วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

พระเจ้าทรงอยู่ทุกหนแห่ง...

ทรงพร้อมเสมอสำหรับทุกคนที่เชื่อ

พระองค์ทรงเป็นอยู่เหมือนเดิม...

ตั้งแต่กาลก่อน ปัจจุบัน อนาคต

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

https://youtu.be/_KVnZOp_8DI

 

https://youtu.be/QDa_YT9kgok

 

บูชาแห่งรัก

http://youtu.be/GozgM2nYEHU

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

อ่าน :

กจ 8:26-40 

ยน 6:44-51

 

การจะรู้จัก และรักพระเจ้ามากขึ้น 

ก็โดยผ่านทางประสบการณ์

ของการอ่าน ฟัง รำพึงถึงพระวาจาของพระเจ้า 

เท่านั้นยังไม่พอ  จำเป็นที่จะต้องภาวนา 

ให้ความเชื่อทวีมากขึ้นในแต่ละวัน

เพราะพระเจ้าทำได้เพียงเชื้อเชิญ

ให้แต่ละคนเข้ามาหาอย่างใกล้ชิด 

ส่วนชีวิตเป็นของแต่ละคน ที่จะต้องตัดสินใจด้วยตนเอง

 

เมื่อขันที ชาวเอธิโอเปีย ได้ฟังการอธิบาย

พระคัมภีร์จากฟิลิป  และท่านเองเป็นผู้ขอรับศีลล้างบาป 

หากเราปรารถนาที่จะเป็นผู้ประกาศพระวาจา

ที่ประสบความสำเร็จ  จงเรียนรู้จากตัวอย่างของฟิลิป 

ที่เร่ิมประกาศด้วยการฟังเสียงของพระจิตเจ้า 

ตอบสนองด้วยการทำตาม และเร่ิมพูดคุยในสิ่งที่ขันทีสนใจ

นำไปสู่การอธิบายพระวาจา และกลับใจในที่สุด

 

หมายเหตุ...

สิ่งรอบตัว คนรอบข้าง ทำได้เพียง ชักนำ เชื้อเชิญ 

ส่วนการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา” 

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป…” (ยน 6:44-51)

 

ฉันกำลังทำงานหนัก

ฉันกำลังวุ่นวายกับหลายเรื่อง

ผลงานทำให้ฉันรู้สึกดี และมีความสุข

หลายคนก็ชื่นชม

แต่...

วิญญาณของฉันเป็นอย่างไร

วิญญาณของฉันกำลังจะเฉาตายหรือเปล่า...

________________

 

ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้ ดูเหมือนผมกำลังยุ่งกับหลายเรื่องนัก ในบรรยากาศสิ้นเดือนที่มีหลายต่อหลายอย่างให้ต้องทำ และต้องเสร็จ... แต่กลับเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น น่ารัก เมื่อมีคนหนึ่งบอกผมว่า สำหรับเขา วันนี้ เขาจัดไว้เพื่อพระเจ้า... คริสตชนท่านหนึ่งเดินทางมาหาผมที่บ้านผู้ป่วย และตัดผมให้ผม พวกเรานักบวช เจ้าหน้าที่ และสมาชิกผู้ป่วยทุกคน และเพิ่งจะกลับไปเมื่อสักครู่นี่เอง... ในบรรยากาศที่ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน มีอะไรยุ่งๆ หลายๆ เรื่อง แต่ในความยุ่งวุ่นวายนี้ พนักงานของผมก็บอกผมว่า “ในวันหยุดเหล่านี้ผมไม่หยุดนะ จะมาทำงานปกติ”... และอดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในการสนทนาของพวกเราในกลุ่มไลน์เพื่อชีวิตจิตของเราเช้านี้ เมื่อผมเห็นพี่น้องหลายคนทำงานเพื่อชีวิตจิตของกันและกันอย่างทุ่มเท แม้ว่าจะมีอะไรยุ่งๆ ในบรรยากาศแบบนี้ แต่อีกไม่กี่นาที ก็จะเป็นเวลาภาวนาต่อพระเมตตาของพระเจ้า ที่พี่น้องคริสตชนกลุ่มหนึ่งยังคงขับเคลื่อนชีวิตจิตคริสตชนด้วยความศรัทธาในพระเจ้า วางใจในพระองค์ แม้ว่าสถานการณ์จะไม่สงบเท่าไรนัก ยังมีคนมากมายที่ยังจัดเวลาเพื่อพระเจ้า ยังมีคนมากมายที่วางบางอย่างไว้ก่อน และหันกลับมาให้เวลา ซึ่งในความเป็นจริง มันคงไม่ใช่เวลาเพื่อพระเจ้านักหรอก เพราะพระเจ้าไม่ต้องการ และพระองค์ไม่ได้ทรงขาดอะไรที่เราต้องให้พระองค์ แต่ทว่า เราน่าจะยอมรับว่า นั่นเป็นการให้เวลากับชีวิตจิตวิญญาณของเราต่างหาก... คำพูดของนักบุญท่านหนึ่งเข้ามาในความคิดของผมวันนี้... “แม้ว่าเราจะทำหลายอย่างดีมากๆ ทุกคนพอใจ เราก็ยินดี แต่ แต่ แต่ วิญญาณของเราเป็นอย่างไร...” น่าคิดครับพี่น้อง

 

พี่น้องที่รัก ในโลกที่แสวงหาความสุข แสวงหาความสนุกสะดวกสบาย กระหายหากันอย่างไม่รู้จักอิ่มสักที จนที่สุด เพราะสิ่งเหล่านั้น ในอดีต เราก็ได้ตรึงพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน เพราะการเสียผลประโยชน์บางอย่าง ทั้งๆ ที่พระองค์ก็ทรงทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทั้งนั้น ที่หลายครั้ง เราก็เลือกที่จะรับสิ่งที่ดีๆ จากพระองค์ แต่เมื่อพระองค์ทรงถูกจับ ทรงรับทรมาน และสิ้นพระชนม์ เราอยู่ที่ไหนเล่า... พี่น้องที่รัก ทุกวันนี้ โลกเราแสวงหาความอิ่มเอมที่สูญสลายไป แต่จะมีสักกี่คน ที่แสวงหาอาหาร หรือความอิ่มเอมฝ่ายจิตใจ ที่ทำให้ทั้งจิตใจและร่างกายชุ่มชื้นด้วยชีวิตของพระเจ้า เราจึงต้องถามตนเองจริงๆ ละครับ ว่า วันนี้เราแสวงหาอะไรจริงๆ เราแสวงหาอาหารที่ทานแล้วก็สูญสิ้นไป หรือเราแสวงหาพระเจ้าเป็นชีวิตที่คงอยู่ตลอดไป

 

พี่น้องที่รักครับ เวลาของเรามีจำกัดเหลือเกิน เรามีเวลากันไม่มากเลยจริงๆ เราอาจจะกำลังวุ่นวายกับภารกิจมากมายเหลือเกิน ดังกับว่า ขาดฉันแล้วมันจะอยู่ไม่ได้กระนั้นแล ทั้งๆ ที่ก่อนที่ฉันจะเกิดมาและมีชีวิต ก็มีคนทำมาก่อนฉันแล้ว หรือเขาก็อยู่กันได้ และเมื่อฉันจะจากไป หลายคนก็จะยังอยู่กันต่อไป นั่นคือ พระเจ้าทรงทำงานเหล่านี้มาก่อนเรา และพระองค์ยังคงทำงานของพระองค์เสมอ แม้เราจะต้องจากโลกนี้ไป... พี่น้องที่รัก อะไรคือความอิ่มเอมสำหรับเราวันนี้ เราแสวงหาอะไรที่ทำให้ชีวิตของเราพบความชุ่มชื่น และคงชุ่มชื่นอยู่ตลอดไป ... รักพระองค์ชื่นอยู่ในวิญญาณหรือเปล่าครับ

