วันจันทร์ที่ 13 กรกฏาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญ เฮนรี่

 


โอพระเจ้า ขอโปรดตรวจจิตใจข้า

ทดลองว่าความคิดนั้นเป็นอย่างไร

หากพระองค์พบความชั่ว ใจมักใหญ่

ขอโปรดให้ทรงชำระสะอาดพลัน

 

บทอ่านวันจันทร์ที่ 13 กรกฏาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญ เฮนรี่

https://youtu.be/OTlrboIthdI

 

https://youtu.be/pqSgzVBejQI

 

In The Palm of Your Hand

http://youtu.be/yeoRGIeYWiQ

 

 

วันจันทร์ที่ 13 กรกฏาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญ เฮนรี่

อ่าน :

อสย 1:11-17 

มธ 10:34-11:1

 

สำหรับคนที่ตัดสินใจอุทิศตน 

เป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านั้น

มีความท้าทายอย่างมากรออยู่

พระองค์จึงทรงสอนเขา ให้รัก และเลือกพระ 

มาเป็นที่หนึ่งในชีวิต แล้วส่วนอื่นๆ นั้น

พระองค์จะทรงเป็นผู้จัดการ ตระเตรียม

 

ประกาศกอิสยาห์ ให้วิธีสังเกต

เครื่องหมายของบุคคลท่ีรัก และเลือกพระนั้น

เขาย่อมเรียนรู้ที่จะทำความดี 

แสวงหาความยุติธรรม ช่วยเหลือผู้ที่ถูกข่มเหง

เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นเครื่องบูชาฝ่ายจิตวิญญาณ 

ที่พระเจ้าทรงพอพระทัยเหนือสิ่งอื่นใด

 

เมื่อเฮนรี่ที่ 2 ดยุ๊คแห่งแคว้นบาวาเรีย

ได้ใช้อำนาจที่มี เพื่อบรรลุสู่หนทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์

ในการให้บริการรับใช้ผู้อื่น 

ชีวิตของท่านประสบความสำเร็จ ได้รับพระพรมากมาย

และที่สุดพระสันตะปาปาเอวเจนีอุสที่ 3 

ได้ทรงประกาศแต่งตั้งให้ท่านเป็นนักบุญ

 

หมายเหตุ..

หากเลือกท่ีจะรัก...ก็ต้องรู้จักที่จะรอ..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2020

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่าเรา ก็ไม่คู่ควรกับเรา...” (มธ 10:34-11:1)

 

เครื่องบูชาที่แท้จริงที่พระเจ้าพอพระทัย

หาใช่เครื่องเผาบูชาแต่เพียงภายนอก

แต่เป็นเครื่องบูชาฝ่ายจิต

คือหัวใจที่เปี่ยมด้วยรักในพระองค์

และเอ่อล้นกลับกลายเป็นความรักต่อกันและกัน

นี่คือความสมบูรณ์แห่งการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า.

 

________________

 

ด้วยว่าพระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าที่ต้องการน้ำแดงสักร้อยขวด ประทัดสักแสนนัด หรือสิ่งของถวายมากมาย แม้กระทั่งชีวิตของเราที่อาจจะเผาถวายแด่พระองค์ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการจากเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นความสมบูรณ์ที่ไม่ขาดสิ่งใด และไม่ต้องการการเติมเต็มสิ่งใดจากเราอีก พระเจ้าของไม่ใช่พระเจ้าที่เรียกร้องเครื่องบูชาใดจากมนุษย์ (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง อสย 1:10-17)

 

แต่บูชาที่พระองค์ทรงพอพระทัย คือยัญบูชาของพระบุตร คือการถวายบูชาแบบพระบุตรของพระองค์ นั่นคือ สิ่งที่เรียกว่า “บูชาชีวิต” และสิ่งนี้เอง ที่เป็นการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์อย่างครบถ้วน

 

พระวาจาที่ว่า “ผู้ที่รักบิดามารดามากกว่าเรา ก็ไม่คู่ควรกับเรา...” (มธ 10:34-11:1) จึงเป็นดังท่อธารแห่งการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างแท้จริง... พี่น้องอาจจะถามว่า ทำไมพระเยซูเจ้าสอนเช่นนั้น แต่ทว่า หากเราไตร่ตรองดีๆ เราจะพบว่า ความดีทั้งมวล ล้วนมาจากการรักพระเจ้า รักพระเยซู นั่นคือรักความจริง และเจริญชีวิตในความจริงนั่นเอง และนั่นก็หมายความว่า คนที่รักพระเยซู คนที่รักพระเจ้า เขาย่อมรักบิดามารดาอย่างที่สุดด้วยมิใช่หรือ ตรงกันข้าม หลายคนที่แสดงออกว่ารักบิดามารดา แต่อาจจะยังไม่ได้รักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจเลย...

