วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา ฉลองนักบุญโยเซฟ กรรมกร

 

 

ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้า

เปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน …

พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

สร้างท้องฟ้า … อัลเลลูยา 

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

ฉลองนักบุญโยเซฟ กรรมกร

https://youtu.be/vlACcQ5ChNk

 

https://youtu.be/y1G3X5C1RYM

 

My Peace I unto you

http://youtu.be/oP4Yd7a9f5k

 

 

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

ฉลองนักบุญโยเซฟ กรรมกร

อ่าน :

กจ 9:1-20

ยน 6:52-59

 

อาหารที่จะผ่านเข้าไปในร่างกาย 

และทำให้เจริญเติบโตได้นั้น

จำเป็นต้อง กลืน กิน เข้าไป 

และเราก็ไม่สามารถรับรู้ รสชาติ ของอาหารนั้น 

ถ้าไม่เข้าไปใกล้ ๆ สัมผัส ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง 

 

ประสบการณ์จุดเร่ิมต้นชีวิตใหม่ 

ที่เจริญเติบโตในพระเยซูคริสต์ของเปาโลนั้น 

เริ่มต้นด้วยการเห็น เผชิญหน้ากับพระเยซู ผูกพัน 

และรับพระองค์เข้ามาในชีวิต 

ติดตามด้วยการเป็นผู้ประกาศพระนามพระเยซู  

 

การระลึกถึง นักบุญโยเซฟ กรรมกร

เป็นโอกาส เพื่อคิดถึงองค์ประกอบที่สำคัญ

เพื่อให้การงาน บรรลุเป้าหมาย

จำเป็นที่จะต้อง ร่วมมือกัน ด้วยความสุภาพ

มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ  พึ่งพากันและกัน

 

หมายเหตุ...

คริสตชน คนของพระเจ้า 

คงไม่สามารถรับรู้รสชาติ

ของพระเยซูผู้เป็นอาหารแท้ 

ที่ลงมาจากสวรรค์ 

ถ้าไม่เข้าไปใกล้ ๆ พระองค์

ที่ประทับอยู่ในตู้ศีล 

หรือ ปล่อยให้พระคัมภีร์ที่มีนั้นปิดตายสนิท

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

นักบุญโยเซฟ กรรมกร

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ดำรงอยู่ในเรา และเราก็ดำรงอยู่ในเขา…” (ยน 6:52-59)

 

เพราะพระเยซูเจ้าทรงเป็นชีวิต

ชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์

คือชีวิตที่ไม่มีวันตายเลย

แต่จะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย

 

ใครที่เบียดเบียนเราก็เท่ากับเบียดเบียนพระองค์

นี่คือความสัมพันธ์ของความรักที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

แต่วันนี้ ชีวิตของฉัน เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์มากน้อยเพียงใด.

 

________________

 

เมื่อพูดถึงศีลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ประการนี้ ที่ดูเหมือนพระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้จะกล่าวถึงตรงๆ เลย นั่นคือ “ศีลมหาสนิท” ... ผมเรียนเทววิทยามาไม่น้อยเกี่ยวกับศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้มีโอกาสเรียนในหลายๆ ภาษา และศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้ก็มีความหมายที่อธิบายได้หลายๆ ภาษา และมีชื่อที่แตกต่างกันออกไปมากมายในเชิงประวัติศาสตร์ของศีลศักดิ์สิทธิ์เองด้วย... แต่ว่า พี่น้องครับ ในบรรดาคำศัพท์ต่างๆ เกี่ยวกับศีลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่นี้ ผมไม่เคยประทับใจคำใด เท่ากับภาษาไทยของเรา ที่บรรดามิสชันนารีได้แปล และสอนเราให้เรียกศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้ว่า “มหาสนิท” เป็นสิ่งที่สัมผัสและเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ ในภาษาไทยของเรา ที่หมายถึงความสนิทสัมพันธ์อย่างยิ่งใหญ่ ของเรากับพระเจ้า และพระเจ้ากับเรา

 

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (กจ 9:1-20) ที่เป็นเรื่องราวประสบการณ์ของนักบุญเปาโล กับพระเยซูเจ้าระหว่างหนทางของท่าน  คำถามที่ท่านได้ยินจากฟ้า ซึ่งเป็นพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสถามท่านคือ “เซาโล เซาโล ท่านเบียดเบียนเราทำไม...” และสิ่งที่เซาโลถามกลับไปคือ “พระเจ้าข้า พระองค์คือใคร” เพราะเซาโลไม่เคยคิดที่จะเบียดเบียนพระเจ้า แต่ท่านอาจจะกำลังทำสิ่งที่ไม่เข้าใจ แต่เมื่อท่านได้พบกับพระเจ้า และได้มีประสบการณ์กับพระองค์ดังที่เราได้ยินในบทอ่านที่หนึ่งเช้านี้ ท่านก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดังที่เราทราบดีซึ่งประวัติของท่าน... พี่น้องครับ กลับมาไตร่ตรองที่พระวาจานี้กันครับ... “เซาโล เซาโล ท่านเบียดเบียนเราทำไม...”

