วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020 ระลึกถึงพระนางมารีย์พรหมจารีย์ แห่งภูเขาคาร์เมล

 


เมื่อลูกหลง พระองค์ทรงตามหา
เมื่อลูกล้ม ทรงพยุงให้ลุกขึ้นอีกครา
เมื่อลูกเจ็บ ทรงเยียวยาให้หายดี

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงพระนางมารีย์พรหมจารีย์ แห่งภูเขาคาร์เมล

https://youtu.be/XQuvkHNCJAw

 

https://youtu.be/4hgvSeSdL1E

 

Rest in Me

https://youtu.be/1s4z_HQpL-I

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงพระนางมารีย์พรหมจารีย์ แห่งภูเขาคาร์เมล

อ่าน 

อสย 26:7-9,12,16-19 

มธ 11:28-30

 

พระเยซูเจ้าเชิญชวน ผู้ที่เหน็ดเหนื่อย ท้อแท้...

ให้เข้ามาหาพระองค์ ...เพราะ..

จิตใจที่สุภาพ อ่อนโยน ถ่อมตน 

ทำให้คนที่เข้ามาหา อยู่ใกล้ๆ ได้รับการพักผ่อน

 

ประกาศกอิสยาห์ ตอกย้ำทำให้เห็นว่า

จิตใจที่มีความหวัง กระหายหาพระเจ้า

จะได้รับการบรรเทา ปลอบประโลม

เมื่อผู้ที่ระทมทุกข์ แสวงหาพระเจ้า 

ยอมรับการตีสอน ด้วยการอธิษฐานภาวนา 

ร้องหาพระเจ้า พระองค์จะทรงนำเขา

ให้กลับมาพบความสุข ความชื่นชมยินดีอีกครั้ง

ความสุภาพ อ่อนโยน ถ่อมตน ที่ท่าน

 

การระลึกถึงพระนางมารีย์พรหมจารีย์แห่งภูเขาคาร์เมล

เตือนใจให้ตระหนักว่า ผู้ที่สวมใส่จิตใจพระ

ย่อมไม่ลดละความพยายาม ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตาม

ดังเช่น กลุ่มคณะนักบวชคาเมไล้ท์ ที่ได้อุทิศตน

ให้กับพระเจ้า ด้วยการภาวนา ภายใต้

ความอุปถัมภ์ ค้ำจุน ของพระนางมารีย์

 

หมายเหตุ..

ภาวนาสำหรับคณะนักบวชคาร์เมไลท์

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึงพระนางมารีย์ แห่งภูเขาคาร์แมล

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“มาเป็นศิษย์ของเรา...” (มธ 11:28-30)

 

คริสตชน ไม่ใช่ผู้ที่ถูกเรียกมาเพื่องดเว้นจากความยากลำบาก

แต่ถูกเรียนมาเพื่อให้เรียนรู้

และยอมรับ อีกทั้งก้าวผ่านความยากลำบากต่างๆ

โดยเลียนแบบอย่างจากพระคริสตเจ้า

ผู้มีใจสุภาพ อ่อนโยนและถ่อมตน

 

ด้วยการยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้า

ทำให้เรามั่นใจว่า

ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา

ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับวิญญาณของเราอย่างแน่นอน

 

ด้วยการเลียนแบบอย่างความอ่อนโยนของพระคริสตเจ้า

ทำให้เราสามารถยอมรับและเรียนรู้อย่างสุภาพอ่อนโยน

และความสามารถในการยอมรับนี้เอง

ทำให้เราไม่รู้สึกแบกหนัก

แต่เราจะสามารถอยู่กับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีความสุข

และสามารถก้าวผ่านทุกความยากลำบากได้อย่างมีชัย...

 

________________

 

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ ทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจว่า การเป็นคริสตชน ไม่ได้หมายความว่า เราถูกเรียกมาเพื่อได้รับการยกเว้นจากความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ แต่ทว่า หมายถึงการเรียนรู้ที่จะเผชิญกับความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ ด้วยความเป็นศิษย์ของพระเยซู ด้วยหัวใจเยี่ยงพระเยซู ผู้มีพระทัยสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน และทรงก้าวผ่านอุปสรรคทั้งมวลด้วยพระพรจากสวรรค์ นั่นคือพละกำลังที่เพียงพอในการเผชิญกับอุปสรรคทั้งมวล

 

พี่น้องที่รัก แต่ละวันเรามีภาระให้ต้องแบกรับมากมาย ทั้งจากหน้าที่การงานทางฝ่ายร่างกาย และหน้าที่ทางจิตวิญญาณก็ตามเถอะ ล้วนเป็นสิ่งที่ลูกของพระเจ้าต้องแบกรับ แต่ แต่ แต่... หากเรามองว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบให้... พี่น้องครับ “อุปสรรค คือรักที่พระมอบให้” คือสิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกผมเมื่อครั้งเป็นเณร นั่นหมายความว่า พระเจ้าจะไม่ประทานสิ่งที่เกินกำลังให้เราหรอก แต่ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรานั้น ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับวิญญาณของเราทั้งสิ้น แม้ว่าหลายครั้งมันจะดูหนักไปบ้าง...

