วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020 สมโภชพระจิตเจ้า

 


 

เชิญพระจิตฤทธิเดชเสด็จมา

เยือนวิญญาณ์ข้าพระองค์ที่ทรงสรรค์

เชิญประสิทธิ์โปรดพระพรวรานันท์

เป็นมิ่งขวัญแก่วิญญาณ์ข้าพระองค์

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

สมโภชพระจิตเจ้า

 https://youtu.be/owsTX7I34wk

 

https://youtu.be/qx7P852qWk0

 

เชิญพระจิต

https://youtu.be/24hs_-iDa1w

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

สมโภชพระจิตเจ้า

อ่าน : 

กจ 2:1-11

1คร 12:3ข-7,12-13

ยน 20:19-23

 

“ความกลัว” ปิดกั้น บรรดาศิษย์ พาจิตใจให้วุ่นวาย

หลงไป แต่เมื่อได้พบกับพระคริสตเจ้า พวกเขา

ได้พบความสงบสุข สันติภายในจิตใจ

ผ่านทางพระจิตเจ้า ที่พระเยซูเจ้า

ได้มอบให้กับพวกเขา

 

กิจการอัครสาวกบันทึก เมื่อบรรดาศิษย์

ได้รับพระพรพระจิตเจ้านั้น พวกเขาเปี่ยมด้วย

ความสามารถที่ไม่มีใครคาดคิด 

 

เปาโลตอกย้ำ ในกลุ่มของผู้มีความเชื่อ

แม้นว่าพวกเขาจะมีพระพร ความสามารถ 

กิจการที่แตกต่างหลากหลาย แต่ผ่านทาง

พระจิตเจ้าองค์เดียว พระองค์ทรงรวบรวม

ทุกสิ่งให้เป็นหนึ่งเดียว

 

หมายเหตุ..

พระพรของพระจิตเจ้า...

พระดำริ สติปัญญา ความคิดอ่าน

พละกำลัง ความรู้  ความศรัทธา

ความยำเกรงพระเจ้า

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2020

สมโภชพระจิตเจ้า

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด... (ยน 20:19-23)

 

การเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้าที่แท้จริง

ต้องอาศัยพลังของพระจิตเจ้า

และพลังของพระจิตเจ้านี้เอง

ที่ทำให้เราสามารถประกาศข่าวดีต่อนานาชาติ

ต่อทุกชาติ ทุกภาษา

 

เพราะภาษาของพระจิตเจ้า

คือภาษาของหัวใจ

คือภาษาของลูกของพระเจ้า

ที่มีหัวใจของพระคริสตเจ้า

ทุกคนจะเข้าใจข่าวดีของพระคริสตเจ้าได้

ก็ด้วยภาษาแห่งรักจากหัวใจนี้เท่านั้น

 

วันนี้ ภาษาใด

ที่ฉันใช้ในการประกาศข่าวดีต่อเพื่อนพี่น้อง...

 

________________

 

ผมชอบพระวาจาของพระเยซูเจ้า ประโยคที่ผมได้เลือกไตร่ตรองนี้เสมอเลยครับ “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด... (ยน 20:19-23) ได้ยินครั้งใด ผมก็สัมผัสถึงความน่ารัก ความอ่อนโยนของพระเจ้าของเราเสมอ... พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ไม่เคยมองอดีตของเรา แต่ทรงเป็นพระเจ้า ที่ไม่ว่าชีวิตของเราจะเป็นเช่นใด พระองค์ก็ยังทรงเป็นพระเจ้าผู้นำทางเราเสมอ

 

ผมเพิ่งกลับมาจากการอภิบาลผู้ป่วยหนัก ที่ผมถูกเชิญให้ไปโปรดศีลให้ นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันเสมอ พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ร่วมทาง ไม่ใช่พระเจ้าผู้ชี้ทางเท่านั้น แต่ทรงเป็นพระเจ้าผู้ร่วมทางและนำทางเรา หากเราจะไม่หนีจากเสียงของพระองค์เสียก่อน

 

