วันอังคารที่ 28 เมษายน 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา ระลึกถึงนักบุญเปโตร ชาเนล พระสงฆ์ มรณสักขี นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต พระสงฆ์

 

 

ทางคดเคี้ยวไม่ราบรื่นดังปรารถนา

ความรวดร้าวชีวาพระเจ้ารู้

ไม่ทอดทิ้งพระทรงรัก ทรงอุ้มชู

ดูแลอยู่เคียงข้างตลอดไป

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 28 เมษายน 2020

สัปดาห์ที่ 3  เทศกาลปัสกา

ระลึกถึงนักบุญเปโตร ชาเนล พระสงฆ์ มรณสักขี

นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต พระสงฆ์

https://youtu.be/EfXte0vWeoo

 

https://youtu.be/W3CXHyR9EcA

 

 ให้ชีวิตเป็นบทเพลงแด่พระเจ้า (เพลงสดุดี 40)

https://youtu.be/gyjjtW5VNWY

 

 

วันอังคารที่ 28 เมษายน 2020

สัปดาห์ที่ 3  เทศกาลปัสกา

ระลึกถึงนักบุญเปโตร ชาเนล พระสงฆ์ มรณสักขี

นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต พระสงฆ์

อ่าน :

กจ 7:51-59,8:1 ก

ยน 6:30-35

 

เมื่อประชาชนแสวงหา เครื่องหมายของกิจการ 

เพื่อจะเชื่อมั่น วางใจในพระเยซูเจ้า 

พระองค์ทรงตรัสว่า “เราเป็น ปังแห่งชีวิต

ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย”

 

เมื่อสเตเฟน เชื่อมั่น วางใจในพระเจ้า

ท่านไม่กระหายหาความสุขทางโลก 

ทรัพย์สิน เงินทอง อีกต่อไป แม้จะถูกเบียดเบียน

ท่านยังคงยืนหยัดในความจริง

 

ความเชื่อ ความไว้วางใจ ความศรัทธา

ที่นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ด

มีเป็นพิเศษต่อแม่พระ พร้อมกับการตระหนักในคำสอน

ของพระเยซูเจ้าที่ว่า “สิ่งที่ท่านได้ทำ และปฎิบัติต่อเพื่อนพี่น้อง

ท่านได้ทำต่อเราด้วย” เป็นพลังหนุนนำให้ท่านทุ่มเท

เป็นพิเศษ เพื่อคนยากจนที่ทนทุกข์ และได้ตั้ง

“ภราดาเซนต์คาเบรียล” เพื่ออบรมเยาวชนให้เป็นคนดี

 

หมายเหตุ..

การที่จะให้คนอื่น เชื่อมั่นในตัวเรา...

เราต้อง เชื่อมั่นในตัวเองก่อน

 

ภาวนาเป็นพิเศษสำหรับ

ภราดาคณะเซนต์คาเบรียล

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 28 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“โปรดให้ขนมปังนี้แก่พวกเราเสมอเถิด...” (ยน 6:-30-35)

 

ชีวิตที่แท้จริงอยู่ในพระองค์

ในพระองค์คือความพอเพียงของจิตวิญญาณ

และไม่มีความต้องการใดอีก

เพราะการได้มีพระองค์

ฉันก็มีทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่ขาดสิ่งใดเลย

 

________________

 

 

ดูเหมือนการตัดสินใจที่จะยืนหยัดมั่นคงของนักบุญสตีเฟน ปฐมมรณสักขีในบทอ่านที่หนึ่ง อาจจะเป็นความสูญเสียซึ่งชีวิตของท่าน แต่เท้ที่จริงแล้ว ท่านกลับได้รักษษชีวิตนั้นไว้สำหรับชีวิตนิรันดร ตามที่พระเยซูเจ้า พระอาจารย์ได้สอนไว้

 

