วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020 สมโภชพระตรีเอกภาพ

 


 

สิริพึงมีแด่พระบิดา ผู้ทรงสร้างเรา 

สิริพึงมีแด่พระบุตร ผู้ทรงไถ่บาปเรา 

สิริพึงมีแด่พระจิต ผู้ทรงประทานความศักดิ์สิทธิ์แก่เรา 

จงสรรเสริญพระตรีเอกภาพ อันศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

และเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้ และตลอดนิรันดร 

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

สมโภชพระตรีเอกภาพ

https://youtu.be/Cg-crcYtA4I

 

https://youtu.be/MTi40KP_o8s

 

สรรเสริญพระตรีเอกภาพ

http://youtu.be/-LZIf2sl2-Q

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

สมโภชพระตรีเอกภาพ

อ่าน :

อพย 34:4ข-6,8-10

2 คร 13:11-13

ยน 3:16-18

 

ความรักที่เป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า

สามพระบุคคล พระบิดา พระบุตร และพระจิต

แสดงออกต่อโลก ด้วยการมอบ..พระบุตร 

มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษ แต่เพื่อช่วยเหลือ

 

เสียงของพระเจ้าตอกย้ำ..ประชากรของพระองค์

“เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เมตตา กรุณา ไม่โกรธง่าย

เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และความซื่อสัตย์

 

เพื่อจะบ่งบอก ถึงการมีชีวิตพระที่เป็นหนึ่งเดียวนั้น

นักบุญเปาโลแนะนำ... จงหมั่นปรับปรุงตนให้ดีพร้อม 

ดำเนินชีวิตอย่างสันติ เป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง

ให้กำลังใจแก่กันและกัน

 

หมายเหตุ..

เคล็ดลับ..รักษาความเป็นหนึ่งเดียว..

อย่าไปเป็นทั้งหมดของชีวิตใคร

แต่จงภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง

ของกันและกัน...

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

สมโภชพระตรีเอกภาพ

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์...” (ยน 3:16-18)

 

หนึ่งเดียวในความรัก

รักที่เอ่อล้นของพระเจ้ามาสู่มนุษย์

โอ้แบบอย่างของครอบครัวคริสตชน

แบบอย่างของหมู่คณะนักบวช

คือแบบอย่างความรักที่เป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร.

 

________________

 

วันอาทิตย์หลังสมโภชพระจิตเจ้า หลังการสมโภชปาสกาของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรให้เราได้คิดถึงบทบาทของพระเจ้าทั้งสามพระบุคคล พระบิดา พระบุตร และพระจิต ที่เป็นพระเจ้าเดียวที่แบ่งแยกไม่ได้ ดังเป็นดังสิ่งเตือนใจเราให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้นของมวลมนุษย์ที่ที่มามาจากความรักของพระเจ้าที่เอ่อล้นในพระตรีเอกภาพ ไหลหลั่งมาสู่มนุษย์ ที่กลับกลายเป็นลูกของพระองค์

 

พี่น้องที่รัก ดังดื่มกาแฟรสชาติกลมกล่อมสักถ้วยครับ เรามักหยิบช้อนคนจนส่วนผสมทั้งหมดนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แบบที่ว่าลิ้นของเราเมื่อได้รับรสชาติอของกาแฟที่กลมกล่อมแล้ว เราไม่ต้องการที่จะแยกมันออกจากกันอีก ว่าส่วนไหนเป็นอะไร แต่เราชื่นชมในความกลมกล่อมรสชาติมากกว่า มิใช่หรือ

 

ดุจเดียวกันครับ เพื่อเรียนรู้จักพระเจ้าของเรา พระตรีเอกภาพนั้น พี่น้องครับ ผมอยากเรียน พี่น้องว่า ให้เราลิ้มชิมรสความรักของพระเจ้าที่เป็นหนึ่งเดียวกันดีกว่าไหมครับ เราอย่าพยายามแยกพระเจ้าออกจากกันเลย เพราะสติปัญญาของมนุษย์ดูว่าจะมีขอบเขต และไม่สามารถเข้าใจพระองค์ได้ทั้งหมดหรอก

 

ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (อพย 34:4ข-6, 8-10) เราเห็นว่า ประชากรของพระเจ้า แม้แต่โมเสสเอง ก็มีความต้องการที่จะเรียนรู้จักพระพักตร์ของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้พวกเขาเหล่านั้นได้เรียนรู้ความเป็นพระองค์ที่เปี่ยมด้วยความรักสัตย์ซื่อ และเมตตากรุณามากกว่าการได้เห็นพระองค์ นั่นคือด้วยประสบการณ์กับพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงเดินอยู่เคียงข้าง มากกว่าพระเจ้าผู้ชี้ทาง แต่...”พระเจ้าผู้ทรงเดินอยู่เคียงข้าง” ครับ และสุดท้าย เราก็รู้จักพระเจ้าได้ในการเผยแสดงของพระบุตรของพระองค์ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลก พระองค์ทรงเปิดเผยให้เรารู้จักพระเจ้าทรงพระนามว่าพระบิดา และทรงประทานพระจิต พระผู้บรรเทาให้กับเรา ซึ่งเป็นผลงานหนึ่งเดียวของพระเจ้า พระตรีเอกภาพที่ทำงานร่วมกัน ดังที่เราเห็นชัดในพระวรสารวันนี้ เมื่อ “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์...” (ยน 3:16-18) นี่คือการเปิดเผยที่สำคัญโดยพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเจ้า องค์พระวาจาของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงสร้างโลกด้วยพระวาจานี้

 

พี่น้องที่รัก ความรักของพระเจ้าคือภาพลางๆ ของครอบครัวแห่งสวรรค์ครับ เมื่อพระเจ้าทรงสร้างโลกห้าวันอย่างสวยงาม เพื่อรองรับมนุษย์ที่พระองค์จะทรงสร้างให้เป็นบุตรของพระองค์ในความพร้อมสรรพของสรรพสิ่ง นี่ไม่ใช่แบบอย่างการวางแผนไปสู่ครอบครัวที่ดีหรอกหรือ นี่ไม่ใช่แบบอย่างของพระเจ้าสำหรับครอบครัวคริสตชนหรอกหรือ

 

“เอลี เอลี ลามาซาบัคทานี” ... “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า...” พระวาจาบนไม้กางเขนที่ดูเหมือนว่าพระเยซูเจ้าถูกทอดทิ้งอย่างเดียวดายนี้ กลับสะท้อนภาพ พระทัยที่เจ็บปวดของพระบิดาและพระจิตด้วย คือความเจ็บปวดของดวงพระทัยของพระตรีเอกภาพ ที่ทั้งสามพระบุคคลมีส่วนร่วมรับผลการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น... เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่พระบิดาจะทอดทิ้งพระบุตร และพระจิตที่นำพระองค์มาตลอดเส้นทางจะทอดทิ้งพระองค์ แต่ทว่า ในความเป็นจริงของพระทัยของพระเจ้าในเวลานั้น คือความเป็นหนึ่งเดียวกันในความรัก ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน เพราะการตัดสินพระทัยร่วมกัน สู่แหนการแห่งการกอบกู้มนุษยชาตินี้

 

พี่น้องที่รักครับ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย ที่พระเยซูเจ้าสอนเราให้เรียกพระเจ้าว่าพระบิดา... เพราะนี่คือแบบอย่างที่ทำให้เรามีใจร้อนรน เยี่ยงหัวใจของสมาชิกในครอบครัวแห่งสวรรค์ ที่มีพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา และเจริญชีวิตในการชิมลางความรักแห่งครอบครัวแห่งสวรรค์ตั้งแต่อยู่ในโลกนี้

 

พี่น้องที่รักครับ ครอบครัวครับ ครอบครัวคริสตชนที่ร่วมหัวจมท้ายกัน ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เราเผชิญปัญหาต่างๆ อย่างไร เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจริงๆ หรือเปล่า หรือเราเฝ้าซ้ำเติมกันในยามทุกข์ยาก ทอดทิ้งกัน และไม่เหลียวแลความรู้สึกของกันและกันเลย... พี่น้องที่รักครับ ขอแบบอย่างการเป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระเจ้า พระตรีเอกภาพนี้ เป็นแบบอย่างของครอบครัวคริสตชน แบบอย่างความรักที่เป็นหนึ่งเดียวกันของหมู่คณะนักบวช ที่ควรต้องเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานของครอบครัวแห่งสวรรค์ ได้เป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน เป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระตรีเอกภาพตลอดไป

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอความรักเปี่ยมล้นในดวงพระทัยแห่งพระตรีเอกภาพ รวมลูกไว้ให้เป็นหนึ่งเดียวในความของพระองค์ด้วย เพื่อลูกจะได้มีหัวใจที่คิดถึง และรักผู้อื่น ให้ความรักในดวงใจลูกไหลรินไปสู่ผู้อื่น ดุจดังรักแห่งพระทัยของพระองค์เถิด พระเจ้าข้า.

 

สุขสันต์วันพระเจ้า และวันแห่งครอบครัวแด่พี่น้องทุกคนครับ

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 20 สมโภชพระตรีเอกภาพ

บทอ่าน อพย 34:4ข-6,8-9 / 2คร 13:11-13 / ยน 3:16-18

สิ่งแรกที่บิดามารดาสอนเราเกี่ยวกับศาสนาคงจะเป็นการทำเครื่องหมายสำคัญมหากางเขน สิ่งสุดท้ายที่พระสงฆ์ทำที่หลุมฝังศพของเราคือ การทำเครื่องหมายสำคัญกางเขนเหนือร่างของเรา ชีวิตของคริสตชนถูกตราไว้ "ในพระนามของพระบิดา พระบุตรและของพระจิต" บทอ่านในวันอาทิตย์พูดถึงพระบิดาบ่อย ๆ ครั้ง (ในฐานะผู้ให้กำเนิดทุกชีวิตที่เล่าอยู่ในเรื่องของการสร้างโลก) การส่งพระบุตรของพระองค์หรือพระวจนาตถ์ (เพื่อช่วยเราให้รอด) และการส่งพระจิตเจ้า (เพื่อการเกิดใหม่ของเราจากน้ำและพระจิต)

เมื่อนักบุญเปาโลเขียนจดหมายถึงชาวโครินธ์ ท่านบรรยายทุกสิ่งถึงพระเจ้าหนึ่งเดียว คือพระบิดาผู้ทรงเป็นแหล่งที่มาของสรรพสิ่ง เมื่อท่านกล่าวว่า "บัดนี้มีพระคุณหลายอย่างต่างชนิด แต่มีพระจิตองค์เดียวกัน มีบริการหลายอย่าง แต่มีพระเจ้าองค์เดียว และมีงานหลายอย่าง แต่มีพระเจ้าองค์เดียวทรงบันดาลทุกสิ่งในทุกคน"

อวัยวะในร่างกายของเราทุกคนย่อมทำงานอย่างมีความสัมพันธ์กัน มันไม่สามารถแยกกันอยู่อย่างทางใครทางมันได้ เราลองคิดถึงภาพนี้ดูว่าถ้าร่างกายเกิดแยกอวัยวะไว้เป็นชิ้นส่วนวางกองไว้ นั่นไม่ได้เรียกว่าร่างกายที่มีชีวิตแล้ว แต่จะเรียกเป็นศพ ! ฉะนั้น พี่น้องคริสตชยทุกคนควรรู้ว่า เราเป็นกายเดียวกันในพระคริสตเจ้าโดยมีพระองค์ทรงเป็นศีรษะ พระองค์ทรงปรารถนาให้เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ จะปราศจากความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้ เหมือน "ปลาไม่สามารถอยู่ได้ถ้าปราศจากน้ำ" แยกกันไม่ได้

เราจึงเห็นความจริงว่า ความสัมพันธ์ที่ดีจะนำไปสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสัมพันธ์ที่ดีนี้ควรเริ่มจาก เรามีความสัมพันธ์ที่ดี 2 ด้านดังนี้ คือ  1. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า (แนวตั้ง) เช่น อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน ประกาศ รับใช้ตามของประทาน  2. ความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้องในพระคริสตเจ้า(แนวนอน) เช่น คอยช่วยเหลือหนุนใจ อธิษฐานเผื่อกัน เป็นพยาน ร่วมรับใช้พระเจ้าในพระศาสนจักร  

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)