วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

 


ขอพระเจ้าทรงสดับคำร้องทูลของท่าน

และขอทรงนำท่านในทางแห่งน้ำพระทัยของพระองค์

เพราะไม่มีทางไหนที่จะดีไปกว่า..ทางที่พระเจ้าจัดเตรียม

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/t-Rof9xx0OI

 

https://youtu.be/xre3_Sxurso

 

 Because You Loved Me

https://youtu.be/MhHrpW5y5CA

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

อ่าน :

กจ 8:5-8,14-17

1 ปต 3:15-18

ยน 14:15-21

 

พระเยซูไม่เบื่อหน่ายที่จะอธิบาย

ให้บรรดาศิษย์ เพื่อให้พวกเขา

ได้ใกล้ชิด เข้าใจ ในพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า

ที่ปรารถนาให้พวกเขา “รักพระ  รักกันและกัน”

 

ประชาชนที่เมืองสะมาเรีย พร้อมใจกันฟัง

คำอธิบายสั่งสอนของฟิลิป นั่นก็เพราะ

พวกเขาได้เห็นกิจการดีที่ท่านได้ทำ

ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 

จดหมายของนักบุญเปโตร ให้กำลังใจ

สำหรับใครก็ตาม ที่มีท่าทีของความพร้อม

ที่จะอธิบายแก่ทุกคน ด้วย ความอ่อนโยน บริสุทธิ์ใจ 

แม้จะถูกใครใส่ร้าย เข้าใจผิดก็ตาม

เพราะ ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าแล้ว

การทนทุกข์ เพราะทำความดี

ย่อมมีค่ากว่า ทนทุกข์ เพราะทำความชั่ว

 

หมายเหตุ..

บางที “ความเข้าใจผิด” ก็เกิดได้จาก

การที่ใครบางคน “ไม่อธิบาย”

จนใครอีกหลาย ๆ คน “คิดไปเอง”

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา 

บทอ่าน กจ 8:5-8,14-17 / 1ปต 3:15-18 / ยน 14:15-21

ในวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงพระจิตเจ้า ซึ่งพระองค์เรียกว่า พระจิตแห่งความจริง ซึ่งได้เผยแสดงให้ฉันเองรู้ความจริงว่า ฉันเป็นใคร เป็นบุตรของพระเป็นเจ้า ที่พระองค์ได้เจริญชีวิตในตัวฉัน และฉันมีเปลวไฟของพระเป็นเจ้า ขณะนี้ ฉันจะนั่งอย่างเงียบๆ พร้อมกับคิดถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า ความรู้ความจริงข้อนี้ ทำให้ฉันรู้สึกอย่างไรกับตัวฉันเอง? มันมีส่วนอย่างไรกับความสัมพันธ์ของฉัน เพราะว่าในแต่ละคนล้วนมีเปลวไฟของพระเป็นเจ้า มันมีส่วนอย่างไรกับความสัมพันธ์ของฉันกับพระเป็นเจ้า? ฉันกำลังพูดกับพระเยซูเจ้าเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

พระเยซูเจ้าทรงรู้ว่า การที่พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่กับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ คือ การสูญเสียอันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา พระองค์จึงให้ความมั่นใจกับพวกเขาว่า “เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า” การสูญเสียของการประทับอยู่ของพระองค์ จะทดแทนด้วยการส่งพระจิตมาให้แก่พวกเขา ซึ่งจะประทับอยู่กับพวกเขาตลอดไป ในการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกียนิยม มีคนที่จะรู้สึกว่าตัวเองได้สูญเสีย และถูกทอดทิ้ง แต่พระจิตเจ้าจะยังคงนำทางและเป็นพลังแก่เรา  ด้วยวิธีการนำข่าวดีใหม่และสร้างสรรค์  ที่เหมาะสมกับโลกปัจจุบัน

ฉันไม่ต้องการพึ่งพาทรัพยากรของตัวเอง แต่ฉันจะหันไปหาพระเป็นเจ้า ซึ่งสัญญาที่จะช่วยเหลือฉัน พร้อมที่จะส่งพระจิตเจ้ามาให้ฉัน ก่อนอื่น เพื่อฉันจะสามารถเปิดรับพระจิตเจ้า ฉันจะต้องทำให้ร่างกายสงบ ต่อไปก็หัวใจของฉัน ในสภาวะที่สงบนี้ พระเป็นเจ้าจะสอนฉันให้มองโลก ด้วยมุมมองที่แตกต่าง ฉันไม่ได้ทำคนเดียว แต่พร้อมกับพระจิตเจ้า ที่อยู่เคียงข้างฉัน

พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า พระบิดาเจ้าจะส่งพระผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งมาให้ฉัน เป็นพระจิตแห่งความจริง ท่านรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ประทับอยู่กับท่าน และในตัวท่าน “ข้าแต่พระเป็นเจ้า ลูกรู้ว่า พระจิตเจ้าองค์เดียวกันได้เชื่อมตัวลูกกับพระองค์ เหมือนอย่างที่เชื่อมพระเยซูเจ้า กับพระองค์”

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)