วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

 

 

เมื่ออ่อนแอ .. พระองค์ปลอบใจ

เมื่ออ่อนไหว .. พระองค์ปลอบประโลม

เมื่ออ่อนโยน .. พระองค์โปรดปราน

ขอสรรเสริญพระองค์ .. พระเจ้าข้า

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/9n33QjgjAB0

 

https://youtu.be/xtbOJ3cVbeE

 

ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา

http://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

 

 

 

วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

อสค 47:1-9,12

ยน 5:1-3ก, 5-16

 

น้ำที่สระเบเธสดา กลับกลาย 

เป็นเครื่องหมายแห่งความรอด

การรักษา ให้หายจากความเจ็บป่วย โรคภัย 

ผู้ที่ป่วยเป็นอัมพาฒ กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้ง 

เมื่อเขาเชื่อ และออกแรง ทำตามที่พระเยซูเจ้าบอก

 

ประกาศกอิสยาห์ ป่าวประกาศถึงน้ำที่ให้ชีวิต 

น้ำนี้ไหลไปที่ไหน นำพาความสุข ความสดชื่น

และน้ำดีนี้ จะยังทำให้ผู้ที่ได้รับ เจริญเติบโต

เปลี่ยนแปลงตัวตน เพื่อเป็นประโยชน์

กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ 

 

หมายเหตุ.. 

ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์..

อยู่ที่น้ำใจ..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันอังคารที่ 24 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน อสค 47:1-9,12 / ยน 5:1-3,5-16

น้ำหมายถึงพระจิตเจ้า และพระองค์สามารถมีบทบาทในชีวิตของผู้มีความเชื่อ   1.แหล่งกำเนิดของน้ำเป็นแหล่งเดียวกับพระจิตเจ้า คือ จากที่ประทับของพระบิดาเจ้า 2. น้ำและพระจิตเจ้าไหลมาจากไหน? มาจากพระแท่น ที่เป็นสถานที่พระคริสตเจ้าได้พลีชีวิตของพระองค์        บนไม้กางเขน       (มธ 20:28) 3. พลังของน้ำและพระจิตเจ้า เป็นพลังที่อยู่ในตัว ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งอื่น เพื่อทำให้งานสำเร็จไป พลังนี้ยังมีพลังในการบำบัดรักษา พระจิตเจ้าสามารถบำบัดรักษาหัวใจที่แตกสลาย พระเยซูเจ้าสามารถช่วยบำบัดรักษาชีวิตของคนที่ถูกทำลายเพราะบาป ผ่านทางพระจิตเจ้า ทำให้วิญญาณได้รับการบำบัดรักษา 4. ทุกสิ่งที่ได้รับน้ำและพระจิตเจ้าจะได้รับการเปลี่ยนแปลง เมื่อพระจิตของพระเป็นเจ้าเข้ามาในชีวิต จะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้สิ่งที่ตายกลับมีชีวิตอีกครั้ง (อฟ 2:1-4) 5. เมื่อน้ำไหลไป ณ ที่ใด จะมีผลดีเกิดขึ้น เช่นเดียวกับพระจิตเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จไป ณ ที่ใด ก็จะมีผลดีและความสดชื่นเกิดขึ้นในชีวิตของคนที่มีความเชื่อ (ยน 7:38-39)

ในพระวรสารวันนี้ เราเห็นเหตุการณ์ ที่สระน้ำเบเธสดา ที่มีระเบียงล้อมรอบอยู่ห้าด้าน ตามระเบียงเหล่านี้ มีผู้เจ็บป่วยนอนอยู่เป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้ มีชายคนหนึ่งที่ป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าเขาป่วยมานานแล้ว จึงได้ถามว่า  “ท่านอยากจะหายป่วยไหม?” คนป่วยได้ตอบว่า “ท่านขอรับ ไม่มีใครช่วยหย่อนข้าพเจ้าลงไปในสระเมื่อน้ำกระเพื่อม พอข้าพเจ้ามาถึง คนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว” พระเยซูเจ้าจึงได้ตรัสกับเขาว่า “จงลุกขึ้น ยกแคร่ที่นอน และเดินไปเถิด” เป็นที่น่าสังเกตว่า พระเยซูเจ้าไม่ได้รักษาคนเจ็บนี้ ด้วยการหย่อนเขาลงไปในสระ แต่ได้เอ่ยพระวาจาแทน เรื่องนี้ทำให้เราเห็นอำนาจจากพระวาจาของพระองค์ หลายครั้งด้วยกัน ที่พระเยซูเจ้าทรงใช้วัตถุบางชนิด เป็นเครื่องมือในการทำอัศจรรย์ เช่น ทรงใช้น้ำลายกับโคลนรักษาคนตาบอด หรือทรงทวีขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัว เลี้ยงคนห้าพันคน ในครั้งนี้ พลังแห่งการรักษานั้น เป็นพลังของพระวาจาของพระวจนาตถ์ คือ ตัวของพระองค์เอง.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)