วันเสาร์ที่ 4 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

 

 

 

ขอพระคุณแห่งปรีชาญาณ

โปรดประทานแก่ดวงใจลูกเถิด

ให้แสงแห่งธรรมจงบังเกิด

ส่องสว่างทางประเสริฐของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบธ ราชินีแห่งโปรตุเกส

https://youtu.be/v5f4BXb5iEo

 

https://youtu.be/ZsduQoETkYg

 

Tis So Sweet to Trust in Jesus

https://youtu.be/3RqfAjPzpko

 

 

 

วันเสาร์ที่  4 กรกฎาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญเอลีซาเบธ ราชินีแห่งโปรตุเกส

อ่าน : 

อมส 9:11-15 

มธ 9:14-17

 

เมื่อศิษย์ของยอห์น ยึดติด กับสิ่งคุ้นชิน

ที่เคยปฎิบัติ พร้อมกับเร่งรัดคนอื่น ให้ทำตาม

พระเยซูเจ้า จำเป็นต้อง สอนพวกเขา ถึงท่าที

ของการเปิดใจ ในการปรับตัวเพื่อเรียนรู้ อยู่กับสิ่งใหม่

 

ประกาศกอาโมส ป่าวประกาศ....

เมื่อวันเวลาของพระเจ้ามาถึง 

สิ่งต่าง ๆ จะได้รับการฟื้นฟู

ส่ิงใหม่ จะสดใสกว่าเดิม เพราะ

พระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งที่ขาดหายไป

 

แม้นว่าจะเป็นถึงราชินี แห่งโปรตุเกส

แต่ท่านนักบุญเอลีซาเบธ ก็มิกลัว

ต่อความยากลำบาก ที่จะต้องพบเจอ

ในการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นพยานถึงความรักเมตตา

ของพระเจ้าต่อเพื่อนพี่น้อง จนได้รับการขนานนามว่า

“ฑูตสวรรค์แห่งสันติภาพ”

 

หมายเหตุ....

เมื่อคิดจะทำดี..ก็จงปล่อย..

ให้ความดีที่ทำนำคนอื่นให้ทำตาม...

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันเสาร์ที่ 4 กรกฏาคม 20 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อมส 9:11-15 / มธ 9 :14-17

ประชากรอิสราเอลยินดี ที่จะเจริญชีวิต โดยมีพระเป็นเจ้าเป็นผู้นำทาง หลังจากที่ตกเป็นทาสในประเทศอียิปต์ พวกเขาต้องออกเดินทางไปในทะเลทราย จากการที่ต้องเป็นประชาชนที่เร่ร่อน พวกเขาได้สร้างชาติขึ้น กลายเป็นประเทศที่มีอำนาจมากในตะวันออกกลาง ในรัชสมัยของกษัตริย์ดาวิด จากการที่ต้องไปอยู่ในดินแดนเนรเทศ พวกเขาได้สร้างชาติอีกครั้งหนึ่ง (ตามที่ประกาศกอามอสได้กล่าวพยากรณ์ไว้ในบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้) มันเป็นสถาณการณ์ที่ขมขื่น ที่ประชากรอิสราเอลได้เปลี่ยนแปลงไป ตามความซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาของพระเป็นเจ้า 

เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2013 พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าว่า “กฎหมายอนุญาตให้เราเกลียดศัตรู แต่เราบอกกับท่านว่า ให้ท่านสวดภาวนาให้ศัตรู จะเกลียดพวกเขาไม่ได้” และพระสันตะปาปาได้ตรัสเกี่ยวกับเรื่องการจำศีลอดอาหารว่า “พระเยซูเจ้าได้ทรงแนะนำให้เราจำศีลอดอาหาร แต่ต้องมีอิสรภาพที่จะทำ” เพราะการจำศีลอดอาหาร คือ “กฎระเบียบของกฎหมาย ที่พระเยซูเจ้าได้ทรงทำให้สมบูรณ์ขึ้น พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งขึ้นใหม่”

นอกจากนี้ พระสันตะปาปายังทรงเตือน คนที่คิดว่า การเจริญชีวิตเป็นคริสตชนนั้น คือ การทำตามข้อเรียกร้องให้ครบ แต่การเจริญชีวิตเป็นคริสตชนที่ดีนั้น คือ การปล่อยให้พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้ดีขึ้น ที่พระองค์ทรงให้ความหมายว่า “การเจริญชีวิตเป็นคริสตชนที่ดีนั้น คือ ความสมดุลที่เกิดขึ้นโดยพระจิตเจ้า ที่ทรงปรับปรุงทุกสิ่งขึ้นใหม่ ปรับปรงุใจของเรา ชีวิตของเรา และทำให้เราเจริญชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทั้งครบ เราจึงไม่ใช่เป็นเพียงคริสตชนครึ่งเวลาเท่านั้น “ พระองค์ยังเสริมอีกว่า “การเป็นคริสตชนครึ่งเวลา ไม่มีความหมายใดๆ เราต้องทำตัวเป็นคริสตชนเต็มเวลา” ให้เราถามตัวเองว่า “เราได้เจริญชีวิตเป็นคริสตชนเต็มเวลาหรือไม่? แม้ในสถานการณ์ของการเจริญชีวิตประจำวัน.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

 

 https://youtu.be/aeuuPjICKCY