และสิ่งใดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวเช่นนั้น วันนี้ ผมพบคำตอบได้จากพระวรสารนี้เอง เพราะท่านได้เลือกแสวงหา และต้องการเพียงการมีพระเจ้าเท่านั้น ท่านจึงไม่พบว่าจะมีอะไรที่จะประเสริฐไปกว่าพระองค์

 

มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย แสวงหาความสุขที่แท้จริง แต่แล้วก็ไม่พบความสุขที่เพียงพอสักที ทุกคนแสวงหาความอิ่มเอม แต่ความอิ่มเอมยิ่งไม่เคยมาถึงสักครา เราหิวกระหายกันทุกวันๆ และไม่เคยอิ่มสักที... อะไรคืออาหารที่แท้จริงของจิตวิญญาณของเรา อะไรคือสิ่งที่เราได้รับแล้วเราจะอิ่มเอมตลอดไป... คงไม่มีอะไร นอกจากพระเจ้าเท่านั้นเอง ที่จะเป็นความอิ่มเอมของจิตวิญญาณได้มากเช่นนั้น

 

หลังๆ นี้ ผมเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ สิ่งที่พบได้ คือธรรมชาติที่อ่อนแอของตัวเอง ที่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่า ยิ่งเวลาผ่านไป ความเข้มแข็งและพลังของตนเองก็ยิ่งหมดลง แต่ที่ยังอยู่ทุกวันนี้ ดูเหมือนว่า สิ่งนั้นเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่พระเจ้าเสริมให้ต่างหาก เพื่อจะถึงวันหนึ่ง ที่พระองค์จะตรัสกับผมว่า “กลับบ้านเราเถอะ พอแล้ว...” วันนั้น อาจจะเป็นวันแห่งความสูญเสียหรือเปล่า ... คงไม่หรอกครับ สำหรับคนที่แสวงหาพระเจ้าให้เป็นที่สุดของชีวิต วันนั้นคงเป็นวันแห่งความชื่นชมยินดี ที่เราจะได้กลับบ้าน เพราะเราได้ใช้ชีวิตอันบอบบางของเราทั้งหมดเพื่อพันธกิจของพระเจ้า และเวลานั้นแหละ เวลาที่พระองค์ทรงเรียกเรากลับไป พระเจ้า พระบิดา ผู้ทรงเลี้ยงดูเรา พระองค์จะทรงรับเรากลับไป เพราะถึงเวลาของเราแล้ว งานของเราเสร็จแล้ว... ตรงกันข้าม กับเวลาของคนที่มีชีวิต หากชีวิตเป็นการเนรเทศจากพระเจ้าดังที่นักบุญเปาโลบอก ชีวิตของเราที่ยังหายใจอยู่ นั่นคือเรากำลังมีงานที่ต้องทำให้เสร็จ เพื่อพระเกียรติมงคลของพระเจ้า... 

 

พี่น้องที่รักครับ อ่านพระวาจาวันนี้ แล้วอบอุ่นใจจัง วานนี้มีคนทักผมว่า ผมหมกมุ่นกับพระวาจาของพระเจ้ามากไป... ก็ยินดีครับ ผมอยากจะหลอมละลายไปในพระวาจาของพระองค์เลยครับ ที่นั่นมีพลังยิ่งใหญ่ ที่นั่นมีพลังที่ทำให้ผมรู้ว่า ทุกวันนี้ผมหายใจไปทำไม ผมหายใจไปเพื่ออะไร ดังนั้น แต่ละวันของผม จึงไม่เคยเหนื่อยเกินไป และไม่เคยติดอยู่กับอะไรที่จะเสร็จหรือไม่เสร็จ แต่พระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือเวลาของผมนั้น พระองค์ทรงรู้ว่า ผมควรมีชีวิตเท่าใดในโลกนี้ ก่อนที่จะกลับไปรับความอิ่มเอม สมกับที่ได้ตรากตรำในโลกนี้... พี่น้องที่รักครับ จริงครับ พระเจ้าพระบิดาของเราเท่านั้น ที่ประทานอาหาร ประทานพลังฝ่ายจิตวิญญาณให้กับเรา ชีวิตเราจึงมีค่ามากมายเพียงนี้ เพราะการอยู่เพื่อพระองค์นั่นเอง หากเราอยู่เพื่อตนเอง ทุกสิ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีประโยชน์อันใด

