วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 

 


 ลูกจะวางใจ....

ในความรักมั่นคงของพระองค์เสมอไป

ลูกเชื่อว่า...

แม้ลูกต้องเดินไปบนหนทางที่ยากลำบาก

แต่พระคุณของพระเจ้าจะค้ำจุนลูกไว้

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/4aG-gPnJUkY

 

https://youtu.be/030X1XoJ9Vk

 

The Lord’s My Shepherd, I’ll  Not Want

https://youtu.be/lTHr9UcvWko

 

 

 

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

อ่าน : 

กจ 11:19-26

ยน 10:22-30

 

แม้นพระเยซูเจ้า จะทรงทำกิจการดีขนาดไหน 

แต่จิตใจ ที่สงสัย ไม่ยอมรับ ปรับตัว

ของคนที่ต่อต้าน ก็ไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียว

กับพระเยซูเจ้าได้

 

แม้ว่าความทุกข์จากการถูกเบียดเบียน

จะทำให้ศิษย์กระจัดกระจาย 

แต่การเป็นคนดี พร้อมกับรักษาความเชื่อ 

ด้วยใจที่ซื่อสัตย์มั่นคง ทำให้กลุ่มของศิษย์

ที่กระจัดกระจาย ไปอันทิโอก เติบโตและ

ได้รับชื่อว่าเป็นคริสตชนเป็นครั้งแรก

 

หมายเหตุ...

เตือนตัวเอง...

กฎพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน คือ 

ทิ้งคำว่า ทิฐิ และ ศักดิ์ศรี

เพราะสิ่งสำคัญที่ต้องมี คือ “น้ำใจ”

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน…” (ยน 10:22-30)

 

พระเยซูเจ้ากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน

บรรดาศิษย์ได้รับชื่อว่าเป็นคริสตชน (กจ 11:19-26)

คือการเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสตเจ้า

และฉันล่ะ...

ทุกวันที่ฉันประกาศตนว่าฉันเป็นคริสตชน

ฉันเป็นพลมารี วินเซ็นฯ เซอรร่า อัศวิน...

ฉันเป็นศิษย์พระเยซูหรือเปล่า...

 

________________

 

ประโยคสุดท้ายของหนังสือกิจการอัครสาวก ที่เราอ่านในบทอ่านที่หนึ่ง มีคำหนึ่งที่เริ่มเป็นแรงบันดาลใจ ที่ผมดึงออกมาไตร่ตรองร่วมกับพระวาจาของพระเจ้าในพระวรสารที่เป็นประโยคท้ายของพระวรสารวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นคือ “บรรดาศิษย์ได้ชื่อว่าเป็นคริสตชน”

 

ผมโดนใจกับคำๆนี้มานานแล้วครับ คำว่าฉันเป็นนักบวช ฉันเป็นพระสงฆ์ ฉันเป็นคาทอลิก ฉันเป็นคริสตชน ฉันเป็นสมาชิกในองค์กรต่างๆ ของพระศาสนจักรมากมาย แต่ประโยคที่น่าจะเป็นคำถามของผมวันนี้ คือ ฉันเป็นคริสตชนหรือเปล่า

 

เวลาที่ผมไปวัด พวกเราภราดาฟรันซิสกัน เรามักนั่งอยู่กับสัตบุรุษ และพี่น้องมักบอกว่า ไม่ได้ คุณพ่อไม่ใช่สัตบุรุษ คุณพ่อต้องไปนั่งที่พระแท่น... โถๆๆๆ พี่น้องที่รักครับ แท้จริงแล้ว นักบวชอย่างผมนี่แหละ พระสงฆ์อย่างผมนี่แหละ พวกเราก็เป็นสัตบุรุษคนหนึ่ง พวกเราเป็นคริสตชนครับ ผมเองอยู่ที่ลำไทร ผมก็เป็นสัตบุรุษของคุณพ่อสุขุมพ่อเจ้าวัดของผมด้วยครับ 

