมื่อท่านถอนข้าวละมาน

ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย

 

นี่คือช่วงเวลา

ที่พระเจ้าทรงให้โอกาส

แม้เมื่อเราอาจจะพลาดพลั้งทำบาปผิด

พระเจ้าก็ประทานโอกาสให้เรากลับใจ... (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ปชญ 12:13, 16-19)

 

แต่วันนี้ เช้านี้ เมื่อฉันยังมีชีวิต

ลูกของพระเจ้าใช้โอกาสดีนั้นอย่างไร...

 

________________

 

 

วานนี้ หลังจากที่ผมรู้สึกว่า ท่ามกลางชีวิตที่ผ่านไปนั้น ทำไมต้องประสบกับปัญหามากมาย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ผมขอบคุณพระเจ้า พระองค์ผู้ได้ตรัสพระวาจาของพระองค์ในจิตวิญญาณของผมในการไตร่ตรองพระวาจาแต่ละวัน ซึ่งเป็นคำตอบ เป็นความบรรเท่าใจที่ดีเหลือเกิน ที่ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข ด้วยความตระหนักว่า เราเป็นลูกพระ ชีวิตของเราต้องไม่อ่อนแอซิ เราต้องไม่ท้อถอยง่าย แต่อาจจะมีอะไรที่เราอาจจะทำได้ เพื่อช่วยให้โลกเราดีขึ้นบ้าง ทำเถอะ... เพราะการพูดอะไรมากมาย อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่คงต้องลงมือกระทำอะไรบ้างอย่างด้วย

 

บทอ่านที่หนึ่งจบให้ผมและพี่น้องมองเห็นกำลังใจจริงๆ แม้เมื่อมนุษย์ ลูกของพระเจ้าอาจจะพลาดพลั้งตกในบาป แต่พระเจ้าก็ทรงให้โอกาสแต่ละคน เพื่อจะได้กลับใจ

 

พระวรสารวันนี้ควรทำให้จิตใจของเราแต่ละคนอ่อนโยนลง ใช่ครับ แม้ว่าพระเจ้าทรงปลูกเราให้เป็นข้าวสาลี คือเป็นข้าวพันธุ์ดี คือการได้รับกระแสเรียกให้มาเป็นคริสตชน แต่ทว่า พระเจ้าก็ไม่ได้ทรงนำเราออกจากโลก ออกจากทุ่งนาของพระองค์ และยิ่งกว่านั้น ในทุ่งนาของพระเจ้าเอง เรากลับต้องเผชิญกับข้าวพันธุ์ไม่ดีที่ปีศาจได้หว่านไว้ และอะไรเกิดขึ้น เมื่อผู้รับใช้ของพระเจ้ามาพบ ดูเหมือนว่าเขาอยากจะทำลายข้าวละมานนั้นให้สิ้นซาก แต่พระทัยดีแสนอ่อนโยนของพระเจ้านั้น พระองค์เกรงว่า การเก็บข้าวละมานเพื่อทำลายนั้น บางครั้งก็อาจจะติดข้าวพันธุ์ดีคือข้าวสาลีออกไปด้วย พระองค์จึงให้เวลาให้ข้าวทั้งสองเติบโตไปด้วยกัน เพื่อที่สุดแล้ว มันจะชัดเจนยิ่งขึ้น ว่ามันเป็นข้าวใดเมื่อโตเต็มที่ แล้วเวลานั้นค่อยแยกมันออกจากกัน

 

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ มีคุณค่าสำหรับเราในช่วงเวลาวันนี้จริงๆ ในวันเหล่านี้ ที่เรากำลังต้องเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ท่ามกลางโรคระบาด และสังคมที่เสื่อมเสียลงทุกวัน จริยธรรมที่จางหายไปจากสังคมของเรา ทุกวันข่าวที่เราได้ยินนั้น มันทำให้เราสะเทือนใจเสมอๆ การอุ้มฆ่า การข่มขืนทารุณกรรม การโจรกรรม การเอารัดเอาเปรียบกันและกันด้วยวิธีการต่างๆ นานา และที่สุดก็ปลิดชีวิตของกันและกัน... พี่น้องครับ ผมยังเป็นคริสตชนคนหนึ่งที่อยู่ในโลก แม้จะเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ก็ตามเถอะ หลายครั้งผมรู้สึกหดหู่กับข่าวที่ได้ยินทุกวันๆ แม้ว่าจะมีข่าวดีบ้างในแต่ละวันก็ตาม แต่ความหดหู่เพราะข่าวร้ายๆ ก็ทำให้จิตใจหวั่นไหวในการเป็นลูกของพระเจ้าได้เช่นกัน

 

พี่น้องที่รักครับ พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรักและเมตตาอ่อนหวานก็จริง พระองค์ทรงให้เวลา และเมื่อเวลามาถึง นั่นคือพระยุติธรรมครับ  คือช่วงเวลาที่แต่ละคนต้องชัดเจน ว่าเราเป็นข้าวพันธุ์ดีหรือไม่ดี ทุกวันนี้ เรายังมีเวลาที่เติบโตขึ้นด้วยกันท่ามกลางสังคม มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่พี่น้องครับ พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ทำให้ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้องว่า เวลาที่พระเจ้าทรงรอให้ข้าวสองชนิดเติบโตไปพร้อมๆ กัน มองดูอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับคนดีๆ แต่ทว่า นั่นคือความท้าทายลูกของพระเจ้าจริงๆ นะครับ เพราะความคิดสองประการที่ผมไตร่ตรองออกมาแบ่งปันกับพี่น้องเช้านี้คือ...

