วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2020 สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

 


 

 ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ

โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด

ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด

ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2020

สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

https://youtu.be/bd8heK5uFuY

 

https://youtu.be/eNCDlSNnrNc

 

 Go Light Your World

https://youtu.be/CVqR6kTu8lE

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2020

สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

อ่าน :

กจ 12:1-11

2 ทธ 4:6-8,17-18

มธ 16:13-19

 

ไม่สำคัญว่า คนอื่นจะคิดอย่างไร..

ถ้าใจเรายังคงกล้าหาญ ที่จะยืนยันในสิ่งที่เชื่อ

แม้ท่ามกลางโลก จะมีวิธีการ ความคิดเห็นที่แตกต่าง

หลากหลาย เกี่ยวกับ บุตรแห่งมนุษย์

พระเยซูเจ้าทำให้บรรดาศิษย์ ได้หยุดคิด พิจารณา

ด้วยคำถามที่ว่า “ท่านหล่ะ...ว่าเราเป็นใคร”..

 

กิจการอัครสาวกบอกเล่า สำหรับเปโตร 

ในฐานะผู้นำ ที่เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า

แม้นจะถูกเบียดเบียน ต่อต้านจากอำนาจชั่วร้าย

เคยผิดพลาดในชีวิต แต่ความเชื่อ นำท่าน

ให้กลับมาในหนทางของพระเจ้า

 

ด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวของนักบุญเปาโล

พร้อมกับการรักษาความเชื่อ ที่ได้รับ

ในการทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย 

ท่านจึงกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า...

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่เคียงข้างข้าพเจ้า

พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากการประทุษร้ายทั้งสิ้น

 

หมายเหตุ..

จุดเปลี่ยนของชีวิต

ขึ้นอยู่กับ 

“ความคิด”

ที่กล้าจะเปลี่ยนแปลง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฏาคม 20 สมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล อัครสาวก

บทอ่าน กจ 12:1-11 / 2ทธ 4:6-8,17-18 / มธ 16 :13-19

"เราบอกท่านว่าท่านคือศิลา และบนศิลานี้เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้" (มัทธิว 16:18)…“ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ มิใช่ตัวข้าพเจ้าอีกต่อไป แต่พระคริสตเจ้าทรงดำรงชีวิตอยู่ในตัวข้าพเจ้า” (กท 2:20)

เมื่อเปโตรได้ประกาศว่า พระเยซูเจ้า คือ พระเมสสิยาห์ พระองค์ได้มอบกุญแจสวรรค์ให้แก่ท่าน ที่เป็นเครื่องหมายของอำนาจในพระศาสนจักร และพระศาสนจักรได้ยึดถือว่า ข้อความดังกล่าวเป็นนื้อความสำคัญ ในการบวชพระสงฆ์และการบริหารงานของพระศาสนจักร ทั้งเปโตรและเปาโล คือ เสาหลักสองต้นของพระศาสนจักร (กท 2:9)

เปาโล คือ ผู้มีส่วนร่วมในการเบียดเบียนคริสตชน แต่การที่ท่านได้พบพระเยซูเจ้า ผู้ทรงกลับคืนชีพ ได้ทำให้ท่านเป็นผู้ประกาศพระนามของพระเยซูเจ้า ในงานมิสชันนารีสู่นานาชาติในเวลาต่อมา และเป็นอัครสาวก ของพระเยซูเจ้า ที่ครั้งหนึ่งท่านได้เกลียดและทำลายล้าง ท่านได้เลียนแบบพระเยซูเจ้า ผู้ทรงหลั่งพระโลหิต เพื่อความรักต่อประชากรของพระองค์ (กท 2:19ข-20ก)

นักบุญออกัสตินได้เคยพูดว่า “อัครสาวกทั้งสองท่านได้มีส่วนร่วมกันในวันสมโภชนี้ ท่านทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะตายเป็นมรณสักขีในวันที่แตกต่างกัน โดยนักบุญเปโตรได้เป็นมรณสักขีก่อน ต่อจากนั้นจึงเป็นนักบุญเปาโล ดังนั้น เราจึงสมโภชวันนี้ เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเลือดของท่านทั้งสอง ให้เรารักษาสิ่งที่พวกท่านเชื่อ ชีวิต การงาน ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ การเทศนาสั่งสอน และการประกาศยืนยันความเชื่อของพวกท่าน”

 เปโตรได้สงสัย  มีความยากลำบาก  และได้ละทิ้งพระเยซูเจ้าระหว่างมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์  แต่พระเยซูทรงรู้ว่ามีอะไรในใจของเขา  เช่นเดียวกันกับนักบุญเปาโล  ในที่สุดเขาได้ทิ้งข้อสงสัยของตนทั้งหมดเกี่ยวกับพระเยซูเจ้า  จนกลายเป็นอัครสาวกสำหรับคนต่างความเชื่อ   

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)