วันพุธที่ 25 มีนาคม 2020 สมโภชการแจ้งสาร เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

 


สรรเสริญพระแม่มารีย์

ผู้มีจิตใจอ่อนหวาน  

ทรงเปี่ยมด้วยหรรษทานพระเจ้า

มารดาผู้ทรงบรรเทา

คนทุกข์ลำบากโศกเศร้า 

โปรดภาวนาเพื่อเราด้วยเทอญ

 

บทอ่านประจำวันพุธที่ 25 มีนาคม 2020

สมโภชการแจ้งสาร 

เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

https://youtu.be/pXrSgC_-LJk

https://youtu.be/4-KpRsXX-Ek

Mary, Did you know

https://youtu.be/qISCmFbXonk

 

 

วันพุธที่ 25 มีนาคม 2020

สมโภชการแจ้งสาร

เรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

อ่าน : 

อสย 7:10-14

ฮบ 10:4-10

ลก 1:26-38

 

การเชื่อในความจริงที่ว่า..

“ไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้”

ทำให้พระนางมารีย์ สามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า

“ข้าพเจ้าคือผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้

เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”

เมื่อได้รับการแจ้งข่าวจากฑูตสวรรค์

 

เมื่อประกาศกอิสยาห์ ทำนายถึง

เครื่องหมายการประทับอยู่ของพระเจ้า

กับประชากรของพระองค์นั้น ท่านย้ำว่า

พระเจ้าเอง ทรงเป็นผู้ประทานเครื่องหมายนี้

 

ผ่านทางการตั้งครรภ์ของหญิงพรหมจารีคนหนึ่ง

สำหรับพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงตระหนักถึง

การประทับอยู่ของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงย้ำว่า

ทุกสิ่งที่จะทรงกระทำ..เป็นการทำตามพระประสงค์

ของพระบิดาเจ้า

 

หมายเหตุ..

อย่าใส่ใจให้มาก กับข่าวลือ

หรือคนนินทา หากคุณรู้ว่า

เรื่องจริง คืออะไร

 

(จากบทเทศน์ของคพ. อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

สมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด.” (ลก 1:26-38)

 

แม้แผนการของข้าพเจ้าจะสูงส่งเพียงใด

แม้ว่าจะตระเตรียม วางแผนทุกอย่างอย่างดีสักเพียงไหน

 

แต่แผนการของพระเจ้ามักอยู่สูงเกินความเข้าใจของข้าพเจ้าเสมอ

ดังนั้น คำภาวนาที่ดีที่สุด ของข้าพเจ้าก็คงจะเป็น

 

ข้าแต่พระเจ้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ 

ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์...

 

________________

 

“ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด.” (ลก 1:26-38) 

 

แม้ว่าผมจะได้เลือกพระวาจาตอนนี้ ให้เป็นตอนที่ผมประทับใจ และไตร่ตรองในวันนี้ก็ตาม แต่แท้จริงแล้ว ในความเป็นมนุษย์ ประโยคนี้ อาจจะโดนใจผมมากกว่าในบรรยากาศของชีวิตแบบนี้ นั่นคือประโยคนี้ครับ  “เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร” ท่ามกลางโรคระบาดร้ายแรงในเวลานี้  ความขาดแคลนสิ่งจำเป็นของผู้ป่วยในเวลายากลำบากนี้ การต้องเผชิญกับความไม่ซื่อสัตย์ของใครบางคน การต้องเผชิญกับการถูกปองร้าย และความไม่เข้าใจของใครอีกบางคน... และนี่คือพระวาจาที่ไม่ใช่แค่สะกิดใจ แต่ดูเหมือนสะกิดแผลของผมด้วย คือ “เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร”... คือพระประสงค์ของพระองค์

 