 

ผมมีโอกาสอภิบาลผู้สูงอายุหลายๆ คน ที่ลูกหลานก็พยายามดูแลอย่างดี แต่ผมมักพบว่า สิ่งที่ยังคาใจบรรดาผู้สูงอายุทั้งหลาย และพวกเขาเล่าด้วยความเป็นห่วงให้ผมฟังเสมอเลย นั่นคือ ลูกฉันยังไม่เข้าวัดเลยอ่ะคุณพ่อ ฉันคงยังตายตาไม่หลับ” ... พี่น้องครับ คนที่รักบิดามารดา แต่ยังทำให้ท่านห่วงใยจิตวิญญาณของเราเช่นนี้ พวกเขาน่าไตร่ตรองชีวิตของตนอีกครั้งนะครับ และนี่แหละ คำสอนของพระเยซูเจ้าวันนี้ในพระวรสาร คือสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจว่า การเลือกให้พระเจ้ามาก่อนในชีวิตของเรา นั่นคือท่อธารแห่งความดีทั้งมวล และเราจะไม่ขาดสิ่งใดในกฎแห่งความรักของพระองค์ อีกทั้งเราก็จะไม่ผิดต่อกฎต่างๆ ของบ้านเมืองด้วย...

 

พี่น้องที่รัก วันนี้ เราวางพระเจ้าไว้เป็นที่หนึ่งในใจเราหรือเปล่า หากเราให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในใจเราแล้ว เราจะไม่ขาดความรักต่อบิดามารดา และเพื่อนพี่น้องเลย อีกทั้งเรายังจะรักสิ่งสร้างทั้งหลายของพระเจ้าอีกด้วย แต่ว่า ... วันนี้ เรารักพระเจ้าอย่างไร อะไรคือเครื่องบูชาที่เรานำมาถวายพระองค์ และเราถวายพระองค์เพราะเหตุใดจริงๆ... เราต้องการอะไรจากพระเจ้าหรือ... เราเลือกอะไร ระหว่างพระองค์ กับสิ่งของในโลกนี้ หากว่า การเลือกพระองค์ คือการเลือกเอาชีวิต แต่การไม่เลือกพระองค์ ก็คือเรากำลังสูญเสียชีวิตของเรานั่นเอง

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้พระองค์เป็นพระเจ้าที่ลูกเลือกให้พระองค์ทรงประทับกลางดวงใจของลูกเสมอ เพื่อท่อธารแห่งความรักต่อบิดามารดา และเพื่อนพี่น้อง ท่อธารแห่งความดีทั้งมวลจะหลั่งไหลมาจากชีวิตที่เลือกรักพระองค์ เพื่อถวายเป็นบูชาที่ทรงพอพระทัย.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันจันทร์ที่ 13 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อสย 1:11-17 / มธ 10 :34-11:1

พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน” (ยน.15:13) แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุดมคติที่ยอดเยี่ยมข้อหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นความมุ่งมั่นที่ต้องจ่ายราคาแพงเมื่อเขาเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เป็นการแสดงถึงหัวใจแห่งการเสียสละแท้ในชีวิตจริง

ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า พระเยซูสามารถหลีกเลี่ยงการทนทุกข์ การทรมาน และความโหดเหี้ยมได้ พระองค์ไม่มีบาปและไม่สมควรตายแม้แต่น้อย แต่ความรักซึ่งอยู่เบื้องหลังการเสียสละที่แท้จริงได้ผลักดันให้พระองค์เสด็จไปที่กางเขน เป็นเหตุให้เราทั้งหลายได้รับการยกโทษ หากเรายอมรับการสละพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วยความเชื่อ คุณวางใจในพระองค์ผู้ทรงสละชีวิตของพระองค์เพื่อคุณแล้วหรือยัง? 

พระเยซูเจ้าบอกว่า ยิ่งเราหวงชีวิตของตนเองเอาไว้ เราก็จะสูญเสียชีวิตนั้น สูญเสียเวลาที่จะทำให้ชีวิตนั้นเกิดคุณค่า สูญเสียชีวิตที่จะทำความดีงามต่อคนอื่น สูญเสียชีวิตที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในชีวิตของตนเอง พระเยซูเจ้าบอกว่า ผู้ที่ยอมเสียชีวิตของตนเพื่อพระองค์ เขาจะพบชีวิตนั้นอีก.. เพราะว่าพระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าทรงชีวิต พระองค์ทรงเป็นนิรันดร หากเราดำเนินชีวิตในพระองค์ หากเราตายในพระองค์ เราก็จะมีชีวิตในพระองค์  พระเยซูเจ้ายอมตาย สละชีวิตของพระองค์ แล้วพระองค์ก็มีชีวิตในสภาพใหม่ คือ ชีวิตแห่งการกลับคืนพระชนม์ชีพ หากเราสละชีวิตของเรา โดยการสละน้ำใจตนเอง ทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขัดต่อน้ำใจของตนเอง เช่น การบริการเพื่อน ๆ ในโต๊ะอาหาร การทำงานด้วยความตั้งใจ การตั้งใจเรียน เป็นต้น พระเยซูเจ้าบอกว่า การให้น้ำแก้วหนึ่งแก่คนต่ำต้อย เขาจะได้รับรางวัลอย่างแน่นอน เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทรงสั่งสอนสานุศิษย์แล้ว พระองค์ได้เสด็จจากที่นั่น เพื่อไปสั่งสอนในที่ต่างๆ ในแคว้นกาลิลี.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)