 

เราไตร่ตรองร่วมกันนะครับ แม้ทุกอย่างจะกำลังเกิดผลดี เรากำลังทำทุกอย่างด้วยดี แต่วันนี้ วิญญาณของฉันเป็นเช่นใด

 

ข้าแต่พระเจ้า ลูกอยากได้เพียงอย่างเดียว คืออยากได้พระองค์มาครอบครองในหัวใจ ด้วยรักในวิญญาณกับพระองค์นั้น คือพลังของชีวิตที่นำลูกไปสู่พระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้วิญญาณของลูกแห้งแล้ง และหิวโหยตายไปเลย พระเจ้าข้า...

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

https://youtu.be/vFP6dIRnGmk

 

วันพฤหัสที่ 30 เมษายน 20 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 8:26-40 / ยน 6:44-51

ขันทีชาวเอธิโอเปียคนหนึ่ง นั่งในรถม้าและอ่านหนังสือของประกาศกอิสยาห์ เขาได้มีคำถามในใจ ที่พระจิตเจ้าได้ดลใจให้ฟิลิปไปช่วย เพื่อให้เขาเข้าใจข้อความที่เขากำลังอ่าน สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ เขาเข้าใจคำอธิบายของฟิลิปได้เป็นอย่างดี และได้มีปฏิกิริยาทันที ประเทศเอธิโอเปียเป็นประเทศคาทอลิกที่เก่าแก่ประเทศหนึ่ง มีคริสตชนคนหนึ่งสามารถบอกได้ว่า เขาเองเคยได้รับคำดลใจจากพระจิตเจ้า และมีโอกาสได้แบ่งปันพระวาจา ที่มีผลออกมาอย่างน่าประหลาดใจ เขาได้บอกว่า เขาเองเคยรู้สึกเสียใจ ที่ตัวเองไม่มีความเมตตากรุณา การเสียโอกาส ที่จะทำความดี เป็นการสูญเสียตลอดไป เราจึงไม่ควรจะพลาดโอกาสดีดีเป็นอันขาด

ความเชื่อในพระเยซูเจ้าเป็นพระพรพิเศษ ที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้แก่เรา เป็นพระบิดาเจ้า           ที่ได้นำชายหญิงให้มาหาพระเยซูเจ้า และที่สุดมาหาพระองค์ สิ่งที่กล่าวมานี้ เคยเป็นการทำนายล่วงหน้ามาแล้ว  “ เขาทั้งหลายจะได้รับการสั่งสอนจากพระเป็นเจ้า” คำพูดดังกล่าว เป็นคำพูดของประกาศกอิสยาห์       “บุตรทั้งสิ้นของเจ้านั้น พระเจ้าจะทรงสั่งสอน และบุตรของเจ้าจะมีความสุขสมบูรณ์อย่างยิ่ง”                 (เทียบ อสย 54:13) คำทำนายนี้ยังหมายถึงคำทำนายของประกาศกอื่นๆด้วย  คำทำนายของประกาศก    อิสยาห์ ได้กล่าวถึงประชากรของอาณาจักรยูดาห์ ที่ได้เดินทางกลับมาจากดินแดนเนรเทศ และพวกเขามีความสับสนมาก แต่พระเป็นเจ้าได้ทรงสัญญาว่า พระเป็นเจ้าจะประทานความรู้เรื่องความรอด ที่พวกเขาต้องการมาก

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า พระองค์เป็นปังทรงชีวิต ที่หมายถึงตัวของพระองค์เอง ที่สามารถให้ชีวิต เพราะว่าพระองค์ได้มอบ เพื่อความรอดของเรา เพราะฉะนั้น ทุกครั้ง ที่เรารับศีลมหาสนิท เราก็เตือนตัวเองว่า เราได้รับสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะมันเป็นอาหารของชีวิตนิรันดร.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)