 

พี่น้องที่รัก บทอ่านที่หนึ่งทำให้เราเห็นว่า บรรดาศิษย์ได้รับชื่อว่าเป็นคริสตชน คือการเป็นคนของพระเยซู เป็นศิษย์พระเยซู แล้วเราแต่ละคนล่ะ พี่น้องครับ บางครั้งเรามีชื่อของเรามากมาย เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นโน่นเป็นนี่ แต่คำถามนี้ครับ... เราเป็นคริสตชนหรือเปล่า เราเป็นศิษย์พระเยซูหรือเปล่าครับ... นั่นหมายความว่า คริสตชน คือศิษย์พระเยซู ศิษย์ที่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับพระอาจารย์ของพวกเขาอย่างแท้จริงครับ ทั้งความคิด ความปรารถนา และการกระทำ

 

มาที่พระวรสารวันนี้ ประโยคที่ผมเลือกมาไตร่ตรอง ก็คงไม่ยากเท่าไร อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับผมในวันนี้ ที่ผมจะแบ่งปันกับพี่น้อง... คงเป็นประโยคท้ายสุดของพระวรสารอีกเช่นเดียวกันครับ เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน”

 

มาถึงจุดนี้ ผมคงต้องหันกลับมาไตร่ตรองล่ะครับว่า ผมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าหรือเปล่า หากผมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ผมก็เป็นแกะของพระองค์ ผมก็เป็นลูกของพระบิดาเดียวกันกับพระองค์ด้วย

 

พี่น้องที่รักครับ ผมก็อดที่จะไตร่ตรองร่วมในพันธกิจของคณะฟรันซิสกันที่ผมทำงานอยู่ไม่ได้ครับ คณะของเรามีพันธกิจพื้นฐานเหลือเกิน นั่นคือการเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นข่าวดีครับ คำว่าข่าวดีนี้แหละครับ ที่ถูกขยายความออกมาเป็นพันธกิจของคณะที่ผมกำลังทำอยู่ นั่นคืองานอภิบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ครับ แน่นอน การทำงานของผมและสมาชิก ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าครับ เพื่อที่จะสามารถเป็นข่าวดีของพระองค์ได้ นั่นหมายความว่า บ้านของเราแห่งนี้ ต้องมีความพิเศษกว่าบ้านสงเคราะห์อื่นๆ แน่นอนใช่ไหม พวกเราที่ทำงาน เราไม่ใช่เพียงนักสังคมสงเคราะห์ แต่มากกว่านั้น เราต้องเป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าเป็นครับ คือการเป็น “ผู้ภิบาล” และชีวิตของการเป็นผู้อภิบาล การเป็นหนึ่งเดียวในพันธกิจของพระเยซูเจ้าในการประกาศข่าวดี นั่นคือชีวิตที่เดินตามคำแนะนำแห่งพระวรสารนั่นเอง...

 

ยากไม่น้อย หากจะมองชีวิตที่ต้องเดินตามคำแนะนำแห่งพระวรสารอย่างแท้จริง จึงจะสามารถเป็นศิษย์พระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ง่ายเลยใช่ไหม เพราะนี่คือการถูกเรียกร้องให้เราต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น ผู้ป่วยของผม ที่ต้องได้รับการหล่อหลอมด้วยข่าวดีของชีวิตผู้อภิบาล จนพวกเขามีหัวใจที่เป็นผลจากการหล่อเลี้ยงของพระเจ้าในบ้านของเรา เอาเถอะครับ ผมต้องยอมรับว่า มันไม่ง่ายเลย แต่กระนั้นก็ดี เราทุกคน เราที่เป็นศิษย์พระเยซู เราที่ลูกของพระเจ้า เราถูกเรียกร้องให้ดำเนินชีวิตตามคำแนะนำแห่งพระวรสารครับ วันนี้ ฉันเป็นพระวรสารของพระคริสตเจ้าที่ประกาศให้ทุกคนเห็นข่าวดีของพระองค์แล้วหรือยัง พระวรสารแห่งชีวิตของเรา ที่เป็นพระวรสารฉบับที่ห้า ที่ผมกล่าวถึงบ่อยๆ นี่คือพระวรสารที่ทรงพลังกว่าพระวรสารทั้งสี่เลยนะครับ เราเป็นข่าวดีของพระคริสตเจ้ามากน้อยเพียงใดในชีวิตจริงของเรา