มีคนกล่าวว่า พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา หากเราไม่ทอดทิ้งพระองค์... แต่ผมอยากกล่าวมากกว่านั้น ว่า พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา แม้เราจะทอดทิ้งพระองค์ก็ตาม เพราะพระองค์คือพระเจ้าผู้แสวงหา ติดตาม และนำเราไปพบความรอดพ้น

 

“สันติสุขขงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด... (ยน 20:19-23) พระเยซูเจ้ากลับมาพบบรรดาศิษย์ ผู้ที่ทอดทิ้งพระองค์เมื่อทรงรับทรมานและถูกตรึงกางเขน พระองค์ไม่ได้กลับมาทวงสัญญา แต่มา และบอกคำนี้... ประโยคนี้... อ่อนหวานเหลือเกิน... “สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด... (ยน 20:19-23)

 

นั่นหมายความว่า พระเจ้าขอให้เราเริ่มต้นใหม่กับพระองค์ครับ พระองค์เข้าใจเราครับ ว่าคำสอนของพระองค์ในการเป็นคริสตชนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆ สำหรับลูกของพระองค์ และวันนี้ พระองค์ได้ประทานพระจิตเจ้าให้กับบรรดาศิษย์ ซึ่งพระองค์ทรงประทานให้เราด้วย เพื่อเราจะกลับมา หันกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าจะละทิ้งพระองค์ไปบ้างก็ตาม แต่หันกลับมาเพื่อร่วมทางกับพระองค์อีกครั้ง

 

และชีวิตของศิษย์ของพระเยซู เมื่อได้รับพระจิตเจ้าแล้ว พวกเขาถูกส่งออกไปเพื่อประกาศข่าวดีครับ ผลของพระจิตเจ้าคือสิ่งนี้ครับ สิ่งที่ผมจะไม่กล่าวถึงผลของพระจิตเจ้าที่เราพบในจดหมายนักบุญเปาโลนะครับ  วันนี้ขอละไว้ก่อน แต่ผมอยากนำพี่น้องไตร่ตรองกับผมจริงนี้ครับ

 

บทอ่านที่หนึ่งครับ (กจ 2:1-11) พี่น้องที่รัก นักบุญเปโตร และบรรดาศิษย์ได้เทศน์สอนอะไรหนอ ภาษาอะไรหนอ ทุกคนเข้าใจหมด ทั้งๆ ที่แต่ละคนเป็นชาวต่างชาติกันหมด แต่ทุกคนเข้าใจข่าวดีของพระเยซูเจ้าหมดครับ เปโตรและบรรดาศิษย์พูดภาษาอะไรหนอ...

 

ผมไม่เคยลืมยายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ บ้านผม เมื่อครั้งด่าหลานของท่าน แต่วาจานั้น น่าคิดทีเดียว... ท่านว่าอย่างนี้ครับ... “มึงนี่เก่งฉิบหายเลยนะ ใครพูดภาษาอะไรมามึงเข้าใจหมด แต่เสียอย่างเดียว ไม่เข้าใจภาษาคน...” ทึ่งไปเลยครับ วาจาของคุณยายที่ผมไม่เคยลืมเลย 

 

มันคงเป็นจริงครับ เพราะหลายครั้ง เราเรียนรู้มากมาย เราพูดได้กันคนละหลายๆ ภาษา แต่หลายๆ ครั้ง ลูกกับพ่อแม่คุยกันคนละภาษาและไม่เข้าใจกัน สามีภรรยา ไม่เข้าใจกัน คุยกันไม่รู้เรื่อง... 

 

พี่น้องที่รักครับ ศิษย์พระเยซูที่ได้รับพระจิตเจ้าครับ... ภาษาไหนหนอ ภาษาอะไรหนอ ที่เราจะสามารถประกาศข่าวดีให้กับนานาชาติ และบางที อาจจะไม่ใช่นานาชาติหรอก แต่ควรเป็นคนในบ้าน ในครอบครัว ในหมู่คณะนักบวชของเราก่อนไหม...

