วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2020 ระลึกถึงนักบุญบารนาบัส อัครสาวก

 

 

ลูกจะวางใจ....

ในความรักมั่นคงของพระองค์เสมอไป

ลูกเชื่อว่า...

แม้ลูกต้องเดินไปบนหนทางที่ยากลำบาก

แต่พระคุณของพระเจ้าจะค้ำจุนลูกไว้

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญบารนาบัส อัครสาวก

https://youtu.be/dN5m-LAN5l8

 

https://youtu.be/8t6dlT583ew

 

Lord I offer my life to You

https://youtu.be/FTLGBfv4xaM

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญบารนาบัส อัครสาวก

อ่าน : 

กจ 11:2ข-26; 13:1-3

มธ 10:7-13

 

เพื่อบรรดาศิษย์จะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้า

พระองค์ทรงให้หลักการ.... “ทำหน้าที่ด้วยใจยินดี”

ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

สิ่งใดที่ได้รับมา ก็พร้อมที่จะให้ต่อไปยังผู้อื่น

 

ที่อันทิโอก ความดีของศิษย์ ที่เจริญชีวิตต่อกัน 

ด้วยความรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

พร้อมกับผลแห่งพระหรรษทานที่พวกเขา

ได้ซื่อสัตย์ มั่นคงต่อพระเจ้า

ทำให้ศิษย์ได้ชื่อว่าเป็น “คริสตชน” เป็นครั้งแรก

 

ด้วยความเป็นคนดี ที่เรียบง่าย เป็นกันเอง 

พร้อมจะเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคน

เปี่ยมด้วยความเชื่อ ของบาร์นาบัส 

ที่ดึงดูด ผู้คนให้เข้ามาหา และทำให้ท่าน

เป็นบุคคลอันเป็นที่รัก และต้องการของทุกคน

 

หมายเหตุ..

คิดจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ให้เริ่มที่ “ตัวเอง”..

ด้วยการหลอมรวม “ความคิด”   “จิตใจ” 

ให้เป็นหนึ่ง ในการกระทำที่ซื่อตรง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 10 นักบุญบาร์นาบัส 

บทอ่าน กจ 11:21ข-26;13:-1-3 / มธ 10:7-13

ใครคือ บาร์นาบัส ผู้มาเปิดประตูชีวิตบทใหม่ให้กับเปาโล ผู้ล้มเหลวในช่วง 12 ปีแรกหลังจากกลับใจ? ในเมืองอันทิโอกและในพระศาสนจักรยุคแรก บาร์นาบัสเป็นอาจารย์และประกาศก (กจ 13:1) แต่นั่นหลังจากที่บาร์นาบัส  และเปาโลได้ประกาศแพร่ธรรมตลด 1 ปี ที่นั่นแล้ว บาร์นาบัสคนนี้เดิมทีมีชื่อว่า โยเซฟ “บาร์นาบัส” เป็นฉายาที่บรรดาอัครสาวกเรียกท่าน แปลว่า “บุตรแห่งการให้กำลังใจ” แสดงว่าบรรดาอัครสาวกต้องคุ้นเคยกับท่านอย่างมาก “บาร์นาบัส” เป็นชาวเกาะไซปรัส และขายที่ดินของตนเอง นำเงินมามอบแก่บรรดาอัครสาวกเป็นกองกลางของพระศาสนจักร ในการให้ทานและทำกิจการต่าง ๆ ในยุคนั้น

พระศาสนจักรยุคแรก ๆ    ที่พอจะมีชีวิตชีวามั่นคง น่าจะเป็นที่อันทิโอก แคว้นซีเรีย           และที่กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งบรรดาอัครสาวกดูแลอยู่ โดยมีนักบุญยากอบผู้น้องของพระเยซูเจ้าเป็นผู้ปกครอง ส่วนที่จะตามมาคือ พระศาสนจักรเมืองอเล็กซานเดรีย ในอียิปต์ และเมืองเอเฟซัส ในเอเชียน้อย    ส่วนกรุงโรมจะมาที่หลังพระศาสนจักรเหล่านี้ ในสมัยพระเยซูเจ้าและอัครสาวก ชาวยิวที่กลับใจมาเป็นคริสตชนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชาวยิวที่อพยพไปทำมาหากินอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือแม้ไกลไปถึงกรุงโรมก็มี อย่าลืมว่าซีมอน ชาวไซรีน บิดาของอเล็กซานเดอร์และรูฟัส (มก 15:21) ที่มาช่วยพระเยซูเจ้าแบกไม้กางแขน ก็เป็นชาวยิวจากเมืองไซรีน ซึ่งอยู่เลยอเล็กซานเดรีย   เลียบไปตามชายฝั่งทวีปแอฟริกาเหนือ พวกเขาคงมาฉลองปัสกาตามธรรมเนียมที่กรุงเยรูซาเล็ม และมาอยู่ในเหตุการณ์ตรึงกางเขนพระเยซูเจ้าพอดี เชื่อกันว่ารูฟัส ที่อ้างใน (มก 15:21) ลูกของซีมอนชาวไซรีนคนนี้ อาจจะเป็นคนเดียวกับที่นักบุญเปาโลฝากคิดถึงพร้อมแม่ของเขา คิดว่าพระเป็นเจ้าทรงยิ่งใหญ่และสัพพัญญูญาณ พระองค์ทรงดลใจให้บรรดาอัครสาวกส่งบาร์นาบัสไปยังเมืองอันทิโอก เพราะบาร์นาบัสกลับกลายเป็นคนที่ไม่หลงลืมนักบุญเปาโล พาท่านไปพบอัครสาวก เพื่อจะรับรองท่าน (กจ 11:25-26) บาร์นาบัสคงจะคิดว่า เปาโลเป็นผู้กลับใจใหม่ จะเข้าอกเข้าใจคริสตชนชาวยิว และไม่ใช่ชาวยิวที่กลับใจใหม่เช่นเดียวกัน 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)