 

ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอทรงรวมลูกไว้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ขออย่าให้ลูกแยกออกจากพระองค์เลย เพื่อลูกจะเป็นลูกของพระบิดาเจ้า ดังที่พระองค์ทรงเป็นด้วยเทอญ.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 11:19-26 / ยน 10:22-30

วันนี้ พระวรสารของนักบุญยอห์น ได้นำเราไปยังด้านทิศตะวันออกของพระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม ที่เราเรียกว่าเฉลียงซาโลมอน เป็นสถานที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินอยู่ เฉลียงซาโลมอนเป็นสถานที่ผู้คนมักจะไปหลบลมฤดูหนาว เพื่อรับการอบรมในด้านศาสนา ดังนั้น พวกยิวจึงห้อมล้อมพระเยซูเจ้า ไม่ใช่เพื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์ แต่เพื่อบังคับให้พระองค์ เผยแสดงอัตตลักษณ์ของพระองค์ ความจริงพวกเขายอมรับว่า พระองค์ไม่ใช่อาจารย์ธรรมดา หรือ ประกาศก แต่เป็นพระเมสสิยาห์  ที่ทุกคนพูดถึงในสมัยนั้น ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์จริง ทำไมพระองค์จึงแตกต่างจากภาพลักษณ์ ที่พวกเขาคิด เกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ ที่พระเป็นเจ้าทรงสัญญาจะช่วยกอบกู้ประชากรอิสราเอล? และทำไมพระองค์จึงพูดจานิ่มนวล และสมาคมกับคนบาป หรือคนที่สังคมรังเกียจ? และทำไม่พระองค์จึงไม่ปฏิบัติตามกฏหมายและธรรมประเพณีของบรรดาผู้อาวุโส พระองค์ยังละเมิดวันสับบาโต ด้วยการบำบัดรักษาคนเจ็บป่วยและคนพิการ และยังได้ประกาศว่า พระองค์สามารถยกบาป ซึ่งพระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียวมีอำนาจ?

แน่นอน พวกเขายังไม่เข้าใจ จึงได้ถามพระองค์โดยตรงว่า “ท่านจะปล่อยให้หัวใจของพวกเราสงสัยอยู่นานเท่าใด ถ้าท่านเป็นพระคริสตเจ้า จงบอกพวกเราให้ชัดเจนเถิด” และคำตอบของพระเยซูเจ้า ที่เคยตอบหลายครั้งด้วยกันว่า ไม่ใช่พระวาจาของพระองค์เท่านั้น ที่เผยแสดงอัตตลักษณ์ของพระองค์ แต่กิจการต่างๆ เครื่องหมายสำคัญ ตลอดจนอัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงกระทำ

ตามหนังสือกิจการอัครสาวก นักบุญลูกาได้เขียนว่า เราต้องการจะได้ชื่อว่าเป็นลูกแกะของพระคริสตเจ้า และท่านได้บอกว่า ที่เมืองอันติโอกบรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ได้รับชื่อว่าเป็นคริสตชนเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้น ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ พระองค์ได้สั่งให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ให้ค้างอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรอรับพระจิตเจ้า ต่อจากนั้น ให้พวกเขาเป็นประจักษ์ถึงพระองค์ ในกรุงเยรูซาเล็ม ผ่านแคว้นยูเดียและสะมาเรีย จนสุดปลายแผ่นดิน เพื่อขยายพระอาณาจักรของพระองค์.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)