 

เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ผมได้มั่นคงเพียงใดในการเป็นลูกของพระ ที่ต้องเจริญชีวิตบนมาตรฐานคำสอนของพระเยซูเจ้า ผมมั่นคงเพียงใด...

 

จากนาทีนี้ จากวันนี้ จนถึงเวลาเก็บเกี่ยวนั้น นอกจากคริสตชนต้องมั่นคงในการเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว ผมได้ใช้เวลาที่เหลือเปลี่ยนแปลงข้าวละมานให้เป็นพันธุ์ดีได้บ้างหรือเปล่า หรือผมเองกำลังท้อแท้ใจ และกำลังจะกลายพันธุ์ไปเป็นข้าวพันธุ์เลยบ้าง และดังนั้น เมื่อเวลาเก็บเกี่ยวมาถึง ผมจะเป็นอย่างไร

 

 

พี่น้องที่รัก ผมอยากให้พระวาจาวันนี้ เป็นกำลังใจของเราคริสตชนทุกคนนะครับ เราต้องไม่ถอดใจในความยากลำบากที่เรากำลังต้องเผชิญท่ามกลางโลกนี้นะครับ แต่เราต้องมั่นคงในการเป็นลูกที่ดีของพระเจ้าให้ถึงที่สุด ช่วยให้ผู้อื่นกลับเป็นลูกของพระเจ้าด้วย และที่สำคัญ อย่าเพิ่งกลายพันธุ์ไปแล้วกัน

 

ข้าแต่พระเจ้า สิ่งเดียวที่ลูวอนขอพระองค์ในเช้าวันนี้ เมื่อได้ฟังพระวาจาของพระองค์ และด้วยแสงสว่างแห่งองค์พระจิตเจ้า สิ่งนั้นคือ... ขอให้ลูกมั่นคงในการเป็นลูกที่ดีของพระองค์จนลมหายใจสุดท้ายเถิด และขอให้เวลาที่เหลือของลูก ให้ลูกสามารถนำวิญญาณของตนเองและเพื่อนพี่น้องให้เป็นข้าวพันธุ์ดีของพระองค์เถิด.

 

สุขสันต์วันพระเจ้าครับ

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ปชญ 12:13,16-19 / รม 8:26-27 / มธ 13 :24-43

ยอห์น คัลวินได้เคยแนะนำเรื่องอธิบายพระคัมภีร์ว่า “เมื่อเราอธิบายนิทานเปรียบเทียบ เราต้องให้ความเคารพพระคัมภีร์ มากกว่าการอธิบายความหมายตามความพอใจ” เมื่อรู้ว่า  เราต้องให้ความสนใจต่อความเข้าใจและการแปลนิทานเปรียบเทียบของพระวรสาร ปอล รีเกอร์ได้พูดว่า “นอกเหนือจากความเข้าใจ” ยอแซฟ รัตซิงเกอร์ ซึ่งต่อมาได้รับการเลือกตั้งเป็นพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้เขียนในบทความของพระองค์ เรื่องพระเยซูเจ้าแห่งนาซาเรธว่า “จงศึกษาดีดี และจงสวดภาวนาด้วยความร้อนรน เพื่อจะได้มีปรีชาญาณ ในการค้นพ้นปรีชาญาณเอง คือ พระเยซูเจ้าเอง

เมื่อพูดถึงความหมายพื้นฐานของ “นิทานเปรียบเทียบ” ยอแซฟ รัตซิงเกอร์ได้ชี้ไปยังพระเยซูเจ้าว่า พระองค์ คือ นิทานเปรียบเทียบ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่า พระองค์ คือ พระวจนาตถ์ ที่จะรับเอากายเป็นมนุษย์ ในเวลาและสถานที่ที่กำหนด นับตั้งแต่นิรันดร เพื่อประกาศเรื่อง พระราชัยแห่งสวรรค์ ที่มีมิติของความรัก สันติสุข ความยุติธรรม และความยินดี ทุกสิ่งที่กล่าวมา ล้วนแต่อยู่ในองค์พระเยซูเจ้า ดังนั้น พระราชัยแห่งสวรรค์ คือ พระเยซูเจ้า นอกจากนั้น พระองค์ยังเป็นนิทานเปรียบเทียบ หรือเป็นตัวอย่างของพระราชัยแห่งสวรรค์ ในนิทานเปรียบเทียบของนักบุญมัทธิวที่ประกอบด้วย 1.เรื่องข้าวพันธ์ดีและข้าวละมาน 2.เรื่องเมล็ดมัสตาร์ด 3.เรื่องเชื้อแป้ง 4.เรื่องการค้นพบขุมทรัพย์ในทุ่งนา 5.เรื่องการซื้อไข่มุกล้ำค่า 6.เรื่องการตีอวนจับปลาจำนวนมาก ยอแซฟ รัตซิงเกอร์ได้ได้ชี้ให้เห็นสิ่งที่นิทานเปรียบเทียบแต่ละเรื่องมีเหมือนกัน คือ พระเยซูเจ้าทรงมีความรักอย่างล้นพ้นต่อโลกนี้

เหตุผลที่พระเยซูเจ้าตรัสเป็นเรื่องอุปมาเกี่ยวกับธรรมล้ำลึกเรื่องอาณาจักรสวรรค์ “เพราะผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่มีน้อยจะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย”( มธ. 13.12)     คนที่มีเจตนาดี รู้เรื่องพันธสัญญาเดิม จะเพิ่มพูนและสมบูรณ์ขึ้นในพันธสัญญาใหม่ (มธ. 5.17,20) ส่วนคนที่มีเจตนาร้ายจะสูญเสียแม้สิ่งที่มีอยู่แล้ว คือ ธรรมบัญญัติ (พระบัญญัติ 10 ประการ) ของโมเสส.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)