 

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานอาหารนี้แก่ลูกเสมอเถิด เพื่อลูกจะมีพลังเพียงพอ เดินไปถึงจุดที่พระองค์จะสวมกอดลูก และรับลูกกลับบ้าน... พระเจ้าข้า เท่านี้ก็พอแล้ว.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันอังคารที่ 28 เมษายน 20 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

บทอ่าน กจ 7:51-59,8:1ก / ยน 6:30-35

มานนา คือ อาหารที่ประชากรอิสราเอลรับประทาน ในระหว่างที่เดินทางในทะเลทราย หลังจากที่พวกเขาได้หนีจากการเป็นทาส    ในประเทศอียิปต์      มานนามีลักษณะเป็นเกล็ดน้ำค้าง  ที่ตกบนพื้นดิน ความหมายของมานนาตรงกับคำถามของประชากรว่า “นี่เป็นอะไร?”  (อพย 16:12-35)      พระเป็นเจ้าได้จัดเตรียมมานนาสำหรับประชากรอิสราเอล จนกระทั่งพวกเขาได้เดินทางไปถึงชายแดนคานาอัน และได้มีโอกาสได้รับประทานอาหาร จากผลผลิตของดินแดนแห่งพันธสัญญา

แม้ว่า ประชากรอิสราเอลจะรู้สึกเบื่อมานนา (ฉธบ 11:6) ซึ่งต่อมา ชนชาติต่างๆได้อ้างว่า อาหารชนิดนี้ คือ “ ทิพยาหารจากสวรรค์ ” (สดด 78:24) หรือ “อาหารจากทูตสวรรค์”  (ปชญ 16:20)       ดังนั้น ประชากรอิสราเอลมีความหวังว่า ในวันสุดท้ายพระเป็นเจ้า หรือ พระเมสสิยาห์ จะจัดเตรียมมานนาสำหรับทุกคนอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าอาหารมีส่วนสำคัญกับด้านต่างๆ ของชีวิตมนุษย์ พระเยซูเจ้าจึงได้รวมเรื่องปังแห่งชีวิต เข้ามาในเรื่องปังจากสวรรค์ พวกยิวได้ทดลองพระเยซูเจ้า  ด้วยการขอร้องเครื่องหมายจากพระองค์ว่า“    ท่านทำเครื่องหมายอัศจรรย์ใด เพื่อพวกเราจะได้เห็น และจะได้เชื่อในท่าน ท่านทำอะไร บรรพบุรุษของเราได้กินมานนาในถิ่นทุรกันดาร ดังที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระองค์ประทานขนมปังจากสวรรค์ให้เขากิน” ที่จริง ถ้าพระเยซูเจ้าเป็นโมเสสใหม่ จะมีเครื่องหมายอะไร ที่พระองค์จะมอบอาหารให้แก่ประชากร ที่คล้ายกับมานนา? พระเยซูเจ้าได้ตอบว่า มานนาไม่ใช่อาหารที่แท้จริงจากสวรรค์ พระองค์คือปังที่แท้จริงจากสวรรค์ พระองค์เสด็จมาจากสวรรค์ และพระองค์ได้มอบตัวของพระองค์เอง เป็นปังแห่งชีวิต ที่ช่วยให้พ้นจากความตาย   เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า   ใครที่มีความสัมพันธ์กับพระองค์    จะไม่มีความหิวกระหายอีกต่อไป      ที่มีความหมายว่า ทุกคนจะได้รับตามความต้องการของเขา ขอให้เราถามตัวเอง พระเป็นเจ้ามีส่วนกระทบต่อชีวิตของเราอย่างไร? และชีวิตของเรามีส่วนกระทบต่อชีวิตของเราอย่างไร?.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)