วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญตูร์บิโอ แห่งมอนโกรเวโย

 

เมื่ออธิษฐาน ...

จงรอคอยพระเจ้า 

นิ่งสงบและไว้วางใจ

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญตูร์บิโอ แห่งมอนโกรเวโย

https://youtu.be/daWrRGvrrSo

 

https://youtu.be/L7_2LbosoZU

 

 เมื่อลูกได้เชื่อ

http://youtu.be/T1jREr72LsU

 

 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญตูร์บิโอ แห่งมอนโกรเวโย 

อ่าน :

อสย 65:17-21

ยน 4:43-54

 

แม้พระเยซูเจ้าจะรู้อยู่แก่ใจว่า คนที่ทำดี

มักไม่มีที่ยืน ในถิ่นของตัวเอง แต่ที่สุด

พระองค์ก็ทรงพบว่า “ความดีที่ทำต่อเนื่อง 

เสมอต้น เสมอปลาย สามารถเปลี่ยนท่าที

ของชาวกาลิลีได้

 

ประกาศกอิสยาห์ ร้องเตือน 

เมื่อประชากรของพระเจ้าที่เคย มีอดีต

ที่ผิดพลาด หลงผิด กลับมาดำนินชีวิต

ในการทำความดี พวกเขากลับเป็น

ความชื่นชมยินดีของสังคมรอบตัว

 

ด้วยจิตใจที่ใฝ่ในความดีของ 

ท่านนักบุญตูร์บิโอ แห่งมอนโกรเวโย 

ธรรมฑูต ผู้มีหัวใจร้อนรน ในประเทศสเปน

ยึดมั่นในคุณธรรมความถูกต้อง ไม่ยอมให้พ่อค้า ข้าหลวง 

เอาเปรียบคนยากจน ท่านพยายามทำทุกวิถีทาง

เพื่อปกป้องคนเหล่านั้น แม้จะถูกต่อต้าน คิดร้าย

จากผู้ที่เสียผลประโยชน์

 

หมายเหตุ..

ความน่ารัก อาจทำให้เขาอยากทักคุณ

แต่ความดี จะทำให้เขาอยากคบคุณ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)l

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เชื่อพระวาจา... จึงเดินทางจากไป.” (ยน 4:43-54)

 

ผู้ที่ได้พบกับพระเยซูเจ้า

เขาเดินทางจากไปด้วยความเชื่อในพระองค์

เพื่อเป็นความหวังและกำลังของทุกคน

 

ฉันพยายามที่จะเข้าหาพระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด

และท่าทีของฉันเป็นอย่างไร เมื่อพระองค์ทรงส่งฉันกลับไป

ฉันได้กลับไป และเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องของฉันมากน้อยเพียงใด...

 

________________

 

ในวันเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ วันอาทิตย์ วันพระเจ้า วันที่ผมถวายมิสซาอยู่กับผู้ป่วยของผมที่บ้านเพียงไม่กี่คน ดูช่างเป็นความรู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกพิเศษที่สุดเลยทีเดียว... ท่ามกลางสื่อที่พี่น้องคริสตชนมากมายโพสต์เรื่องการร่วมมิสซาออนไลน์ หลายคน เปิดเครื่องมือไว้ล่วงหน้านานๆ เพื่อรอร่วมมิสซาที่ถ่ายทอดสดจากวัดที่ได้เลือก หลายคนจัดเตรียมสถานที่ เพื่อให้เป็นการสร้างบรรยากาศที่สำรวม เพื่อร่วมมิสซาจากสื่อต่างๆ อีกหลายคนร่วมมิสซาหลายๆ มิสซา ซึ่งล้วนแต่เป็นการถ่ายทอดสดทั้งนั้น แต่นั่นคือสิ่งที่คริสตชนฆราวาสหลายท่านได้ออกแรง และพยายาม... แต่ทว่า ผมเอง เมื่อวานนี้ กลับรู้สึกว่า พวกเราได้ถวายมิสซา ได้ร่วมมิสซาจริงๆ วันนั้นเอง เราจึงรู้สึกว่า มิสซานั้นมีค่ากับเราเป็นพิเศษ เพราะเป็นมิสซาจริงๆ จากพระแท่นบูชา ไม่ใช่ร่วมทางการถ่ายทอดสด อันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมขอบพระคุณพระเจ้าเป็นพิเศษ ที่ผมสามารถถวายมิสซาได้เอง และยังสามารถทำเพื่อคนกลุ่มเล็กๆ สักบางคน บางกลุ่มในบรรยากาศของโรคระบาดร้ายแรงนี้ บูชามิสซาช่างแสนมีค่ากว่าทุกครั้ง...

