วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2020 ระลึกถึงนักบุญชาร์ล ลวงก้า และเพื่อนมรณสักขี



ไม่มีการหยุดพักใด...

ที่จะทำให้เราได้พักสงบอย่างเต็มที่

เท่ากับที่ได้...พักพิงในพระเจ้า

 

บทอ่านประจำวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญชาร์ล ลวงก้า และเพื่อนมรณสักขี

https://youtu.be/XdRokMHu8pg

https://youtu.be/JwJcWTJXzB8

จิตวิญญาณข้ากระหาย

https://youtu.be/2dQxIp4NQao

As the Deer

https://youtu.be/no9StppmvGA

 

 

วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญชาร์ล ลวงก้า และเพื่อนมรณสักขี

อ่าน : 

2ทธ 1:1-3, 6-12

มก 12:18-27

 

เมื่อชาวสะดูสี ที่ได้รับการยอมรับว่า

เจริญชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ใกล้ชิดพระเจ้า 

หลงผิด ยึดติดกับชีวิตทางโลก

ทำให้พวกเขาหันเห ออกจากความเชื่อ 

พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องเตือนสติพวกเขา

ให้พิจารณาที่มาของความเชื่อ ที่พวกเขาได้รับ

 

เพื่อจะไม่หันเหจากความเชื่อ 

จดหมายนักบุญเปาโล แนะนำ 

ให้ตระหนักเสมอว่า พระเจ้าทรงเรียกเรา

ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ 

แต่เป็นพระประสงค์ และพระหรรษทานของพระองค์

 

แม้นว่าจะถูกเบียดเบียน หลายคนถูกเผา

แต่นักบุญชาร์ล ลวงก้า และเพื่อนมรณสักขี

ยังคงยินดีที่จะสละชีวิตของพวกท่าน

เพื่อทำหน้าที่ ยืนยัน รักษาส่งต่อ ความเชื่อ

ทำให้ทวีปแอฟริกาเติบโตอย่างมากในความเชื่อ

 

หมายเหตุ..

เห็น ที่น่ารังเกียจคือ เห็นแก่ตัว

หลงที่น่ากลัว คือ หลงตัวเอง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันพุธที่ 3 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 2ทธ 1:1-3,-6-12 / มก  12:18-27

เราจะเชื่อได้อย่างไรว่า มนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพ? พวกสะดูสี ที่เป็นผู้นำทางศาสนาจากบุคคลชั้นสูงในสมัยพระเยซูเจ้า ไม่เชื่อว่า มีการกลับคืนชีพ เพื่อเข้าสู่ชีวิตนิรันดร พวกเขาไม่เชื่อเรื่องสวรรค์ เพราะสายตาของพวกเขามองไม่เห็น เราเองมีสภาพเหมือนกับพวกเขาหรือไม่? เราไม่ยอมรับความจริงด้านจิตใจ เพราะเราพยายามจะวาดภาพสวรรค์ เหมือนกับความจริงที่เราสามารถสัมผัส และมองเห็นได้ พวกสะดูสีมาหาพระเยซูเจ้า เพื่อทดสอบพระองค์ว่า เรื่องการกลับคืนชีพเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะ พวกเขาไม่เหมือนพวกฟาริสี ที่ไม่เชื่อเรื่องสิ่งที่เป็นจิต ไม่ว่า เรื่องมนุษย์ เรื่องทูตสวรรค์ หรือเรื่องปิศาจ ความเชื่อในเรื่องศาสนา ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสวรรค์ที่อยู่บนโลกนี้ และจะจบสิ้นลง เมื่อความตายมาถึง

พระเยซูเจ้าได้ทรงตอบข้ออ้างอิงของพวกเขา ที่เกี่ยวกับการกลับคืนชีพและชีวิตนิรันดร พระองค์ได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่า พระเป็นเจ้า คือ พระเจ้าผู้ทรงชีวิต ของมนุษย์ผู้มีชีวิต ไม่ใช่ของมนุษย์ที่ตายไปแล้ว โดยได้อ้างข้อความจากพระคัมภีร์ว่า “ เราคือพระเจ้าของอาบราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ ” พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น ท่านคิดไปผิดมากทีเดียว”

พระเป็นเจ้าเป็นเพื่อนของอาบราฮัม อิสอัค และยาโคบ เมื่อขณะที่พวกเขามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ มิตรภาพดังกล่าว ไม่ได้สิ้นสุดลง เมื่อความตายมาถึง กษัตริย์ดาวิดเอง ก็ได้ตรัสเรื่องชีวิตไม่รู้ตายกับพระเป็นเจ้า “ถึงกระนั้นก็ดี ข้าพระองค์อยู่กับพระองค์เสมอ พระองค์ทรงจับมือขวาของข้าพระองค์ไว้ พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ด้วยคำปรึกษาของพระองค์ และภายหลังพระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ ให้ได้รับเกียรติยศ “ (สดด 73:23-24)

ชีวิตคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแค่วันสองวัน แต่มันหมายถึงการดูแลกันทั้งชีวิต...ไม่มีครอบครัวไหนสมบูรณ์แบบ เราโต้ถึงกันเราไม่ยอมกัน หรือแม้แต่เลิกคุยกันในบางครั้ง แต่ในท้ายที่สุด ครอบครัวก็คือครอบครัว ความรักจะอยู่ที่เดิมเสมอ...คำว่าครอบครัว ไม่มีคำว่าของคุณหรือของฉัน มีแต่คำว่าของเรา.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)