วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

 


 

อย่าสงสัยในความรักที่พระเจ้ามีต่อคุณ

จงมองไปที่กางเขน...เพราะที่นั่น...

คุณจะได้เห็น ความรักที่ชัดเจนที่สุด...

มากกว่าที่ไหนๆในโลก...พระเจ้ารักคุณ

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/dggY-rzPMrs

 

https://youtu.be/YmMJmLDfRsY

 

ยิ่งกว่าทะเล

http://youtu.be/TB0VjTuRwbs

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

อพย 32:7-14

ยน 5:31-47

 

คำพูดที่ใช้เป็นพยานเพื่อตนเองนั้น 

ใช้การไม่ได้ แต่พระเยซูเจ้าทรงย้ำเตือนให้คิด

ชีวิต กิจการ งานที่ทำ สำหรับตัวเอง

จะเป็นพยาน ให้กับคำที่เราได้พูด

 

เมื่อโมเสส อ้อนวอน ขอโอกาส

แทนประชากรของพระเจ้าที่หลงผิด

และเป็นพยาน ด้วยกิจการที่ตนได้ทำ

พระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัย ไม่ลงโทษ

ประชากรของพระองค์

 

หมายเหตุ..

คนรอบข้าง อาจสงสัย

ในสิ่งที่คุณพูด แต่เขาจะเข้าใจ

เมื่อเห็นสิ่งที่คุณได้ทำ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ท่านทั้งหลายก็พอใจที่จะชื่นชมกับแสงสว่างของเขาอยู่ครู่หนึ่งเท่านั้น” (ยน 5:36-47)

 

อ่านพระวาจาของพระเจ้าแล้วประทับใจ

ฉันบอกว่า พระวาจาตอนนี้สะกิดใจฉัน

พระวาจาตอนนั้นสร้างแรงบันดาลใจที่ดีให้ฉัน

แต่พอพระคัมภีร์ปิดลง 

ฉันกลับลืมความประทับใจ

และความรู้สึกดีๆ ทุกอย่าง

 

วันนี้ ฉันชื่นชมกับแสงสว่างแห่งพระวาจา

หรือชีวิตฉันพร้อมที่จะถูกหลอมไปเป็นหนึ่งเดียวกับพระวาจานั้น

จนฉันสามารถเป็นพระวาจาทรงชีวิตของพระเจ้า

เป็นข่าวดีของพระองค์ท่ามกลางพี่น้องของฉันอย่างไร...

 

________________

 

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (อพย. 32:7-14) ทำให้ผมในฐานะที่เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นผู้อภิบาล ที่ควรเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของผมในการเป็นผู้นำ เป็นกำลังใจ เป็นความหวังของพระเจ้าผู้ประทับอยู่ท่ามกลางเรา ดังที่เราได้ไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าเมื่อวานนี้...

 

น่าสนใจที่เดียวที่พระวาจาของพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้ตรัสว่า “... เพราะประชากรของท่าน...” โอ้ สำหรับผม ผมว่าพระวาจานี้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เมื่อพระเจ้าตรัสว่า “ประชากรของท่าน” ประชากรของผม แม้ว่าแท้จริงแล้ว ประชากรเหล่านี้ โมเสสเองก็ได้ย้ำว่า พวกเขาเป็นประชากรของพระองค์ แต่วันนี้ พระเจ้าตรัสว่า “ประชากรของท่าน” น่าคิดครับ ... ผมมองคริสตชนอย่างไร ผมมองพี่น้องของผมเหล่านั้นเป็นประชากรของผมหรือเปล่า หรือพวกเขายังเป็นพี่น้องของผมจริงๆ หรือเปล่า... ในสถานการณ์โรคระบาดอย่างวันนี้ ผมได้ทำอะไรบ้างหรือเปล่า เพื่อแสดงว่า พวกเขาคือพี่น้อง คือประชากรของผม

 

