วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2020 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

 

 

 

 

ไม่มีการหยุดพักใด...

ที่จะทำให้เราได้พักสงบอย่างเต็มที่

เท่ากับที่ได้...พักพิงในพระเจ้า

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2020

สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/bRcxGOL0rj0

 

https://youtu.be/gA1XpLzFyEk

 

 When you believe

https://youtu.be/sT_k-QmDwSo

 

 

วันอังคารที่ 9  มิถุนายน 2020

สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1 พกษ 17:7-16

มธ 5:13-16

 

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับบรรดาศิษย์ 

ในการติดตามพระคริสตเจ้า

จำเป็นต้องแสดงออกถึง ธรรมชาติของความเชื่อ

คือ การเป็นแสงสว่าง สำหรับเพื่อนพี่น้อง 

ด้วยการรักษากิจการแห่งความดี

 

กิจการดีที่หญิงหม้ายได้ทำ โดยการเชื่อฟัง

และทำตามคำของประกาศกเอลียาห์ 

ด้วยการสละสิ่งที่ตนมี เพื่อเลี้ยงชีพ 

ในความต้องการของตนและบุตรชาย 

พระเจ้าทรงโปรดให้นางมีเพิ่มขึ้น  เหลือเฟือ

 

หมายเหตุ..

ร่างกายมีวันของการเสื่อมสลาย

แต่กิจการดี ที่ได้ทำจะคงอยู่

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1พกษ 17:7-16 / มธ 5:13-16

พระเยซูเจ้าทรงประสงค์ให้ศิษย์ดีเกินตัว ไม่ใช่เอาแต่ดีพอตัว ไปวัด ทำบุญทำทาน เพียงเพื่อเอาตัวรอดไปสวรรค์ แก่นแท้แห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์คือความรัก “ใครที่เห็นท่านรักก็รู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา” ดังนั้น ไม่มีศิษย์คนใดที่เป็นศิษย์ตัวคนเดียว ไม่มีคริสตชนคนใดเป็นคริสตชนตามลำพังได้ เพราะเป็นศิษย์หรือเป็นคริสตชนก็คือรัก และจะรักได้ต้องต้องมีสองคนขึ้นไป เช่นนี้ ชีวิตศิษย์จึงเป็นดังเกลือซึ่งรสชาติเลยจากตัวแทรกซึมไปสู่สิ่งรอบข้าง ชีวิตศิษย์เป็นดังแสงสว่างที่หลุดเลยตนเองไปส่องสว่างให้รอบด้าน เช่นนี้ศิษย์จะเป็นดังงานศิลปะงดงาม ใครที่มาเห็นมาชมก็พลอยชื่นชมยกย่องศิลปินไปด้วย ฉันใดก็ฉันนั้น

ภาพพจน์เรื่อง “แสงสว่าง” พบบ่อยมากในพระคัมภีร์ ในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าได้อธิบายให้เห็นภาพพจน์ของ “เมืองที่ตั้งบนภูเขา” ไม่สามารถปิดบังได้ ในสมัยโบราณมักสร้างเมืองบนเขา เพื่อจะได้มองเห็นศัตรูจากระยะไกลและสามารถป้องกันได้ง่าย นอกนั้นยังตรัสถึง “ตะเกียงที่ใช้จุดภายในบ้าน” เมื่อจุดแล้วย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียงเพื่อส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน มิใช่เอาถังครอบไว้ เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านเป็นแสงสว่างส่องโลก” พระองค์หมายความว่าเราจะต้องเป็นแหล่งพลังสำหรับคนอื่น เราจะต้องฉายแสงเพื่อให้คนอื่นได้เห็นกิจการดีในตัวเรา หน้าที่ของแสงอาทิตย์หรือแสงสว่างมีหลายอย่าง

ให้เราดูชีวิตของคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ที่สละชีวิตที่สะดวกสบายในยุโรป เพื่อมาทำงานกับคนที่ยากจนที่สุดในอินเดีย แม่เทเรซาไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับผู้อื่น แต่เพื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของพระเยซูเจ้าที่ว่า “ให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน” (ยน 15:12) สิ่งที่แม่เทเรซาทำจึงเป็นการทำให้ความเชื่อเกิดผลในภาคปฏิบัติ นั่นคือ “ความรักที่มีต่อกันและกัน” และความรักนี้ได้กลายเป็นเกลือดองแผ่นดินและแสงสว่างส่องโลก ดังนั้น ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำ และวิธีการที่เราใช้ จะต้องเป็นที่มาแห่งแสงสว่าง และมีความหมายสำหรับผู้อื่น กิจการที่เรากระทำจะต้องเป็นเครื่องหมายที่มองเห็นได้แห่งการประทับอยู่ของพระเจ้าในโลก

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)