วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี นักบุญปันกราส มรณสักขี

 


 ทางคดเคี้ยวไม่ราบรื่นดังปรารถนา

ความรวดร้าวชีวาพระเจ้ารู้

ไม่ทอดทิ้งพระทรงรัก ทรงอุ้มชู

ดูแลอยู่เคียงข้างตลอดไป

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี

นักบุญปันกราส มรณสักขี

https://youtu.be/_-DoU8ZyvCI

https://youtu.be/llbelQzhPU8

 My Peace

http://youtu.be/ls01XGV7oA0

 

 

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญเนเรโอ อาคิลเล และเพื่อนมรณสักขี

นักบุญปันกราส มรณสักขี

อ่าน :

กจ 14:19-28

ยน 14:27-31ก

 

ความรักต่อพระเยซูเจ้า เป็นแรงผลักดัน

ให้จิตใจของศิษย์ และผู้ติดตาม ไม่หวั่นไหว

หวาดกลัว ในการทำหน้าที่

เมื่อต้องเผชิญกับส่ิงที่ท้าทาย

 

เพื่อจะพบความสุขในอาณาจักรของพระเจ้า

นักบุญเปาโล และบารนาบัส ให้กำลังใจ

บรรดาศิษย์ และผู้ติดตามคนอื่น ๆ 

ถึงธรรมชาติของการทำงานว่า

จำเป็นที่จะต้องฝ่าความทุกข์ยากเป็นอันมาก

โดยต้องมั่นคงอยู่ในความเชื่อ

 

นักบุญปันกราส ได้ย้ำเตือนให้ตระหนักถึง

ถึงผลแห่งความเชื่อ ที่แสดงออกในชีวิตประจำวันนั้น

มีรากฐานมาจาก การรักพระเจ้า และเพื่อนพี่น้อง

 

ตัวอย่างความรักของกลุ่มคริสตชน แม้จะถูกเบียดเบียน

แต่ก็ไม่หวั่นไหว ได้เป็นแรงบันดาลใจให้นักบุญ

เนเรโอ นักบุญอาคิเล และเพื่อนมรณสักขี

ได้เปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิต มาสู่เส้นทางแห่งความเชื่อ

ในชีวิตคริสตชน

 

หมายเหตุ..

ในการทำงาน

เมื่อได้รับมอบหมาย

จงทำให้เต็มที่

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 14:19-28 / ยน 14:27-31ก

เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้นเราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย (ยน 14:27) ตอนที่ผมอายุ 6 ขวบ ผมได้นั่งรถไฟเหาะเป็นครั้งแรกกับพี่ชาย ขณะที่รถไฟกำลังเลี้ยวด้วยความเร็วสูง ผมร้องว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ ผมจะลง ”แน่นอนว่ารถไฟเหาะไม่หยุด ผมจึงต้อง “นั่งเกร็ง” บนรถไฟเหาะไปจนจบ

บางครั้งชีวิตเราก็รู้สึกเหมือนต้องนั่งรถไฟเหาะที่ไม่อยากนั่ง ทั้งความรู้สึก “ถูกทิ้งดิ่ง” และเลี้ยวหักศอกแบบที่เราคาดไม่ถึง เวลาที่ความลำบากที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น พระคัมภีร์เตือนเราว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะรับมือคือการไว้วางใจพระเป็นเจ้า ดังเช่นผู้เผยพระวจนะอิสยาห์เมื่อต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันวุ่นวายเมื่อประเทศถูกรุกราน ท่านได้รับการเร้าใจจากพระจิต และเข้าใจในพระสัญญาอันเปี่ยมด้วยฤทธานุภาพของพระเป็นเจ้าที่ว่า “ใจแน่วแน่นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาวางใจในพระองค์” (อสย.26:3)

สันติสุขที่พระผู้ช่วยให้รอดของเราประทานให้เมื่อเราหันมาหาพระองค์นั้น “เกินความเข้าใจ”   (ฟป.4:7) ผมไม่มีวันลืมคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม หลังจากที่สมาชิกของกลุ่มเราไปเยี่ยมและอธิษฐานภาวนา เธอพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันรู้ว่าฉันจะอยู่ได้เพราะพระเป็นเจ้าทรงอยู่กับเราที่นี่ในคืนนี้”  ชีวิตย่อมมีความลำบากต่างๆ นานา แต่พระผู้ช่วยให้รอดของเราผู้ทรงรักเรายิ่งกว่าชีวิต ทรงยิ่งใหญ่กว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด นักบุญออกัสตินได้กล่าวว่า “จงติดตามเรามา พระเป็นเจ้าได้ตรัส ท่านรักเราหรือไม่? พระองค์ได้เสด็จไปล่วงหน้า บรรดาคริสตชนทั้งหลาย ท่านไม่รู้หรือว่า พระเป็นเจ้าได้เสด็จไป ณ ที่ใด? ข้าพเจ้าขอถามท่าน: ท่านปรารถนาที่จะติดตามพระองค์ไปหรือไม่? ผ่านทางความทุกข์ทรมาน การถูกสบประมาท การแบกไม้กางเขน และความตาย ท่านจะชักช้าอยู่ทำไม? จงมองดู ท่านเห็นหนทางนี้แล้ว”... “ข้าแต่เป็นพระเจ้า ขอทรงช่วยให้เราวางใจพระองค์ เพื่อชีวิตเราจะอยู่ในสันติสุข”

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)