วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2020 วันสมโภชนักบุญเปโตร และเปาโล สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

 

 

เพื่อจะได้รับ...คุณจะต้องสูญเสีย

เพื่อจะมีชีวิต...คุณจะต้องสูญเสียชีวิต 

เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้า ...

คุณจะต้องทิ้งทุกอย่าง

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2020

วันสมโภชนักบุญเปโตร และเปาโล

สัปดาห์ที่ 13  เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/hEHKNYbev2M

 

https://youtu.be/sXHBYWSHzHs

 

Hallelujah

https://youtu.be/gUCaxQrXk00

 

 

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน  2020

วันสมโภชนักบุญเปโตร และเปาโล

สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

อ่าน  : 

อมส 2:6-10,13-16 

มธ 8:18-22

 

เมื่อเห็นว่า พระเยซูเจ้ามีคนนิยม ชมชอบ 

ธรรมาจารย์ อยากที่จะยกตนให้สูงขึ้น 

ด้วยการเป็นศิษย์ ติดตาม 

พระองค์ทรงเตือนให้คิดดี ๆ 

เพราะหนทางนี้ มีความยากลำบากรออยู่

 

เมื่ออิสราเอล ประชากรที่ได้รับเลือกสรรให้ติดตามพระเจ้า

ดำเนินชีวิต ตามใจชอบ เพื่อความสะดวกสบาย

จนทำลายคำสัญญา ละเมิดธรรมบัญญัติ

ยกตนให้สูงขึ้น ด้วยการกดคนอื่นให้ต่ำลง

พระเจ้าทรงลงโทษ ด้วยการปล่อยให้พวกเขา

พบกับความตกต่ำ 

 

หมายเหตุ...

คนที่มองโลกในแง่ร้าย..

มักเห็นแต่ความยากลำบากในทุกโอกาส

แต่คนที่มองโลกในแง่ดี

กลับเห็นโอกาส ในทุกความยากลำบาก

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ  พรหมภักดี)

 

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน อมส 2:6-10,13-16 / มธ 8:18-22

เมื่ออ่านพระวรสารวันนี้  ตั้งข้อสังเกตได้ว่า  พระเยซูเจ้าตรัสกับ คน 2 กลุ่ม อาจต่างเวลากัน หรือ เวลาใกล้เคียงกันแต่อยู่ในเรื่องเดียวกัน คนกลุ่มแรก  คือคนที่เข้ามาหาพระองค์   มาขอติดตามพระองค์  อาจสนใจหลายสิ่งหลายอย่างในพระองค์   มีจำนวนมาก  ต่างความต้องการ  ต่างเป้าหมาย  พระองค์ทรงรู้ทุกสิ่ง  รู้ความในใจ   รู้ความต้องการแต่ละคน   พระองค์เสด็จมา  ไม่ได้มาเพื่อเป็นกษัตริย์   หรือ มาเพียงเพื่อรักษาคนเจ็บป่วย หรือมาเพียงเพื่อเทศนาสั่งสอนเรื่องแผ่นดินสวรรค์   แต่มาเพื่อสละพระชนม์ชีพไถ่คนบาป คนกลุ่มนี้รู้แค่เพียงที่มองเห็น และ คิดได้ กลุ่มที่ 2  เป็นอัครสาวกของพระองค์  หรือ กลุ่มคนที่พระองค์ทรงเรียก  หรือ กลุ่มคนที่ขอติดตามพระองค์แล้วพระองค์ทรงเรียกให้ตามพระองค์ เป็นกลุ่มที่รู้จักพระองค์มากขึ้น  บางคนก็รู้ความจริง  รู้ว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน  พระองค์ประสงค์ให้รู้ว่าพระองค์ เป็นใคร  เสด็จมาเพื่ออะไร  ไม่ประสงค์ให้คนที่ต้องการติดตามพระองค์  สนใจแต่เพียงสิ่งที่ปรากฏเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดพระองค์ประสงค์ให้ทุกคนได้เข้าสู่แผ่นดินสวรรค์   แม้มีเพียงเวลาเล็กน้อย    พระองค์ยังส่งคนเหล่านั้น ที่ต้องการติดตามพระองค์   ที่เรียกว่าสานุศิษย์ เพื่อให้ออกประกาศข่าวดี  ในช่วงเวลาแรกมีถึง 72 คน บางครั้งพระองค์ต้องละบางคน เพื่อข้ามฟากไป   เพื่อมีพระประสงค์บางสิ่งกับบางคน  พระองค์ก็ทรงเรียกบางคนให้ติดตามพระองค์ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า  การติดตามพระองค์  ต้องเผชิญบางสิ่งบางอย่าง  อาจต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบาก พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า  พระองค์ไม่มีที่ที่วางศีรษะ  พระองค์ไม่ได้มาเป็นกษัตริย์เหมือนดังที่คนเข้าใจ มีหลายคนเมื่อรู้ความจริงก็เลิกติดตามพระองค์ เพราะต้องการบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น  พวกเขาต้องออกจากกรอบความเชื่อเดิม ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเก่า โดยสิ้นเชิง และ สร้างงานตามแบบอย่างพระเยซูเจ้า   ไม่หันหลังกลับ  ไม่ท้อถอย ตัดสินใจแล้วไม่เปลี่ยนใจไม่ว่าจะเป็นความคิด คำพูด หรือการกระทำต้องดำเนินให้สอดคล้องกับความเชื่ออย่างมั่นคง  ต้องเชื่อพระเยซูเจ้า ไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งอื่น ต้องยอมเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ. 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)