 

แต่ แต่ แต่... มันก็ขึ้นอยู่กับ เรามองดูสิ่งเหล่านั้นอย่างไร... หากเรามองด้วยสายตาแห่งความเชื่อเยี่ยงลูกของพระเจ้าแล้ว หากเรามองดูพระประสงค์ของพระเจ้าต่อเราด้วยหัวใจแบบพระเยซูเจ้าแล้ว มองและน้อมรับด้วยหัวใจที่สุภาพอ่อนโยนและถ่อมตนแบบพระเยซูแล้ว เราจะไม่รู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นภาระ แต่ทว่า เราจะพบความบรรเทาที่ทำให้เราไม่รู้สึกแบกหนัก และภาระนั้นจะกลายเป็นภาระที่อ่อนนุ่ม และกลายเป็นการแบกที่เบาแรง เราจะมีความสุขแม้ว่าต้องแบกหนัก แต่การแบกหนักนั้น เราได้รับการเสริมกำลังจากพระเจ้า

 

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตคริสตชนก็เป็นเช่นนี้เอง คือชีวิตที่ถูกเรียกให้เลียนแบบพระเยซูเจ้า เลียนแบบความสุภาพอ่อนโยนและถ่อมตนของพระองค์ แล้วเราจะมีสายตาแห่งความเชื่อที่จะมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นพระพรของพระเจ้าเพื่อความดีของจิตวิญญาณของเรา และหากเราสามารถมองเห็นดังนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรหนักเกินไปสำหรับเรา

 

ข้าแต่พระเจ้า ลูกของพระคุณพระองค์ที่ทรงนำลูกหนหนทางของพระองค์ ขอบคุณพระองค์ที่ทรงประทับอยู่ตรงนี้ ทำให้ไม่มีอะไรที่หนักหนาและเกินกำลัง เมื่อได้เดินไปพร้อมกับพระองค์ ด้วยหัวใจเยี่ยงพระองค์

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)


วันพฤหัสที่ 16 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสย 26:7-9,12,16-19 / มธ 11 :28-30

พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสว่า “เราต้องรำพึงถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้า เพราะเป็นแหล่งที่มาของความยินดี ความสงบ  และสันติสุข พระเมตตาเป็นสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างพระเป็นเจ้าและมนุษย์ ให้เราถามตัวเองว่า เราเป็นแหล่งแห่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้าต่อทุกคนหรือไม่?

วันฉลองแม่พระแห่งภูเขา คาร์แมล ตรงกับวันที่ 16 กรกฏาคม เตือนให้เราระลึกถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้า ผ่านทางพระแม่มารีย์ วันฉลองนี้ได้ตั้งขึ้นในปลายศตวรรษที่ 14 เพื่อระลึกถึงการอนุมัติเรื่องพระวินัยของคณะคาร์เมลไล้ท์ ที่ได้จัดตั้งขึ้นประมาณหนึ่งร้อยปีก่อนหน้านี้ ตามคำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า คณะนักบวชได้ก่อตั้งขึ้น ก่อนวันฉลองพระเยซูคริสตเจ้าแห่งภูเขาคาร์แมล ซึ่งสามารถมองมาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนีย  ที่ประกาศกเอลียาห์ได้ได้พิสูจน์ให้พระสงฆ์ของพระบาอัลว่า พระเป็นเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ วันฉลองแม่พระแห่งภูเขาคาร์แมลได้ถูกนำเข้ามาในปฏิทินพิธีกรรมในศตวรรษที่ 18

แม้จะไม่มีข้อพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับคณะคาร์เมลไล้ท์ว่า ได้ก่อตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ที่เป็นคณะของฤษีที่ตั้งอยู่บนภูเขานี้ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่คณะฤษีได้ก่อตั้งคณะขึ้น และได้สร้างวัดเป็นเกียรติแด่พระนางพรหมจารีแห่งภูเขาคาร์แมลในปี 1263 นักบุญหลุยส์ กษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศสได้เสด็จเยี่ยมภูเขาคาร์แมลในปี 1254 และพระองค์ได้นำฤษีจำนวน 6 องค์ไปยังประเทศฝรั่งเศส ที่พระองค์ได้สร้างอารามขึ้นใกล้กรุงปารีส

      พระแม่เจ้าได้มอบสายจำพวกสีน้ำตาลของแม่พระแห่งภูเขา คาร์แมล แก่นักบุญซีมอน สต๊อค อธิการของคณะ เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 1251 โดยพระแม่ได้ทรงสัญญาว่า “ลูกรัก จงรับเครื่องแบบนี้สำหรับคณะของลูก ทั้งตัวลูกเองและสมาชิกของคณะจะได้รับสิทธิพิเศษ และใครก็ตามที่สวมสายจำพวกนี้ จะไม่ต้องทนทรมานในชีวิตนิรันดร เพราะมันเป็นเครื่องหมายของความรอด เป็นเครื่องป้องกันในภยันตราย และจะได้รับสันติสุข”

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)