วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 

 


ถ้าเราดำเนินชีวิตในความจริง..

เราก็ดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า

"ต้นไม้ดี" ย่อมพิสูจน์จากผลที่ดีของมัน

ฉันใดก็ฉันนั้น ที่คนดีไม่ดำเนินในวิถีที่มุสา

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/7YRkbcOdQTw

 

https://youtu.be/Ktu6g8hOOLo

 

 ผู้รับใช้

http://youtu.be/1rNxcYGyoSY

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม  2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

อ่าน :

กจ 13:13-25

ยน 13:16-20

 

พระเยซูเจ้าทรงย้ำกับบรรดาศิษย์ 

ผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้า 

เพื่อจะมีความสุขในพันธกิจ

อย่าทำตัวเป็นใหญ่กว่านาย 

หรือผู้ที่ส่งพวกเขามา

 

กิจการอัครสาวกบันทึก พระเจ้าทรงคัดเลือก

และส่งประกาศก รวมถึงผู้รับใช้ของพระองค์

เพื่อเป็นผู้นำประชากร ผู้ถูกส่งที่เป็นที่พอพระทัย

พระเจ้านั้น เขาทำตามพระประสงค์ทุกประการ

 

หมายเหตุ..

ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ยิ่งใหญ่

เพราะทุกกิจการที่ทำด้วยใจ

ยิ่งใหญ่เสมอ …

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ผู้ที่กินปังของเรา ได้ยกส้นเท้าใส่เรา...” (ยน 13:16-20)

 

รับจากพระมามากมาย

เคยรู้คุณบ้างไหม...

 

กินข้าวหม้อเดียวกัน

แล้วยกส้นเท้าใส่กัน

เป็นการกระทำที่ไม่รู้คุณกันเลย

 

พระกายพระคริสตเจ้า

พระองค์ทรงมอบพระองค์เองให้กับฉัน

ฉันได้ยกส้นเท้าใส่พระองค์บ้างไหม

ซึ่งชีวิตคริสตชนที่ไม่รู้คุณบ้างเลย

ทั้งที่ผ่านมาทั้งชีวิต

ฉันก็พึ่งพระองค์ทั้งนั้น...

 

________________

 

 

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้แรงนะครับ บทอ่านที่หนึ่งที่ทำให้เราหวนคิดถึงประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษของเราที่ได้มีประสบการณ์ดีๆ กับพระเจ้า (กจ 13:13-25) และมาถึงที่พระวรสาร พระเยซูเจ้าก็ทำให้บรรดาศิษย์ได้ย้อนมองดูประวัติศาสตร์ของพวกเขากับพระองค์ เดินทางกันมาสามปี กินอยู่กับพระองค์ คือไม่เคยมีอะไรขาดแคลนเลย แต่หากจะมีใครที่ยกส้นเท้าใส่พระองค์ล่ะ เขาคือคนเนรคุณสิ้นดีใช่ไหม แต่คนๆ นั้นจะหมายถึงฉันหรือเปล่าล่ะ ฉันที่เป็นนักบวช ผู้อาศัยและมีชีวิตอยู่ด้วยพระพรของพระองค์ ฉันที่เป็นพระสงฆ์ ที่รับผลประโยชน์จากการสละชีวิตของพระองค์ รับพระองค์ทุกวันทางศีลมหาสนิท คือทานปังของพระองค์ แต่ได้เนรคุณพระองค์

 

โอ้ พี่น้องครับ พระวาจาของพระเจ้าในระหว่างการฟื้นฟูจิตใจ และการประชุมคณะของพวกเราฟรันซิสกันไทยในวันนี้  พวกเราที่กลับมาบ้านศูนย์กลางคณะ ดังกลับมา ณ ที่ที่เป็นบ้านของเรา เราไตร่ตรองร่วมกันด้วยสำนึกของการกลับสูรากเหง้าของเราแต่ละคน 40 กว่าปี ของบ้านของเราที่ลำไทร อาจจะเปรียบดัง 40 ปีในถิ่นกันดารก็คงไม่ผิดกัน ชาวลำไทรคงนึกภาพออก เมื่อเรามาที่นี่ใหม่ๆ ไม่มีอาหาร ไม่มีไฟฟ้า หนทางลูกรังเข้าไป 4 กิโลกว่าๆ แต่เป็นหนทางที่เราได้รับความรักและความเอาใจใส่จากพระเจ้า ที่ดินที่อัครสังฆมณฑลกรุงทพได้มอบให้เราอยู่อาศัย คริสตชนชาวลำไทรที่เข้าไปส่งข้าวส่งน้ำให้พวกเรา คอยดูแลเอาใจใส่พวกเราจนวันนี้ ไม่ครับ ไม่ต่างกันเลย ที่พวกเราฟรันซิสกันวันนี้ เราจะคิดถึงประสบการณ์ที่ผ่านไป ที่เราสัมผัสพระทัยดีของพระเจ้า สัมผัสความน่ารักของพี่น้องสัตบุรุษที่ดูแลเอาใจใส่เรา จนวันนี้ พระวาจากำลังถามเราว่า เราได้ยกส้นเท้าใส่พระผู้ทรงเอาพระทัยใส่เราทำไม

