วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2020 ระลึกถึงนักบุญมาร์แชลลิน และนักบุญเปโตร มรณสักขี

 


แสวงหาพระเจ้า …

เพื่อที่จะพบพระองค์

ค้นพบพระเจ้า …

เพื่อจะแสวงหาพระองค์

ตลอดไป ……

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญมาร์แชลลิน และนักบุญเปโตร มรณสักขี

https://youtu.be/NwCtQELCAlY

 

https://youtu.be/O2jkLdpuvTk

 

พระสัญญา

https://youtu.be/tv0XbUqKtkk

 

 

 

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2020

ระลึกถึงนักบุญมาร์แชลลิน และนักบุญเปโตร มรณสักขี

อ่าน :

2 ปต 3:12-15ก, 17-18

มก 12:13-17

 

เมื่อถูกผจญ ด้วยการเยินยอ สรรเสริญ

พร้อมกับตั้งคำถามเพื่อจับผิด 

พระเยซูเจ้าทรงอดทน พร้อมกับ

สอนให้คนที่มาจับผิด รู้จักการแยกแยะ ระหว่าง

เรื่องทางโลก กับเรื่องของพระเจ้า

 

เพื่อจะไม่หลงผิด ติดตามคนที่คิดไม่ซื่อ

จดหมายนักบุญเปโตรแนะนำ ให้ระมัดระวัง

อย่าปล่อยตัว

 

ด้วยความซื่อสัตย์ ในการปฎิบัติตหน้าที่

มิชชันนารี ผู้แพร่ธรรม อย่างอดทน

ท่านนักบุญบอนีฟาส สามารถ นำการเปลี่ยนแปลง

มาสู่พระศาสนจักร ด้วยการปรับปรุง แก้ไข

ธรรมเนียมของพระศาสนจักรให้มีความเหมาะสม

 

หมายเหตุ..

การจะก้าวไปด้วยกัน..

อย่ามัวแต่..เป็นนักจับผิด

อย่ามัวแต่.. คิดริษยา

อย่าเสียเวลา กับ ความหลัง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 20 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 2ปต 3:12-15ก,17-18 / มก 12:13-17

ต่อมา เขาได้ส่งชาวฟาริสีและคนบางคนที่เป็นผู้นิยมกษัตริย์เฮโรดมาพบพระเยซูเจ้า นักบุญมาระโกได้เคยเล่าเหตุการณ์ที่ชาวฟาริสีรวมหัวกับผู้นิยมกษัตริย์เฮโรด “เพื่อปรึกษาว่าจะกำจัดพระองค์ได้อย่างไร” (มก 3:6) เวลานั้น บุคคลเหล่านี้อยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะใกล้ถึงเทศกาลปัสกา โดยทั่วไปแล้ว ชาวฟาริสีไม่พอใจที่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลโรมัน แต่ก็ยอมจำนนต่อสถานการณ์เช่นนี้เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนผู้นิยมกษัตริย์เฮโรดสนันสนุนการปกครองของรัฐบาลโรมัน

คนเหล่านั้นทูลว่า “พระอาจารย์ พวกเรารู้ว่า ท่านเป็นคนเที่ยงตรง ไม่ลำเอียง ท่านไม่เห็นแก่หน้าใคร แม้คำชมเชยนี้ไม่ออกมาจากความจริงใจ เพราะมีจุดประสงค์ที่จะคอบจับผิดพระเยซูเจ้า แต่ยังเป็นการยอมรับพฤติกรรมไม่มีที่ติของพระเยซูเจ้า และสะท้อนความเคารพอย่างสูงที่ประชาชนมีต่อพระองค์เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่จะเสียภาษีแก่ซีซาร์ เราต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษี”  พระองค์ทรงทราบความเจ้าเล่ห์ของเขา จึงตรัสว่า “มาทดสอบเราทำไม เอาเงินเหรียญมาให้เราดูสักเหรียญหนึ่งซิ” พระเยซูเจ้าทรงทราบถึงความเจ้าเล่ห์ของผู้ตั้งคำถาม เพราะไม่ว่าพระองค์จะทรงตอบอย่างไรก็จะทำให้กลุ่มหนึ่งไม่พอใจ และเป็นศัตรูกับพระองค์ คือถ้าพระองค์ตอบว่า “ต้องเสียภาษี” ประชาชนส่วนใหญ่ที่ต่อต้านการจ่ายภาษีก็ไม่พอใจพระองค์ แต่ถ้าพระองค์ตอบว่า “ไม่ต้องเสียภาษี” สมาชิกสภาซันเฮดรินจะฟ้องคำพูดของพระองค์แก่ชาวโรมันผู้มีอำนาจปกครอง ซึ่งจะทำให้ไม่พอใจและจัดการกับพระองค์

เงินที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อเสียภาษีแก่ซีซาร์เป็นเงินเหรียญกษาปณ์ประเภทเงินผลิตที่กรุงโรม  พระองค์จึงตรัสถามว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาก็ตอบว่า “เป็นของซีซาร์”  พระองค์จึงตรัสว่า “ของของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ “ และของของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด” “ของของพระเจ้า” หมายถึงมนุษย์ทุกคนที่ถูกสร้างตามภาพลักษณ์ของพระองค์ รวมทั้งใจมนุษย์ที่ต้องรักและเคารพพระเจ้าแท้เพียงพระองค์เดียว.เราเองพร้อมจะคืนให้พระเป็นเจ้า สิ่งที่เป็นของพระองค์หรือไม่?

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)