พี่น้องครับ เราทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้นะครับ พระวาจาของพระเจ้าเรียกร้องให้เรารู้สำนึกของความเป็นพี่น้องกัน เราที่เป็นลูกของพระบิดาเจ้าองค์เดียวกันครับ... เมื่อวานนี้เราพร้อมกันใจกับพระสันตะปาปา ภาวนาบทข้าแต่พระบิดา วอนขอพระพรพระเจ้าเมตตาเราและพี่น้องของเราทุกคน นอกจากนั้น เราคงต้องถามตนเองล่ะครับ เราทำอะไรเพื่อแสดงออกถึงความเอาใจใส่ ความรักและความห่วงใยต่อกันบ้าง

 

อ่านพระวาจาของพระเจ้าวันนี้  ไตร่ตรองพระวาจาของพระองค์วันนี้ พระวาจาของพระเจ้าเป็นแสงสว่าง พระเยซูเจ้าเองทรงเป็นพระวาจาของพระเจ้า และทรงเป็นแสงสว่างของเราบนหนทางที่เราก้าวเดินนี้ แต่สิ่งที่น่าไตร่ตรองคือ เราเพียงแต่ชื่นชมในพระวาจาของพระเจ้าเท่านั้น แล้วเราก็ลืมไปหรือเปล่า ว่าชีวิตของเราควรถูกหล่อหลอมให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระวาจาของพระองค์ ด้วยการนำพระวาจานั้นมาเป็นชีวิตของเราแต่ละคน

 

นะ นะ นะ พี่น้องที่รัก วันนี้เราคริสตชน ในสถานการณ์ของความยากลำบากไม่น้อยนี้ เราอ่าน เราฟังพระวาจาของพระเจ้า เราร่วมในพิธีกรรม ด้วยการต้องออกแรงมากขึ้น ผมประทับใจพี่น้องคริสตชนมากๆ เมื่อเห็นพี่น้องเอาจริงเอาจังในการร่วมมิสซา ฟังพระวาจาของพระเจ้า โดยอาศัยสื่อต่างๆ ที่จัดสรรให้เลือกอย่างมากมาย... รวมทั้งผมเองด้วย วันเหล่านี้ ผมรู้ถึงพระพรของพระเจ้าในชีวิตสงฆ์ของผมมากขึ้นเป็นกองเลย เมื่อผมสามารถถวายมิสซาได้แบบสดๆ ไม่ต้องกระเสือกกระสนมากมายอย่างเช่นพี่น้องสัตบุรุษ ที่ผมเห็นว่า พี่น้องออกแรง กระตือรือร้น กระเสือกกระสนแสวงหาพระพรและความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างที่ไม่ง่ายนัก แต่พี่น้องก็พยายามทำกันอย่างจริงจัง... ครับ ผมอยากขอบคุณพี่น้อง ที่เป็นแรงบันดาลใจที่ดีในชีวิตสงฆ์ของผม... “นำพระพร สอนพระวาจา ถวายบูชาทุกวัน นำวิญญาณสู่ที่รอดปลอดภัย” คืออุดมคติในการบวชเป็นพระสงฆ์ของผม... ตั้งแต่บวชเป็นพระสงฆ์มา ผมรัก และซาบซึ้งในพระวาจาของพระเจ้าที่ได้อ่าน ได้เทศน์สอนพระวาจาสำหรับพี่น้อง วันนี้ พระวาจาของพระองค์กำลังทำให้ผมไตร่ตรองจริงๆ หนักๆ เลยครับว่า ผมชื่นชมกับพระวาจาของพระเจ้าอย่างไร ผิวเผินหรือเปล่า คือเพียงแค่ชื่นชมกับแสงสว่างแหงพระวาจานั้น แล้วจากนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตนเองเลย

 