 

“เซาโล เซาโล ท่านเบียดเบียนเราทำไม...” ประโยคนี้ทำให้เราสามารถเข้าใจได้จริงๆ ว่า แท้จริงแล้ว นักบุญเปาโลไม่ได้เบียดเบียนพระเยซูเจ้า และหากท่านรู้จักพระองค์แล้ว ท่านคงไม่ทำเช่นนั้นแน่ๆ ท่านจึงถามว่า “ พระองค์เป็นใคร” และพระเยซูเจ้าก็ตอบว่า “เราคือเยซู ซึ่งท่านกำลังเบียดเบียน”... นี่แหละครับ สิ่งที่น่าทึ่ง และน่าไตร่ตรองมากสำหรับเราคริสตชน  เพราะสำหรับพระเยซูเจ้านั้น การที่คนหนึ่งได้เบียนบรรดาศิษย์ของพระองค์ นั่นคือการเบียดเบียนพระองค์เองครับ

 

พี่น้องที่รัก บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ ทำให้เราเข้าใจพระวรสารในวันเหล่านี้ได้อย่างดี ถึงความสนิทสัมพันธ์ของพระเจ้ากับเรา แบบมหาสนิท ที่เรียกว่า ใครที่เบียดเบียนเรา ก็เท่ากับเบียดเบียนพระองค์ด้วย...

 

ดังนั้น สิ่งที่น่าไตร่ตรองคือ ชีวิตของฉันวันนี้ ฉันสนิทกับพระเจ้าแบบมหาสนิทจริงๆ หรือเปล่า... และหารสนิทกับพระเจ้า แบบ “มหาสนิท” นี้คืออะไร เราเข้าใจยิ่งง่ายมากคือ การมีชีวิตที่สนิทสนมเป็นกายเดียวใจเดียวกัน แบบความรักของพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร ที่ก็หมายถึงเราทุกคนนั่นเอง แต่ชีวิตของเราที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้านั้น อะไรคือเครื่องวัด และประจักษ์พยานชีวิตของเราที่จะเป็นข่าวดีให้โลกเข้าใจได้คืออะไร

 

พี่น้องที่รักครับ นั่นคือชีวิตที่เป็นผลจากความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าจริงๆ ครับ อาศัยประสบการณ์ส่วนตัวที่เราแต่ละคนมีกับพระเจ้าครับ ที่จะทำให้เราเปลี่ยนไปในพระองค์ และเป็นหนึ่งเดียวในความรักและความสัมพันธ์กับพระองค์ แบบ “มหาสนิท” จริงๆ นั่นคือชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกัน มีความรู้สึกนึกคิด และปรารถนาเหมือนพระคริสตเจ้าอย่างแท้จริงนั่นเอง

 

ดังนั้น การมีชีวิตในพระคริสตเจ้า จึงไม่ได้มีความหมายอื่นใด นอกจากผลของการเป็นศิษย์ของพระองค์ ที่ซึมซับชีวิตและความเป็นพระคริสตเจ้าไว้ในตัวตนของเรา และ “มหาสนิท” คือความสัมพันธ์ของเรากับพระคริสตเจ้าที่เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้นั้น จะทำให้ผู้ที่พบเรา มีประสบการณ์เดียวกันกับการได้พบพระคริสตเจ้า และนั่นแหละ เราจึงจะสามารถเป็นข่าวดีของพระองค์สำหรับทุกคน… วันนี้ คนที่พบเห็นฉัน เขาสัมผัสความรักของพระคริสตเจ้าในตัวฉันได้มากน้อยเพียงใด

 