และอีกประโยคที่ดูเหมือนน่าจะนำความยินดี แต่ก็คงทำให้เกิดคำถามไม่น้อยเหมือนกันสำหรับเราคริสตขนในบรรยากาศแบบนี้ สำหรับผมในบรรยากาศเช่นนี้ ผมจะว่าอย่างไร พี่น้องจะคิดอย่างไร หากทูตสวรรค์จะกล่าวกับผมว่า “จงยินดีเถิด ท่านผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่กับท่าน” สำหรับพระนางมารีย์เอง พระแม่ก็ไม่เข้าใจอะไรเช่นเดียวกัน ลูกของพระแม่ผู้นี้ก็ไม่เข้าใจด้วย... ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองนี้ ผมจะชื่นชมยินดีได้อย่างไร และอะไรที่แสดงว่าพระเจ้าทรงโปรดปรานผม และพระองค์สถิตอยู่กับผมในบรรยากาศของความยากลำบากนี้… .ในบรรยากาศแบบวันเหล่านี้ พี่น้องหลายๆ คนก็ถามผมว่า “ถ้าพระเจ้ามีจริง ถ้าพระเจ้าทรงเป็นองค์ความรักและเป็นองค์ความดี ทำไมพระองค์ประทานสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ให้เรา...” 

 

และนี่คือสิ่งที่ผมต้องบอกว่า... ใช่ครับ พระเจ้าทรงเป็นองค์ความรัก และทรงเป็นองค์ความดี ดังนั้น จึงไม่มีสิ่งใดที่ไม่ดีมาจากพระเจ้าแน่นอน แต่มันอาจจะมาจากการกระทำของมนุษย์เองหรือเปล่า... จากนั้นยังมีคำถามที่ตามมาว่า “แล้วทำไมพระเจ้าให้เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเลวร้ายเช่นนี้ด้วย”... โอ้ พี่น้องครับ ผมต้องบอกพี่น้องอย่างนี้ครับ... พระเจ้าทรงอนุญาตให้มันเกิดขึ้นครับ เพื่อความดีของเรา แต่เราคงไม่อาจจะเข้าใจในวันเหล่านี้ได้... ในวันเหล่านี้ เรากำลังภาวนา วอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และเรามั่นใจว่า พระองค์จะทรงช่วยเหลือเรา วันนี้ เวลาเที่ยงวัน ให้เราร่วมในกันภาวนานะครับ ภาวนา “บทข้าแต่พระบิดา” ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราพ้นจากโรคระบาดและความเลวร้ายทั้งมวลในวันเหล่านี้ด้วยเทอญ แต่ให้เรามีจิตใจอย่างแม่พระนะครับ แม้เราจะไม่เข้าใจอะไร เช่นที่แม่พระไม่เข้าใจอะไรเช่นกัน แต่พระแม่ก็ตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้า ยอมพระองค์ทุกเรื่อง... ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่นี่ ข้าพเจ้ามาเพื่อปฎิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์

 

สิ่งที่เป็นแผนการของผม อาจจะไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้า และแท้จริงแล้ว พระประสงค์ของพระองค์ก็เดินตรงข้ามกับความคิดและความเข้าใจของผมเสมอเลย... พี่น้องครับ นี่คือสิ่งที่ผมไม่อายที่แบ่งปันกับพี่น้อง แม้ว่าผมจะเป็นพระสงฆ์ แม้ว่าผมจะเป็นนักบวช ซึ่งบางที่พี่น้องมักไม่ยอมให้พวกเราพระสงฆ์นักบวชต้องเผชิญกับความเป็นจริงของชีวิตในความยากลำบาก พี่น้องหลายคน พยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพวกเรา แต่ทว่า พระเจ้าทรงยุติธรรมครับ พระองค์ทรงสอนความยุติธรรมนี้แก่ศาสนบริการของพระองค์ด้วย แบบอย่างของมหาสมณะ คือพระเยซูเจ้า นี่คือสุดยอดของบทสอนนี้ เมื่อพระองค์ทรงประทานพระบุตรแต่เพียงพระองค์เดียวให้กับเรา เพื่อสอนแบบอย่างชีวิตที่นอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงประทับอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ที่จะรัก วางใจ และเข้าพึ่งพระเจ้า (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง (อสย 7:10-14)

 

