วันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 2020 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

 


ข้าแต่พระเจ้า

ลูกขอบคุณพระองค์

ที่ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ …

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/_H74OLq8PCI

 

https://youtu.be/-DrfrGSFEfI

 

Crying in the Chapel

https://youtu.be/no67dIvX8Rs

 

 

 

วันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

อสย 38:1-6, 21-22, 7-8

มธ 12:1-8

 

เมื่อถูกพิพากษา ด้วยข้อกำหนด กฎเกณฑ์

พระเยซูเจ้าทรงทำให้ บรรดาศิษย์ และผู้ติดตาม

ได้เข้าใจว่า สิ่งที่พระเจ้าพอใจเหนือสิ่งอื่นใด

คือ ความเมตตา กรุณา มิใช่เครื่องบูชา

 

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกอิสยาห์

เพราะการดำเนินชีวิตที่ซื่อสัตย์ จริงใจต่อพระเจ้า

ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ท่านไดรับพระเมตตา

จากพระเจ้า 

 

หมายเหตุ..

จิตที่เมตตา...

พาสู่ความสุข สงบ..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)



“พลังแห่งพระวาจา” 

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพระวิหาร…” (มธ 12:1-8)

 

หลายครั้งที่

การปฏิบัติตามบัญญัติของคริสตชนอย่างครบถ้วน

การถือตามวินัยของนักบวชอย่างเคร่งครัด

กลับไม่ได้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยเลย

 

ด้วยสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

ไม่ใช่เครื่องบูชา หรือการถือตามธรรมบัญญัติครบถ้วน

แต่ทว่า ความรักและความเมตตากรุณาต่างหาก

ที่ทำให้วันแต่ละวันศักดิ์สิทธิ์ ถวายแด่พระองค์

 

________________

 

ในช่วงเวลาอันยากลำบากของการปฏิบัติศาสนกิจในวันอาทิตย์ พี่น้องหลายๆ คนรู้สึกกว่าการไปวัดวันอาทิตย์นั้นดูจะเป็นสิ่งที่ยากขึ้น แถมที่วัดเอง ร่วมกับทางราชการก็มีกฎต่างๆ ออกมาเพิ่มขึ้น บางคนเห็นด้วย บางคนรู้สึกไม่เห็นด้วยและอึดอัด ทำให้การปฏิบัติศาสนกิจดูจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก กฎที่บางคนอาจจะดูเป็นภาระอยู่แล้วสำหรับบางคน ก็กลับกลายเป็นสิ่งที่หนักหนาขึ้นอีก

 

แต่พี่น้องครับ การไปวัด และร่วมมิสซาในวันอาทิตย์นั้น แท้จริงแล้ว นั่นเป็นกฎของพระศาสนจักร ที่ช่วยให้เราปฏิบัติกฎของพระเจ้าได้ง่ายขึ้น และนั่นดูจะเป็นเพียงพื้นฐานที่น้อยที่สุด บนมาตรฐานของการเป็นคริสตชนเท่านั้นเอง เพราะพระบัญญัติของพระเจ้าประการที่สามนั้น ไม่ได้บอกว่า “วันพระเจ้าอย่าลืมไปวัดร่วมมิสซา” เปล่าเลยครับพี่น้อง และนี่แหละครับ สิ่งที่อาจจะเป็นภาระที่ทำให้เราแบกหนัก หากเราเข้าใจเพียงเท่านั้น

 

แต่แท้ที่จริงคืออะไร... อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการจากเราหรือ ในบทอ่านที่หนึ่ง (อสย 38:1-8, 21-22, 7-8) ทำให้เราเห็นว่า สิ่งดีๆ ที่เราอาจจะเรียกร้องจากพระเจ้าเพื่อพระองค์จะอวยพระพรชีวิตของเรานั้น... พระเจ้ากลับไม่ได้ทรงพอพระทัยสิ่งดีๆ ของเราเลย หากแต่พระองค์ทรงทอดพระเนตรหัวใจที่เป็นทุกข์และกลับใจอย่างสัตย์ซื่อและจริงใจ ดังน้ำตาที่หลั่งออกมาจากภายในหัวใจของเรา

 

กฎที่อาจจะดูเคร่งครัดในพระวรสาร ที่เราพบบ่อยๆ เกี่ยวกับวันสะบาโตนั้น ทำไมวันนี้กลับเป็นที่ที่พระเจ้าไม่ได้ทรงพอพระทัยกฎเช่นนั้นเลย เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เองได้ตรัสว่า “ถ้าท่านเข้าใจความหมายที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา ไม่ใช่พอใจเครื่องบูชา’…”

 

พี่น้องที่รักครับ การดำเนินชีวิตเยี่ยงบุตรของพระเจ้า เยี่ยงศิษย์ของพระเยซูเจ้านั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจความหมายนี้อย่างจริงจัง ว่าพระเจ้าทรงต้องการสิ่งใดจากเราจริงๆ ... พระบัญญัติของพระองค์ประการที่สามนั้น พระองค์ตรัสว่า “วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” พระองค์ไม่ได้ตรัสว่า “วันพระเจ้าอย่าลืมอดอาหาร ไปวัดวันอาทิตย์ และร่วมมิสซา รับศีลมหาสนิท...” เปล่าเลยครับ พระเจ้าไม่ได้ตรัสเช่นนั้น แต่เราต้องอ่าน ฟัง และเข้าใจดีๆ ครับ... “วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์” พี่น้องที่รักครับ เราฉลองวันพระเจ้าอย่างไร เราทำให้วันพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ หรือเปล่า... เราไปวัดวันอาทิตย์อย่างไร ระหว่างมิสซา เรายังคิดร้ายต่อกัน ระหว่างมิสซา เรายังไม่วางโทรศัพท์มือถือ ระหว่างมิสซาเรายังวางแผนไม่ดี เอารัดเอาเปรียบกันหรือเปล่า มากกว่านั้น เมื่อจบมิสซาแล้วชีวิตของเราเป็นอย่างไร พระวาจาและศีลมหาสนิทที่เรารับเข้ามาในชีวิตของเรานั้น ทำให้ชีวิตของเราศักดิ์สิทธิ์ เพื่อดำเนินชีวิตในแต่ละวันให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์มากน้อยเพียงใด