วันนี้ วันกรรมกร และเราระลึกถึงชีวิตและการทำงานของนักบุญโยเซฟ ที่ให้แบบอย่างแก่เราทุกคนที่ต้องทำงาน ขอให้เรามองดูชีวิตของท่านนักบุญผู้น่ารักยิ่งท่านนี้ และเราจะเป็นคนงานพระราชทานของพระราชาแห่งพระราชาทั้งหลาย คริสตชน จะเป็นผู้ทำงานเพื่อความรอดพ้นที่แท้จริงของจิตวิญญาณของตนเองและผู้อื่น ชีวิตการทำงานของเรา ที่ต้องเปี่ยมด้วยความอ่อนหวาน อ่อนโยน ซื่อสัตย์จริงใจนั้น จะเป็นพยานให้คนอื่นรู้ว่า ความสัมพันธ์ของเราคริสตชนกับพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร ก็ด้วยชีวิตของเรา ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้ามากน้อยเพียงใดนั่นเอง… ผมยังจำคำของบรรพบุรุษได้ ที่บอกผมว่า สมัยก่อน เมื่อใครต้องการคนทำงาน เขาจะมองหาพวกคริสตัง เพราะเราน่ารัก เราสัตย์ซื่อ เราโกงไม่เป็น เราจริงใจ เราตรงต่อเวลา เราขยัน... ผมจำได้ว่าเคยได้ยินปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังแบบนั้น... นั่นคือ เขาต้องการคริสตชนร่วมงานกับเขาครับ... และวันนี้ละ คุณภาพชีวิตของเราคริสตชน ยังสมคำร่ำลือเช่นแต่ก่อนหรือเปล่า...

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ความสนิทสัมพันธ์ของพระองค์ในตัวลูก ได้เปลี่ยนแปลงลูกให้ละม้ายคล้ายคลึงกับพระองค์ยิ่งวันยิ่งมากขึ้นด้วย เพื่อชีวิตของลูกจะสามารถเป็นภาพจำลองให้ผู้อื่นได้สัมผัสกับความรักของพระองค์ด้วยเทอญ.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 20 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 9:1-20 / ยน 6:52-59

เนื่องจากนักบุญยอแซฟไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นในชีวิตแพร่ธรรมของพระเยซูเจ้า การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ หรือการกลับเป็นขึ้นมาของพระองค์ นักประวัติศาสตร์หลายคนเห็นพ้องกันว่านักบุญยอแซฟได้สิ้นใจก่อนที่พระเยซูเจ้าออกเทศนา นักบุญยอแซฟเป็นองค์อุปถัมภ์คนที่จวนจะสิ้นใจ สมมุติท่านหมดลมหายใจก่อนพระเยซูเจ้าออกเทศนา ท่านต้องสิ้นใจในอ้อมแขนของพระเยซูเจ้าและของพระนางมารีอาอย่างแน่นอนที่สุด ซึ่งเป็นความปรารถนาของเราทุกคนเมื่อลาจากโลกนี้

ในปี 1955 พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ได้ทรงตั้งวันฉลอง “นักบุญ ยอแซฟ กรรมกร” ขึ้น เพื่อจะให้คนงานทั้งหลายได้มีนักบุญองค์อุปถัมภ์ของตน และเพื่อให้ความหมายแบบคริสตชนแก่ “วันกรรมกร” ด้วย

นักบุญยอแซฟจึงเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนจักสากล บิดา ช่างไม้ กรรมกร คนที่จวนจะสิ้นใจ และความเสมอภาคในสังคม เราฉลองนักบุญยอเซฟปีละสองครั้ง คือ วันที่ 19 มีนาคมฉลองนักบุญยอแซฟ พระภัสดาของพระนางพรหมจารีมารีอา และวันที่ 1 พฤษภาคมฉลองนักบุญยอแซฟ กรรมกร ในทุกวันนี้ พระศาสนจักรได้ยอมรับการฉลองวันกรรมกร เพื่อต้องการจะประกาศค่านิยมที่แท้จริงของการงาน และเพื่ออวยพรกิจการและพฤติกรรมต่างๆ ของบรรดากรรมกรทั้งหลาย

พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์ และไม่ดื่มโลหิตของเขา ท่านจะไม่มีชีวิตในตัวเอง” พระวาจาของพระองค์ ได้สร้างความขัดแย้ง เป็นต้น สำหรับคนต่างความเชื่อ ใครบ้างจะกินเนื้อหรือดื่มโลหิตจากใครคนใดคนหนึ่ง? สำหรับคนไม่มีความเชื่อ คำตอบ คือ “เป็นมนุษย์กินคน” ทุกครั้ง เวลาที่เราร่วมในพิธีบูชามิสซา เราเฉลิมฉลองรหัสธรรม เรื่องพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจ้า คงจะทำให้คนต่างความเชื่อเข้าใจยาก เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ นักบุญเปาโลได้กล่าวว่า “ความเชื่อ คือ ความไว้วางใจ ในเรื่องที่เกี่ยวกับความหวัง และมั่นใจในสิ่งที่เรามองไม่เห็น” (ฮบ 11:1) สรุปก็คือ ความเชื่อทำให้เราเห็น ในสิ่งที่สายตามองไม่เห็น.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)