เขียนมายาวแล้วครับ สุดท้ายครับ สุดท้ายจริงๆ ครับ ย่อหน้าสุดท้าย อยากบอกพี่น้องว่า ผมเอง พบแบบอย่างและความบรรเทาใจที่สุด ก็จากแบบอย่างของพระเจ้าครับ พระเยซูเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงรับสภาพมนุษย์เหมือนเราทุกอย่าง พระองค์ทรงเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่สุดท้าย ที่บนกางเขน สิ่งที่พระองค์ทรงประกาศคือ “ความนอบน้อมเชื่อฟัง” ครับ คือสิ่งมนุษย์พลาดพลั้งไปในอดีต และพระบุตรของพระเจ้า ได้กอบกู้คืนมาด้วยสิ่งเดียวกันครับ และนั่นคือประโยคที่เราได้ยินในพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ครับ ที่ผมอยากขอให้เป็นคำภาวนาของผม ในยามที่ไม่เข้าใจอะไรเลย...

 

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่

ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ . (ฮบ 10:5, 7)

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพุธที่ 25 มีนาคม 20 สมโภชการแจ้งสารเรื่องพระวจนาตถ์ทรงรับสภาพมนุษย์

บทอ่าน อสย 7:10-14 / ฮบ 10:4-10 / ลก 1:26-38

อัครทูตกาเบรียลได้ประจักษ์แก่พระแม่มารีย์ และได้บอกกับพระแม่ว่า พระแม่จะทรงบังเกิดพระบุตรของพระเป็นเจ้า พระแม่รู้สึกวุ่นวายพระทัย เมื่อได้รับข่าว และได้ถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นพรหมจารี?” เป็นคำถามที่ทุกคนจะถามเช่นเดียวกัน เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หลังจากที่อัครทูตสวรรค์ได้อธิบายกับพระแม่ว่า นั่นเป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระแม่ได้ตอบรับด้วยความเต็มใจ ที่เป็นความไว้วางใจที่มีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อ พระแม่ได้รับกระแสเรียก และได้ตอบรับด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”

การมีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเป็นเจ้า จึงไม่ใช่เป็นพันธกิจของพระสงฆ์ นักบวช หรือบรรดามิชชันนารี เราแต่ละคนได้รับกระแสเรียกและได้รับบทบาทในกลุ่มคริสตชน ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ คริสตชนทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป ได้มีส่วนในพันธกิจ ในฐานะเป็นครู นายจ้าง พ่อค้ารถเข็น คนขับรถแท็กซี่ นักบัญชี ชาวไร่ชาวนา ทนายความ เลขานุการของวัด หรือ เป็นสัตบุรุษ และโดยอาศัยศีลล้างบาปที่ได้รับ เรากลายเป็นผู้ที่ให้กำเนิดพระวาจาของพระ เราสามารถทำให้พระวาจาของพระให้มีชีวิตชีวาในห้องเรียน ในสถานที่ราชการ ในตลาดสด และในทุกที่ ในสภาวะแวดล้อมทุกอย่าง เมื่อเรามีโอกาสพบปะกับประชาชน การมีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเป็นเจ้าเริ่มต้น จากสถานที่เราอยู่ กระแสเรียกของเรา คือ เราเป็นใคร? และต้องการให้เราตอบสนอง พระแม่มารีย์ได้ให้ตัวอย่างแก่เราว่า เราจะตอบสนองการเชื้อเชิญของพระเป็นเจ้าอย่างไร? “ขอให้เป็นไปกับข้าพจ้าตามวาจาของท่านเถิด”

สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้น การตอบสนองของเรา ทำให้เกิดบุคลิกภาพของเรา และคุณภาพชีวิตของเรา เราสามารถที่จะเลือก โดยการนั่งอยู่ในความเศร้าโศก ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เพราะการสูญเสียของเราหนักมาก หรือฉันสามารถเลือกที่จะยืนขึ้น จากความเจ็บปวด และสะสมพระพรที่มีค่าที่สุดที่เรามี คือ ชีวิตของเรานั่นเอง

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)




วันนี้ตอนประมาณ 17.45 น. เปิด link นี้ แล้วสวดบทข้าแต่พระบิดาพร้อมโป๊ปนะ

 

https://www.youtube.com/watch?v=5YceQ8YqYMc