 

พี่น้องที่รักครับ ผมเอง วันนี้ พระวาจาทำให้ผมเข้าใจ และต้องซึมซับในชีวิตอย่างแท้จริง “ที่นี่มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพระวิหารเสียอีก...” ทำให้ผมหวนคิดถึงคำสอนของนักบุญท่านหนึ่ง นักบุญยอห์น คริสโซสตรมที่สอนว่า... “จะมีประโยชน์อะไร หากเรามีกาลิกษ์ทองคำที่พระแท่น มีดอกไม้สวยงามมากมายที่พระแท่น วัดของเราสวยงาม แต่ทว่า... พระเยซูเจ้ากำลังจะตายที่หน้าประตูวัดเพราะความหิว... เราจงประทังพระเยซูเจ้าก่อนดีไหม แล้วค่อยเอาสิ่งที่เหลือไปถวายบูชาที่พระแท่นก็ได้”

 

ข้าแต่พระเจ้า ที่นี่ ที่ที่ลูกประสบพระพักตร์ของพระองค์ ในบรรดาพี่น้องของลูกผู้กำลังมีความทุกข์ยาก ที่นี่ มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพระวิหารเสียอีก... พระเจ้าข้า ขอให้ลูกเข้าใจพระวาจาตอนนี้จริงๆ ขอให้พระวาจาของพระองค์เข้าไปสู่หัวใจของลูกอย่างแท้จริงด้วยเถิด.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสย 38:1-6,21-22,7-8 / มธ 12 :1-8

ศาสนาจะต้องช่วยมนุษย์ให้เป็นอิสระ ไม่ใช่ให้เป็นทาส แต่พวกธรรมาจารย์และฟาริสี กลับนำการถือศาสนาไปยังการเป็นทาส เพราะพวกเขาได้เน้นการถือกฎบัญญัติต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของมนุษย์ แม้การกระทำของพระเยซูเจ้า จะทำให้ชาวยิวสะดุด แต่พระองค์ก็ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ โดยพระองค์ได้แสดงให้เห็นว่า การถือวันสับบาโตนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีอำนาจเด็ดขาด แต่จะต้องทำตามเงื่อนไขของความจำเป็น และพิธีกรรมของมนุษย์ เหมือนตัวอย่างของกษัตริย์ดาวิด บรรดาผู้ติดตามพระองค์ และพวกพระสงฆ์ที่ทำพิธีกรรมในพระวิหาร มีแต่พระเมสสิยาห์ที่มาจากสวรรค์ และยิ่งใหญ่กว่าพระวิหาร สามารถที่จะเป็นนายเหนือวันสับบาโต เป็นพระองค์เองที่ได้เริ่มต้นโลกใหม่ ที่พระเป็นเจ้าทรงต้องการสร้างบนโลกนี้ หลักการจึงไม่ใช่ความเข้มงวด แต่เป็นความเมตตาต่อคนที่ขัดสน

พระวรสารวันนี้ เน้นที่ความเมตตาของพระเยซูเจ้า ในชีวิตและในการทำพันธกิจของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ประกาศว่า “เราต้องการความเมตตากรุณา ไม่ใช่เครื่องถวายบูชา” พระวาจาของพระองค์ในวันนี้ นำเราไปพิจารณาดูพระดำรัสของพระสันตะปาปาฟรังซิส เมื่อเดือนมกราคม 2015 ในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อบรรดาพระสังฆราชของประเทศฟิลิปปินส์ได้ได้กล่าวในจดหมายเพื่อการอภิบาลว่า “พระสันตะปาปา บิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงปรารถนาให้การเสด็จเยี่ยมเยียนของพระองค์ในครั้งนี้ เพื่อนำพระเมตตาของพระเยซูเจ้า มายังพวกประชาชนที่กำลังทนทรมาน จากแผ่นดินไหวและพายุ”

พระสังฆราชองค์หนึ่งได้ให้ความเห็นว่า “นายชุมพาบาลผู้มีใจเมตตากรุณา ทรงแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและเห็นใจของพระองค์ ต่อพวกประชาชน ที่ต้องเผชิญกับความเสียหายอันยิ่งใหญ่ พระองค์เสด็จมา เพื่อยืนยันความเชื่อของเรา ขณะที่เราถูกท้าทาย ให้เป็นประจักษ์พยานของความยินดี แห่งพระวรสาร ในท่ามกลางความทุกข์ทรมานของเรา และนี่คือ การพูดเพื่อแสดงพระเมตตาของพระเป็นเจ้า “ สำหรับพระสันตะปาปาฟรังซิส “ความเมตตากรุณา คือ รากฐานของชีวิตของพระศาสนจักร”

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)