 

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตคริสตชนของเราล่ะ เป็นอย่างไรกันบ้าง วันนี้ที่เรายังหายใจอยู่ ไม่ใช่เพราะพระทัยดีของพระเจ้าหรอกหรือ พระเมตตาของพระองค์ที่ยังประทานชีวิตให้กับเรา ดังประชากรของพระเจ้าที่ทรงเลือกสรร ประทานให้เรามีพระสันตะปาปา มีพระสังฆราช มีพระสงฆ์ มีผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ และยังมีศีลศักดิ์สิทธิ์ประคับประคองชีวิตของเรา เรารู้คุณพระเจ้าบ้างไหมล่ะครับ หรือเราเองที่รับปังของพระองค์ กลับเป็นคนที่ยกส้นเท้าใส่พระองค์...

 

พี่น้องที่รักครับ พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เชื้อเชิญให้เรามองดูประวัติศาสตร์ของจริงๆ ครับ มองดูชีวิตที่ผ่านมา เรามีอะไรดีพอไหมที่พระเจ้าต้องประทานชีวิตให้เราวันนี้ แต่วันนี้ที่เรายังมีชีวิต ไม่ใช่เป็นพระเมตตาของพระเจ้าต่อเราหรือ แล้วใยเราจะเนรคุณ ยกส้นเท้าใส่พระองค์เล่า

 

ข้าแต่พระเจ้า มองย้อนกลับไปสู่ชีวิตของลูกที่ผ่านมา วันนี้ ลูกต้องขอบพระคุณพระองค์จริงๆ ที่ยังประทานโอกาสให้ลูกได้รักพระองค์ในโลกนี้ ขอความรักของพระองค์ที่ทรงรักลูกถึงเพียงนี้ อย่าให้หัวใจลูกเป็นใจที่เนรคุณ และยกส้นเท้าใส่พระองค์เลย พระเจ้าข้า.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพฤหัสที่ 7 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 13:13-25 / ยน 13:16-20

หลังจากที่พระเยซูเจ้าได้ทรงล้างเท้าของบรรดาอัครสาวกในห้องชั้นบนแล้ว กิจการที่พระองค์ทรงกระทำนั้นเป็นการแสดงออกถึงความสุภาพถ่อมตน กิจการแห่งความรัก และการรับใช้ของพระองค์ ที่จริงกิจการต่างๆในชีวิตของพระองค์ คือ การทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า จนถึงวันที่พระองค์ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ที่เรียกร้องให้เราก้มนมัสการกิจการแห่งความรักนี้  พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนบรรดาอัครสาวกของพระองค์ว่า “ผู้รับใช้ย่อมไม่เป็นใหญ่กว่านายของตน ผู้ถูกส่งไปย่อมไม่เป็นใหญ่กว่าผู้ที่ส่งไป” ก่อนหน้านี้ พระองค์ได้ทรงเตือนพวกเขาว่า “เราได้มอบตัวอย่างให้แก่ท่าน และพวกท่านต้องทำตาม ในสิ่งที่เราได้กระทำให้แก่กันและกัน” ถ้าเราประกาศว่า เราคือผู้ติดตามของพระเยซูเจ้า เราจะต้องรักพระเป็นเจ้าและรักกันและกัน และถ้าพระบิดาเจ้าได้ทรงส่งพระเยซูเจ้า ให้นำความรอดมาสู่มนุษยชาติ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ได้ทรงส่งบรรดาอัครสาวกของพระองค์ ให้ทำพันธกิจของพระองค์ ภายใต้การนำของพระจิตเจ้า 

องค์พระจิตเจ้าได้ทำงานในพระศาสนจักร ผ่านทางพระพรพิเศษต่างๆ ผ่านทางศาสนบริกร และผ่านทางศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ศาสนบริกรทั้งพระสงฆ์และฆราวาส คือ ผู้ที่รับใช้ ที่ได้เสริมสร้างและนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่ประชากรของพระเป็นเจ้า หนังสือคำสอนคาทอลิกได้เตือนใจเราว่า การประกอบศาสนพิธีไม่ใช่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับบางคนแต่อย่างใด แต่เป็นกระแสเรียกของบรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ที่รับศีลล้างบาป ภายใต้พระหรรษทานของพระจิตเจ้า เพื่อประกอบพิธีในนามของกลุ่มคริสตชน ในการรับใช้ทุกคนเพื่อพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า

ทุกคนที่ฟังพระวาจาของพระเป็นเจ้า และรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มคริสตชนที่มีความเชื่อ และเป็นผู้ก่อตั้งพระศาสนจักร และพระคริสตเจ้าได้เชื่อมโยงกับพระบิดาเจ้า ภายใต้การนำของพระจิตเจ้า จะมีพระหรรษทานจากสวรรค์มายังโลกนี้ และพระเยซูเจ้าจะนำกลับไปยังสวรรรค์.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)