วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 


 

ผู้เลี้ยงแกะที่ดีย่อมรู้จักแกะของตนเอง

พระองค์ทรงรู้จักฉันดี

ทรงรู้ว่าจะเปลี่ยนใจฉันอย่างไร

ให้เดินไปในทางของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/NHIVH32mqgs

 

https://youtu.be/vbHiET5rmXM

 

As the Deer

https://youtu.be/6LGorUqGbcs

 

 

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

อ่าน :

กจ 11:1-18

ยน 10:11-18

 

พระเยซูเจ้าชี้ให้เห็น ความแตกต่าง

ระหว่าง ผู้อภิบาล กับ ผู้ทำงานตามหน้าที่

คือ ผู้อภิบาล ต้องยินดีสละชีวิตของตนเพื่อปกป้อง

บุคคล สิ่งของ กิจการ ที่ตนได้รับมอบหมายให้ดูแล

ส่วนคนที่ทำเพราะเป็นหน้าที่นั้น เขาพร้อมวิ่งหนี เมื่อมีปัญหา

 

ในการทำหน้าที่อภิบาลเลี้ยงดู ประชากรพระเจ้าของเปโตรนั้น

เมื่อพบปัญหา แล้วท่านกล้าเผชิญ พระเจ้าจึงเพิ่มเติม

ช่วยเหลือ ส่วนที่ท่านขาดหาย

 

หมายเหตุ..

เมื่อเรา อยาก ให้เขาดูแล 

อาจจะเรียกว่า เหงา

แต่เมื่อเรา อยาก ดูแลเขา 

ถึงจะเรียกว่า “รัก”

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เรารู้จักแกะของเรา…” (ยน 10:11-18)

 

พระเจ้าทรงรู้จักเรา

และทรงรู้จักความสามารถของเรา

แต่แท้จริงแล้ว เป็นเพราะพระองค์เท่านั้น

ที่เราจะสามารถเติบโตได้ในความรักและพระพรของพระองค์

 

ดังนั้น อานุภาพทั้งมวลจึงมาจากพระเจ้า

เพื่อให้เราผ่านหุบเขาอันมืดมิด

เพราะไม้เท้า ไม้ขอของพระองค์.

 

________________

 

จากการไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าเมื่อวานนี้ ในวันอาทิตย์พระชุมพาบาลแสนดี ผมยังจำภาพของพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดีนั้นได้ ประกอบกับบทสดุดีที่ 3 ที่เราได้อ่านเมื่อวานนี้ ทำให้เห็นว่า หนทางของพระเจ้าที่ทรงนำเรานั้น ไม่ได้มีแต่ความสุขสบาย แต่ทว่า มีหนทางที่ยากลำบากและมืดมิดอยู่มากด้วย แต่ประโยคที่อบอุ่นใจเหลือเกิน ก็เห็นจะเป็น “เพราะไม้เท้า ไม้ขอชะลอพา...ปลอดประโลมอารักขาข้าฯ ปลอดภัย” นั่นหมายความว่า ท่ามกลางความยากลำบากบนหนทางของพระเจ้า ยังมีพระพรเพียงพอสำหรับเราเสมอ

 

พี่น้องที่รักครับ บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือกิจการอัครสาวกวันนี้ที่เราอ่าน (กจ 11:1-18) มุมหนึ่งก็ทำให้เราเข้าใจว่า พระเจ้าทรงประทานความรอดสำหรับเราทุกคน แต่มุมที่ผมประทับใจกว่าในวันนี้คือ เรื่องของนิมิตที่นักบุญเปโตรเล่าให้ฟัง เรื่องผ้าที่ขึงยื่นลงมาจากท้องฟ้านั้น มีของพระทานจากพระเจ้า ที่แม้ในความคิดของเปโตร เขาก็มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สะอาด เป็นสิ่งที่มีมลทิน แต่พระเจ้ากลับเตือนท่าน ไม่ให้คิดว่าสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้นั้น เป็นมลทิน

 

นี่คือคำตอบที่ประโลมใจจริงๆ เมื่อพระเจ้าทรงเป็นนายชุมพาบาลที่ดี และพระองค์ทรงรู้จักแกะของพระองค์ พระองค์ทรงรู้จักเรา พระองค์ทรงเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดไว้สำหรับลูกของพระองค์เสมอ... พี่น้องที่รักครับ ในช่วงเวลาเหล่านี้ เรากำลังเผชิญกับเรื่องของโรคระบาดที่กำลังส่งผลกระทบกับเรามากมาย ในบางมุม มีบางคนบอกว่า ธรรมชาติลงโทษเรา... แต่ผมกลับคิดว่า พระเจ้าทรงสร้างโลกมา 5 วัน เพื่อวันที่ 6 มิใช่หรือ นั่นหมายความว่า พระเจ้าทรงใช้เวลา 5 วัน เพื่อเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อวันที่หก เมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ไม่ใช่หรือ แล้วทำไม วันนี้ เราจึงคิดว่าธรรมชาติกำลังลงโทษเราล่ะ

