วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์ และ นักบุญคาทารี เตกาวีธา เผ่าโมฮอก อินเดียนแดง

 


ขอให้ท่านรักคุณธรรมความดี

จงคิดถึงพระเจ้าในแง่ดีเสมอ

จงแสวงหาพระองค์ด้วยใจซื่อ

(ปรีชาญาณ 1:1)

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์

และ นักบุญคาทารี เตกาวีธา เผ่าโมฮอก อินเดียนแดง

https://youtu.be/Fy-adyJWrLs

 

https://youtu.be/M9hkF_y1pD8

 

ข้าจะรักและบูชา

http://youtu.be/B080gjZd38A

 

 

 

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญคามิลโล เด เลลลิส พระสงฆ์

และ นักบุญคาทารี เตกาวีธา เผ่าโมฮอก อินเดียนแดง

อ่าน :

อสย. 7:1-9 

มธ 11:20-24

 

พระเยซูเจ้าทรงตำหนิ...

บรรดาเมืองที่ได้เห็น ได้มีประสบการณ์

กับความรักของพระเจ้า แต่ทำใจเฉยเมย

 

เมื่อได้เชื่อว่าพระเจ้าประทับอยู่ด้วย 

ไม่มีอำนาจใด ๆ สามารถมารุกราน 

ทำลายกรุงเยรูซาเล็มได้...

แต่เมื่อจิตใจ ของกษัตริย์อาคัส และประชากรหวั่นไหว

เสียงของพระเจ้า ผ่านทางประกาศกอิสยาห์ร้องเตือน

“อย่าหวั่นไหว หวาดกลัว ถ้าไม่มีความเชื่อมั่น ก็ตั้งอยู่ไม่ได้”

 

ความสุภาพ อ่อนโยน ถ่อมตน ที่ท่าน

นักบุญคามิลโล เด เลลลิส ได้สัมผัสจากผู้คนรอบข้าง

ได้เป็นแบบอย่าง และนำท่านให้เปลี่ยนแปลงชีวิต

อุทิศตน ช่วยเหลือทุกคน โดยเฉพาะคนที่เจ็บป่วย

นำไปสู่การตั้งคณะนักบวชคามิลเลียน ที่มีจิตตารมณ์

ในการรัก รับใช้ ผู้ป่วย ด้วยหัวใจที่สุภาพ ถ่อมตน

 

หมายเหตุ.. 

ภาวนาสำหรับคณะนักบวช คามิลเลียน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ไม่ยอมกลับใจ...” (มธ 11:20-24)

 

อะไรบ้างคือสิ่งที่ฉันได้รับจากพระเจ้า

ในฐานะที่ฉันเป็นคริสตชนคนหนึ่ง...

 

อะไรบ้างคือชีวิตที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า

ซึ่งพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่และดูแลฉัน

โดยทางพระศาสนจักรของพระองค์

 

และวันนี้...

ชีวิตคริสตชนของฉันเป็นอย่างไร

มีอะไรในชีวิตของฉันที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง...

 

________________

 

ในบทอ่านที่หนึ่ง อสย 7:1-9) และบทพระวรสารวันนี้ (มธ 11:20-24) ผมพบเรื่องราวเดียวกันของผู้ที่มีประสบการณ์ดีๆ กับพระเจ้า และยังเจริญชีวิตแบบเฉยๆ เหมือนทองไม่รู้ร้อน พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจผมจริงๆ ให้ไตร่ตรองถึงประสบการณ์ดีๆ ที่ผมเองอาจจะมีกับพระเจ้า และวันนี้ ผมร้อนรนในความรักต่อพระองค์และต่อเพื่อนพี่น้องมากน้อยเพียงใด

 

พี่น้องที่รักครับ หลายครั้งหลายครา เราอาจจะไม่เคยรู้สึกขอบคุณกับสิ่งดีๆ ที่เราเคยมี อาจจะไม่เคยเห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ ที่ยังมีใช้... แต่ทว่า หากมีวันหนึ่ง ที่เราขาดสิ่งเหล่านั้นไป เราจึงรู้สึกลำบาก และอาจจะกำลังบ่นโวยวาย ถึงสิ่งที่ขาดหายไป...

 

เป็นไปได้ไหม ที่เราอาจจะไม่เคยสนใจในสิ่งที่เราเรียกว่า “ปกติ” ในชีวิตเลย ซึ่งในความเป็นปกตินั้น หมายถึงพระพรที่เราได้รับจากพระเจ้า... แต่หากมีอะไรที่ผิดปกตินิดหน่อย เราอาจจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้น และหลายครั้งก็บ่น โวยวาย เหมือนกับว่าเราขาดสิ่งนั้นไม่ได้กระนั้นแล

 

พี่น้องที่รักครับ เราที่เป็นคริสตชน เราเคยสำนึกถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงพระเมตตาประทานให้เราในแต่ละวันมากน้อยเพียงใด... วันนี้ วันที่เรายังหายใจและมีชีวิตอยู่ เราคิดอย่างไรกับชีวิตของเราวันนี้ นี่คือพระเมตตาของพระเจ้า หรือเพราะความเป็นคนดีของฉัน...

