วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

 


 

ณ ความตกต่ำ .. พระเจ้าทรงเป็นความหวัง

ณ ความอ่อนแอ .. พระเจ้าเป็นพละกำลัง

ณ ความโศกเศร้า .. พระเจ้าเป็นความอบอุ่นใจ

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/5rHM6vQAfjI

 

https://youtu.be/SC-diF9DpLs

 

 Lead Me Lord

https://youtu.be/76KsgvKrqnI

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

อ่าน :

กจ 6:1-7

1 ปต 2:4-9

ยน 14:1-12

 

ในการบริหารจัดการของพระเยซูเจ้า

เมื่อจิตใจ ของบรรดาอัครสาวก ไม่มั่นคง หวั่นไหว 

พระเยซูเจ้า ตอกย้ำ กับพวกเขา ให้.. “เชื่อ”..

พร้อมกับยืนยัน “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต”

 

ในการบริหารจัดการของอัครสาวก 

สำหรับการประกาศพระวาจาของพระเจ้า

เพื่อแก้ปัญหา จากการเลือกที่รัก มักที่ชัง

บางคนก็ละทิ้งหน้าที่ที่สำคัญ ไปทำในสิ่งที่ตนอยากทำ

พวกท่านจึงกำหนดคุณสมบัติ ที่ใช้ ในการเลือกสรรผู้ร่วมงาน

โดยเลือกคนที่มีสติปัญญา เปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า

เป็นที่เคารพนับถือ

 

ชีวิตจริงของผู้เลือกสรร อาจจะพบกับความผิดหวัง

บางครั้งผิดพลาด แต่ความเชื่อ จะเป็นพลัง

ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะ

เมื่อพระเจ้าทรงเลือกสรร บุคคลที่ทรงพอพระทัยนั้น

พระองค์เองทรงทำให้พวกเขาศักดิ์สิทธิ์ 

เพื่อเหมาะสมสำหรับการประกาศพระวาจาของพระองค์

 

หมายเหตุ..

แค่..”เชื่อ” ว่า ทำได้..

ไม่ว่าคิดจะทำอะไร

ก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลปัสกา 

บทอ่าน กจ 6:1-7 / 1ปต 2:4-9 / ยน 14:1-12

สังฆานุกร (มาจากภาษากรีกว่า diakonos แปลว่า รับใช้)  เป็นลำดับแรกของศีลบวชในพระศาสจักรคาทอลิก        ชื่อก็บ่งบอกอยู่ในตนเองแล้ว    สังฆานุกรมุ่งอยู่กับงานเมตตาจิต (diakonia) เป็นพิเศษ รวมถึงการสอน      การสอนคำสอน การประกาศพระวรสาร การเทศน์ในมิสซา และช่วยในระหว่างพิธีกรรม

ในการบวชสังฆานุกร ผู้สมัครได้รับการแต่งตั้งให้รับใช้ในวิธีพิเศษ ภายใต้ศีลบวช เพราะเขาแสดงให้เห็นถึงพระคริสตเจ้าผู้เสด็จมา “มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มารับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์ (มธ 20:28) ในพิธีกรรมของการบวช เราอ่านว่า “ในฐานะศาสนบริกรด้านพระวาจา บนพระแท่น และของความรักเมตตา (สังฆานุกร) จะกระทำให้ตนเองให้เป็นผู้รับใช้ของทุกคน”  ต้นแบบของสังฆานุกร คือนักบุญมรณสักขีสเทเฟน เมื่อบรรดาอัครสาวกในพระศาสนจักรสมัยแรกเริ่มที่กรุงเยรูซาเล็มเห็นว่าพวกเขามัวแต่จมอยู่กับงานเมตตาจิตมากมาย พวกท่านจึงแต่งตั้งบุรุษเจ็ดคน “เพื่อรับใช้ในรายการต่างๆ” พวกเขาได้รับการบวช บุคคลแรกที่กล่าวถึงคือสเทเฟน “เปี่ยมด้วยพระหรรษทานและพระอานุภาพ” เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับบรรดาผู้มีความเชื่อใหม่ และคนยากจนในชุมชนคริสตชน นับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่สังฆานุกรกลายเป็นเพียงขั้นหนึ่งของศีลบวชซึ่งจะก้าวไปสู่การเป็นพระสงฆ์ 

บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า รู้สึกประหลาดใจ ที่พระเยซูเจ้าจะเสด็จไปยังบ้านของพระบิดา และจะเสด็จกลับมา เพื่อรับพวกเขาไปอยู่ด้วย และพวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจมากขึ้น เมื่อพระองค์ได้ตรัสว่า พระองค์ คือ หนทางที่จะนำไปสู่บ้านของพระบิดาเจ้า และเพื่อตอบปัญหาของโทมัส ที่ต้องการจะให้พระองค์แสดงหนทางนั้น พระองค์ได้ตอบว่า บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ต้องวางใจในพระอาจารย์ ที่จะแสดงหนทางนั้น  และยังได้เสริมอีกว่า พวกเขาจะต้องยอมรับว่า พระองค์มีความรู้เรื่องพระบิดาเจ้า ที่ได้เคยเปิดเผยแก่โมเสสว่า “เราคือผู้เป็นอยู่” (อพย 3:14) และยังได้ให้ความมั่นใจแก่บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน 14:6).

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)