 

พี่น้องที่รัก นี่คือการไตร่ตรองของผมวันนี้ ที่ผมรู้สึกได้รับกำลังใจ และอยากแบ่งปันกับพี่น้องครับ ... เราเป็นแกะของพระเยซูเจ้าครับ พระองค์ทรงรู้จักเรา และพระองค์ทรงเป็นพระชุมพาบาลแสนดี พระองค์จะไม่ประทานสิ่งที่เลวร้ายให้แก่เราหรอกครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพียงสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรา เพื่อความดีของเราต่างหาก แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือพระพรของพระองค์เคียงข้างเราต่างหาก พระองค์คือพระเจ้าผู้อยู่เคียงข้างเรา ดังนั้น พระองค์จะทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รักพระองค์

 

ดังนั้น พี่น้องครับ ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานมาให้เรานั้น หรืออนุญาตให้เกิดขึ้นกับเรา ต้องไม่ใช่สิ่งที่สูญเปล่าที่เราต้องเผชิญบนหนทางของการเป็นลูกแกะของพระองค์ แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นพระชุมพาบาลแสนดี พระองค์ทรงรู้จักพละกำลังของเรา และพระองค์เอง ทรงเป็นผู้เสริมพละกำลังของเรา ทรงเป็นพละกำลังของเรา บนหนทางของพระองค์ ที่มีไม้เท้าไม้ขอชะลอพา.

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้การประทับอยู่ของพระองค์เคียงข้างลูก ทำให้ลูกมั่นใจที่จะเผชิญกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมั่นใจในพระอานุภาพของพระองค์ที่ทรงค้ำจุนลูก

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 11:1-18 / ยน 10:11-18

นักบุญยอห์นได้บันทึกพระวาจาของพระเยซูเจ้าไว้มากมาย ที่ไม่เพียงเพื่อสอนบรรดาผู้ติดตามพระองค์เท่านั้น แต่เพื่อป้องกันการกล่าวหาจากศัตรูของพระองค์ด้วย โดยเปิดโปงการหลอกลวง การเสแสร้ง และประสงค์ร้ายของพวกเขา วันนี้ พระเยซูเจ้าได้แสดงพระวาจาของพระองค์ ที่ถือว่าเป็นพระวาจาที่งดงามที่สุดในหนังสือพระคัมภีร์ ที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์อันดีงาม ระหว่างพระเป็นเจ้าและมนุษยชาติ เราเรียกพระวาจานี้ว่า นิทานเปรียบเทียบเรื่องนายชุมพาบาลที่ดี

ส่วนใหญ่ของบรรดาผู้ที่ฟังพระวาจาของพระองค์ เป็นคนที่มาจากสังคมเกษตร ที่เข้าใจเรื่องนายชุมพาบาลและลูกแกะเป็นอย่างดี แต่นิทานเปรียบเทียบนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสอนเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ที่ใช้สำนวนภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ นายชุมพาบาล คือ พระเยซูเจ้าเอง ที่ได้ประกาศตัวของพระองค์อย่างเปิดเผย ส่วนลูกจ้างหมายถึงพวกฟาริสี ที่ไม่สนใจฝูงแกะแต่อย่างใด ฝูงแกะหมายถึงบรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ที่เป็นประชากรชาวยิว ส่วนฝูงแกะอื่นที่ไม่ได้อยู่ในฝูง คือ บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า ที่เป็นคนต่างชาติ

เมื่อเราสามารถแยกแยะบุคคลกลุ่มต่างๆแล้ว คำถามของเรา คือ “คำสั่งสอนนี้เป็นอะไร? และมีความหมายเกี่ยวกับศาสนาอย่างไร?” พระเยซูเจ้า คือ นายชุมพาบาลที่ดี เพราะพระองค์ยินดีสละชีวิต เพื่อฝูงแกะของพระองค์ ส่วนบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ คือ บรรดาผู้ที่จะถูกสุนัขป่าที่ดุร้ายทำลายชีวิต ส่วนพวกฟาริสีไม่ใช่นายชุมพาบาลที่แท้จริง ที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อฝูงแกะ พระเยซูเจ้า คือ นายชุมพาบาลที่ดี เพราะพระองค์รู้จักฝูงแกะของพระองค์อย่างดี และพวกมันรู้จักพระองค์ ที่มีความสัมพันธ์กับพระบิดาเจ้า 

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันนี้ พระเยซูเจ้ายังคงดูแลฝูงแกะของพระองค์เป็นอย่างดี ด้วยการแต่งตั้งบรรดานายชุมพาบาล เพื่อปกป้อง และเลี้ยงดูฝูงแกะของพระองค์ และหัวหน้านายชุมพาบาลคนแรก คือ เปโตร ที่ปรากฏอยู่ในบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)