 

มองกลับไปสู่ชีวิตการเป็นคริสตชนของฉัน ฉันได้รับอะไรบ้างจากพระเจ้า พระพรมากมายที่ฉันได้รับจากพระองค์ ความเอาใจใส่ดูแลของพระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ของเรา เรารู้สึกถึงพระพรของพระเจ้าท่ามกลางเรามากน้อยเพียงใด

 

พระเยซูเจ้าทรงตำหนิเมืองที่มีประสบการณ์ดีๆ มากมายกับพระองค์ แต่ยังไม่กลับใจ... ดูเหมือนพระองค์ทรงตำหนิฉันด้วยหรือเปล่า อะไรบ้างที่ฉันมีประสบการณ์ในชีวิต ที่ควรจะทำให้ฉันเห็นพระทัยดีของพระเจ้า และเจริญชีวิตให้สมกับพระพรที่ได้รับ

 

พี่น้องที่รัก พี่น้องมีประสบการณ์อะไรกับพระเจ้าบ้าง... ผมเอง เพียงแค่ได้มีที่พักวันนี้ ได้มีอาหารทาน มีพี่น้องสัตบุรุษที่เอาใจใส่ดูแลอย่างดี ข้าวที่ทานเมื่อเช้านี้ ก็มาจากพี่น้องที่เอามาให้ผม โดยที่เขียนโน้ตไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะพวกเรากำลังช่วยงานอภิบาลที่วัด... วันอาทิตย์ที่แล้ว ได้มีโอกาสสนทนากับสัตบุรุษหลายท่าน ที่เอาใจใส่ดูแลผมและงานที่ผมกำลังทำอยู่ พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือประคับประคองผม... โอ้ นี่เป็นเพียงบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมในวันเหล่านี้ ที่ทำให้ผมสัมผัสได้ว่า พระเจ้ายังทรงอวยพระพรข้ารับใช้ที่ต่ำต้อยและไร้ประโยชน์คนนี้ พระองค์ยังทรงให้โอกาสผม เพื่อถวายคืนสิ่งที่พระองค์ประทานให้ด้วยการทำกำไร ด้วยการทำให้เกิดผล... โอ้ เพียงเท่านี้ ก็เป็นคำถามมากพอจากพระวรสารว่า “ฉันได้กลับใจ” มากน้อยเพียงใด หากคนอื่นๆ อีกหลายคน ได้มีประสบการณ์ที่ดีกับพระเจ้าอย่างที่ผมได้รับ หลายคนอาจจะกลับใจ และเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นนานแล้ว ฉันล่ะ ฉันกลับใจแล้วหรือยัง...

 

ข้าแต่พระเจ้า มากพอแล้วพระองค์ ที่ทรงประทานให้ มากพอแล้วที่ทรงเอาพระทัยใส่ลูก ลูกขอบคุณพระองค์ ขอบคุณสำหรับพระพรและพลังใจที่ทรงประทานให้ลูก ไม่ใช่เพราะลูกเป็นคนดี แต่เป็นเพราะพระเมตตาของพระองค์ ลูกจะพยายามตอบแทนรักของพระองค์ พระเจ้าข้า

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันอังคารที่ 14 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสย 7:1-9 / มธ 11 :20-24

พระเยซูเจ้าทรงใช้พระวาจาที่รุนแรงต่อเมืองโคราซิน  เมืองเบธไซดา และเมืองคาเปอรนาอุม นักพระคัมภีร์บางคนได้ให้แสดงความคิดเห็นว่า พระเยซูเจ้ามิได้ทรงต้องการแสดงความโกรธออกมา แต่ทรงต้องการติเตียน บรรดาเมืองเหล่านั้น เพราะไม่ยอมตอบสนองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงวิบัติเถิด” เพื่อแสดงความเสียใจ ที่พวกชาวเมืองไม่ยอมรับข้อเสนอของความรอด ที่เสนอให้แก่พวกเขา พระเยซูเจ้ากำลังตรัสว่า “พวกเจ้ากำลังพลาดโอกาสที่สำคัญ”

เราเองได้ประพฤติตัวเหมือนชาวเมืองโคราซิน เมืองเบธไซดา และเมืองคาเปอรนาอุมหรือไม่? เราเคยพลาดโอกาสที่จะทำสิ่งที่ดีดี และเป็นประจักษ์พยานต่อความเชื่อของเรา เราอาจจะอ้างเหตุผลมากมาย ที่จะเลื่อนเวลาที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องที่กล่าวมา เราบอกตัวเองว่า “วันพรุ่งนี้” “รอไปอีกวันหนึ่งได้หรือไม่?” “ฉันติดธุระ” เรามีข้อความที่จะคอยเตือนตัวเราว่า “ฉันยินดีที่จะทำสิ่งดีดี ที่ฉันทำได้ และฉันจะเริ่มทำวันนี้”

มีผู้คนจำนวนมากในที่ต่างๆปฏิเสธที่จะกลับใจและเชื่อข่าวดี แม้พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์หลายอย่างในท่ามกลางพวกเขา อัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ มีความหมายว่าจะนำเราไปยังการเจริญชีวิตใหม่ ผ่านทางกลายกลับใจ ถ้าไม่มีการกลับใจ พระราชัยของพระเป็นเจ้า แห่งความยุติธรรม ความรัก และสันติภาพ จะไม่สามารถสร้างขึ้นในท่ามกลางพวกเรา ไม่เป็นการเพียงพอ ที่เราจะรู้สึกประหลาดใจ ในสิ่งเหนือธรรมชาติที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ สิ่งที่เป็นความจริง คือ เชื่อและติดตามพระองค์ ยินดีรับคำสั่งสอนของพระองค์ และนำไปปฏิบัติ ดังนั้น เราจึงจะได้ชื่อว่า เป็นมารดา และพี่น้องชายหญิงของพระองค์

ให้เราวิงวอนขอพระหรรษทาน เพื่อเราจะเชื่อและติดตามพระเยซูเจ้า แม้จะไม่มีเครื่องหมายพิเศษต่างๆก็ตาม ขอให้พระวาจาของพระองค์เป็นอะไร ที่มากกว่าการทำให้เรารู้สึกประทับใจ และการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ทำให้เรารักพระองค์ และคนอื่นๆ

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)