วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2020 ระลึกถึงนักบุญบอนิฟาสพระสังฆราช และมรณสักขี

 


 

 

ความรักมั่นคงของพระยาห์เวห์ไม่เคยหยุดยั้ง 

และพระกรุณาของพระองค์ไม่มีสิ้นสุด 
เป็นของใหม่ทุกเวลาเช้า 
ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก (พคค.3:22-23)

 

บทอ่านประจำวันวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญบอนิฟาสพระสังฆราช และมรณสักขี

https://youtu.be/PA4JdYhp3Ls

 

https://youtu.be/-uFjGveeGWA

 

เมื่อลูกได้เชื่อ

https://youtu.be/T1jREr72LsU

 

 

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญบอนิฟาสพระสังฆราช และมรณสักขี

อ่าน :

2 ทธ 3 ข้อ 10-17

มก 12:35-37

 

การพูด ด้วยหลักการ เหตุผล

ที่มาพร้อมกับรากฐานของความเชื่อ

ทำให้ประชาชนสนใจ 

ในสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้พูด

 

ด้วยความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่  ที่ได้รับมอบหมาย

พร้อมกับความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ร่วมงาน

นำท่านนักบุญบอนีฟาส ให้สามารถทำงาน

แพร่ธรรมได้อย่างบรรลุผล จนสามารถแพร่ขยาย

ไปทั้งทวีปยุโรป

 

หมายเหตุ.... 

“ความคิด การกระทำ คำพูด”

หากมันออกมาดี

ทุกอย่างในชีวิตก็ดีตามไปเอง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 2ทธ 3:10-17/ มก 12:35-37

ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องการผู้นำประเภทไหน? มีผู้นำคนใดบ้างสามารถสร้างสันติภาพที่แท้จริง และความยุติธรรมสำหรับทุกคน เมื่อประชากรอิสราเอลได้ตั้งรกรากในดินแดนพระสัญญาแล้ว พวกเขาต้องการกษัตริย์ ที่จะเป็นจุดศูณย์กลางของความเป็นหนึ่งเดียวกัน และสามารถปกครองพวกเขา เหมือนกับชาติต่างๆรอบตัว  กษัตริย์องค์แรกของพวกเขา คือ กษัตริย์ซาอูล ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างราชวงศ์ของตนเอง แต่เมื่อดาวิดได้รับการแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ พระเป็นเจ้าไดทรงทำพันธสัญญากับพระองค์ และได้ทรงสัญญาว่า ราชวงศ์ของพระองค์จะคงอยู่ตลอดไป พวกยิวมีความเชื่อเรื่องพระเมสสิยาห์ว่า จะเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิด พระคริสตเจ้า คือ ผู้รับการเจิม คือ โอรสของกษัตริย์ดาวิด พวกยิวกำลังรอคอยพระผู้ไถ่ ซึ่งจะเสด็จมาในเชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด พระเยซูเจ้าได้รับการต้อนรับจากประชาชน ด้วยนามของโอรสของกษัตริย์ดาวิด

เมื่อกษัตริย์ดาวิดทรงเรียกพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระคริสต์จะทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิดได้อย่างไร” เช่นเดียวกับชาวยิวอื่น ๆ บทเพลงสดุดีที่เป็นผลงานของกษัตริย์ดาวิด เมื่อเขียนว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า” พระองค์กำลังจินตนาการว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ตรัสกับพระเมสสิยาห์) เพื่อทรงแต่งตั้งให้มีศักดิ์ศรีเป็นกษัตริย์และสมณะ รองลงมาจากศักดิ์ศรีของพระเจ้าเอง ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงตั้งคำถามว่า “ถ้ากษัตริย์ดาวิดแม้ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ตรัสกับพระเมสสิยาห์ในฐานะที่เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์ คงจะไม่ทรงคิดว่าพระเมสสิยาห์จะทรงเป็นเพียงบุตรหลานคนหนึ่งของพระองค์ แต่ทรงมีศักดิ์ศรีมากกว่า มิฉะนั้นแล้ว คงจะไม่เรียกพระเมสสิยาห์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า” ดังนั้น แม้พระเยซูเจ้าไม่ทรงพูดถึงพระองค์เองโดยตรง ก็ยังพอพระทัยให้ทุกคนเข้าใจว่า คำนิยามพระเมสสิยาห์ไม่เป็นเพียง “โอรสของกษัตริย์ดาวิด” เท่านั้น แต่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้าด้วย.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)