 

พี่น้องที่รัก ศิษย์พระเยซูที่แท้จริง เราต้องน้อมรับพระจิตเจ้าในชีวิตของเรา และนี่คือผลของพระจิตเจ้าครับ เราจะสามารถพูดภาษาที่ทุกคนเข้าใจครับ นั่นคือ ภาษาของหัวใจรัก เป็นหัวใจรักของลูกของพระเจ้าครับ ขอพระวาจาของพระเจ้าในวันสมโภชพระจิตเจ้าวันนี้ ทำให้เราน้อมรับพระพรของพระจิตเจ้า และทำให้เกิดผลในการประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้าแก่ทุกคนด้วเทอญ

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระจิตของพระองค์ทำให้วาจาของลูกที่ประกาศข่าวดีเรื่องพระบุตรของพระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพนั้น เป็นวาจาที่หัวใจพูด เป็นวาจาที่แสนอ่อนโยนจากหัวใจที่ได้สัมผัสและมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้า เพื่อทุกคนจะเข้าใจข่าวดีแห่งชีวิตที่หัวใจของลูกประกาศ.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 20 สมโภชพระจิตเจ้า

บทอ่าน กจ 2:1-11 / 1คร 12:3ข-7,12-13 / ยน 20:19-23

“พระจิตเจ้า” หรือ “พระจิตผู้ศักดิ์สิทธิ์” คือ พระนามเฉพาะขององค์พระผู้ซึ่งเราสักการบูชาและถวายสิริโรจนาร่วมกับพระบิดาและพระบุตร พระศาสนจักรได้รับพระจิตมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และประกาศยืนยันในการโปรดศีลล้างบาปให้แก่ลูกคนใหม่ๆ ของพระศาสนจักร (PG 45, 1321 A – B)  คำว่า “พระจิต” เป็นคำแปลของคำภาษาฮีบรูว่า “Ruah” ซึ่งในความหมายแรก หมายถึง ลมหายใจ อากาศ สายลม พระเยซูเจ้าทรงใช้ภาพลักษณ์ของลมที่รู้สึกได้อย่างถูกต้อง เพื่อเสนอแนะแก่นิโคเดมัส ถึงลักษณะใหม่อันโพ้นธรรมชาติขององค์พระผู้ทรงเป็นลมปราณของพระเจ้า พระจิตของพระเจ้าโดยพระองค์ (ยน 3:5-8) ในอีกทางหนึ่ง พระจิตและความเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นคุณสมบัติร่วมกันของพระเจ้าทั้งสามพระบุคคล แต่เมื่อรวมคำสองคำเข้าด้วยกันแล้ว พระธรรมคัมภีร์ พิธีกรรม และภาษาเทววิทยา ก็หมายถึงพระบุคคลอันเหลือที่จะพรรณนาได้ของพระจิตเจ้าโดยปราศจากความคลุมเครือใดๆที่จะไปปะปนกับคำว่า “พระจิต” และ “ศักดิ์สิทธิ์” นี้ในที่อื่นๆ

พระจิตเจ้าได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราคริสตชนหลายดังนี้ ประการแรก เราต้องให้พระจิตเจ้านำทางชีวิตเรา เราได้รับพระจิตเจ้าแล้วตั้งแต่วันที่เราได้รับศีลล้างบาปและศีลกำลัง:  เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระจิตเจ้าในตัวเรา  แสวงหาความช่วยเหลือของพระจิตเจ้าในความคิด วาจาและการกระทำ และ ฟังเสียงของพระจิตเจ้าที่ตรัสกับเราผ่านทางพระคัมภีร์และคำแนะนำที่ดีต่างๆ ประการที่สอง เราต้องดำเนินชีวิตในการให้อภัย พระเยซูเจ้าทรงเป่าลมเหนือบรรดาอัครสาวกและประทานอำนาจในการอภัยบาป ดังนั้น เราควรมีท่าทีแห่งการให้อภัยในการปฏิบัติต่อผู้อื่น เราถูกท้าทายให้แสดงออกต่อกันด้วยความรัก ความอดทน และความใจกว้าง เพื่อเราจะสามารถเป็นตัวแทนของพระจิตเจ้าผู้ให้อภัยบาป ประการที่สาม เราต้องดำเนินชีวิตในพระพรของพระจิต ผู้บันดาลให้เราร้อนรนด้วยไฟแห่งความรักของพระเจ้า พร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อพระศาสนจักร พร้อมที่จะสร้างสันติสุขเพื่อขจัดความขัดแย้งให้หมดสิ้นไป. 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)