ครับ ผมได้รับแรงกระตุ้นในดวงใจจากพระวาจาวันนี้มากๆ ครับ พี่น้องครับ เราต้องไม่เพียงแต่ชื่นชมในพระวาจาของพระเจ้า และการได้ร่วมในพิธีกรรม การร่วมบูชาของพระเยซูเท่านั้น แต่ เราต้องชื่นชม จนหลอมละลายไปในพระวาจานั้น และชีวิตของเรา กลับเป็นพระวาจาที่ทุกคนสัมผัสได้ ด้วยการเป็นความรัก ความหวังและกำลังใจของทุกคน

 

ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา ขอให้ลูกเป็นสิ่งนี้เถิด คือเป็นที่ประทับของพระองค์ และเป็นการประทับอยู่ของพระองค์ที่สัมผัสได้อย่างอบอุ่นท่ามกลางพี่น้องของลูกเถิด

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพฤหัสที่ 26 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน อพย 32:7-14 / ยน 5:31-47

เคยมีคนกล่าวว่า คนที่โหดเหี้ยมเท่านั้น จึงจะเป็นนักการเมืองที่ดี เพราะอะไร? เพราะว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขัน ในประเทศที่มีการปกครองเป็นเผด็จการ การขจัดคู่ต่อสู้ คือ การใช้กำลัง แต่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย การขจัดคู่ต่อสู้ คือ การโน้มน้าวประชาชน ให้เลือกคุณ โดยพยายามแสดงให้ประชาชนเห็นว่า คุณเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุด  จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมการรณรงค์เลือกตั้งของนักการเมือง จึงมีการสาดโคลนใส่กัน ที่นักการเมืองที่โหดเหี้ยมจะพยายามทำลายชื่อเสียงของฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้น การที่มีคนกล่าวว่า คนโหดเหี้ยมเท่านั้น จึงจะเป็นนักการเมืองที่ดี เป็นการสะท้อนความจริงคำกล่าวนั้นเป็นอย่างดี

ในกรณีของโมเสส ท่านเป็นคนที่ไม่โหดเหี้ยม แม้ว่า ท่านจะเป็นเพียงผู้นำคนเดียวของประชากรอิสราเอล ที่จริง ในหนังสือกันดารวิถี ทั้งอาโรนและมีเรียมมีความอิจฉาโมเสส เพราะว่า “โมเสสเป็นคนที่อ่อนหวานทีสุด บนพื้นโลกนี้” (กดว 12:3) และแทนที่โมเสสจะขอให้พระเป็นเจ้าลงโทษคนทั้งสอง ท่านกลับสวดภาวนาขอพระเป็นเจ้า ให้รักษามีเรียมที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน (กดว 12:13) ในบทอ่านในมิสซาวันนี้ เราจะเห็นปฏิกิริยาของโมเสส ที่ได้แสดงออกต่อประชากรอิสราเอล ที่ได้สร้างรูปวัวทองคำขึ้น และนมัสการว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขา ขณะที่โมเสสขึ้นไปบนภูเขาซีนัย โดยลืมคำตักเตือนของท่าน และทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมโมเสสจึงไม่คล้อยตามแผนการของพระเป็นเจ้า ที่จะลงโทษพวกเขา ตรงข้าม ท่านกลับวอนขอพระเป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง แทนพวกเขา โมเสสจึงมีลักษณะของผู้นำที่ดี คือ เป็นคนสุภาพและเมตตากรุณา

แล้วทำไมพระเยซูเจ้าจึงตำหนิติเตียนบรรดาผู้นำชาวยิว? คำตอบก็คือ เพราะพวกเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสม พวกเขาไม่ยอมรับเครื่องหมายใดๆ ที่พิสูจน์ว่า พระเยซูเจ้าเป็นบุคคลที่พระบิดาเจ้าส่งมา เพื่อทำให้คำสัญญาที่เคยทำกับบรรพบุรุษของพวกเขาสำเร็จไป พวกเขาไม่ยอมรับและปฏิเสธพระองค์ และวางแผนที่จะฆ่าพระองค์ เพราะรู้ว่า พวกประชาชนกำลังนิยมชมชอบพระองค์ จนทำให้พวกเขาด้อยลง.

 

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)