 

กับบรรยากาศของพระวรสารวันนี้ พระวาจาของพระเจ้าต้องฉลองว่า เป็น “พลังแห่งพระวาจา” คือ “Power of the Word” จริงๆ ครับ... พระวาจาของพระเจ้าที่เพียงได้ตรัสเท่านั้น ทุกสิ่งก็เกิดขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์

 

พี่น้องที่รักครับ ข้าราชการคนนั้น ที่เพียงได้ยินชื่อเสียงของพระเยซู และได้เริ่มมีความหวังในพระองค์ ที่จะสามารถช่วยลูกของเขาให้ปลอดภัยจากโรคร้ายที่กำลังจะคร่าชีวิตของเขาไป... สิ่งที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้ คือ “การเดินทางสู่พระเยซู” และ “การเดินจากกลับบ้านหลังจากพบพระเยซู” ครับ นั่นคือการเดินทางด้วยความหวังเท่านั้น และความรักที่เป็นแรงผลักดันอยู่ภายใน ข้าราชการผู้นี้ต้องเดินทางไกล เพื่อแสวงหาความรอดพ้นแท้จริงจากพระเยซูเจ้า เพื่อบุตรของเขา และเมื่อเขาพบพระองค์ พระองค์ทรงฟังคำวอนขอของเขา ที่ความวางใจในพระองค์ทำให้เขากลับไปบ้านอีกครั้ง... ตรงนี้แหละครับ ที่ผมอยากจินตนาการเหลือเกิน หน้าตาของเขาจะเป็นอย่างไร หากเป็นผม ผมจะเดินกลับไปอย่างไร ลูกของผมจะหายหรือเปล่า คนที่บ้านจะว่าอย่างไร หากผมกลับมาแล้ว ลูกของผมได้ตายจากไป ตรงนี้เท่านั้นเองที่ผมไตร่ตรองในเช้าวันนี้ หัวใจของผมจะเป็นเช่นใด หากผมต้องเผชิญกับบรรยากาศแบบเดียวกันกับเขา...

 

พี่น้องที่รักครับ ในบรรยากาศของความยากลำบาก ระหว่างที่เรากำลังอยู่ในเวลาวิกฤตของโรคระบาดนี้เอง ผมเห็นความเพียรของพี่น้องหลายคน ในการพยายามที่จะร่วมพิธีกรรม พยายามยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้า อ่านและฟังพระวาจาของพระองค์ แม้จะเป็นบนสื่อออนไลน์ก็ตาม สำหรับอีกบางคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้อาวุโสหลายคนที่ไม่สามารถใช้สื่อเหล่านี้ ความรู้สึกในหัวใจของพวกท่านเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรหนอ...

 

พี่น้องที่รักครับ ในบรรยากาศแบบนี้ แม้เราจะพยายามทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว ให้เราอย่าลืมเข้าหาพระเยซูเจ้าครับ เข้าไปพบพระองค์ด้วยความเชื่อและความวางใจ ฟังพระวาจาอันทรงพลังของพระองค์ และเดินทางกลับสู่ความเป็นจริงในชีวิตของเรา ในความรักและความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ในความสัมพันธ์อันดีกับทุกคน เป็นความหวังและกำลังใจสำหรับทุกคนต่อไป

 

พระสันตะปาปา ทรงเตือนเราในวันเหล่านี้ พระเจ้าของเราคือพระเจ้าผู้เดินเคียงข้างเราเสมอ เสาเมฆและเสาเพลิงในถิ่นทุรกันดารของอิสราแอลนั้น คือเครื่องหมายถึงการประทับอยู่ของพระองค์ และท่ามกลางชาวเรา หีบพันธสัญญาของพระเจ้า ศีลมหาสนิท ทั้งที่ตู้ศีลและในชีวิตของเรา นั่นคือภาพของพระเจ้าที่อยู่เคียงข้างเราครับ

 

ขอพระเจ้าทรงประทับอยู่กับลูกทุกคน ในเวลาของความทุกข์ยากลำบากนี้ ขออย่าวิกฤตินี้ พรากพวกลูกไปจากความรักของพระองค์เลย.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน อสย 65:17-21 / ยน 4:43-54

ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เราเห็นความเลวร้ายมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีการฆาตกรรมและการใช้ความรุนแรงมากมาย มีสงครามและการก่อการร้าย มนุษยชาติกำลังเดินไปทางไหน? การทิ้งระเบิด การก่อการร้าย การเมืองที่สับสนวุ่นวาย การข่มขู่กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ มีอะไรเกิดขี้นในโลกทุกวันนี้? มีความยากจน ความทุกข์ยาก ความอดอยาก และการขาดแคลนอาหาร เป็นความจริงหรือไม่ว่า โลกนี้ไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับเลี้ยงประชากร? ในฐานะเป็นประชากรของพระเป็นเจ้า เราต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง? เราจะต้องฟังและเชื่อในพระวาจาของพระเป็นเจ้าที่ตรัสว่า “ดูซิ เราจะสร้างฟ้าและแผ่นดินใหม่ จะไม่มีผู้ใดคิดถึงเรื่องราวในอดีตอีก แต่จงร่าเริงและยินดีเสมอ ในสิ่งซึ่งเรากำลังจะสร้างขึ้น เพราะเรากำลังจะสร้างกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นความยินดี และสร้างประชากรของเมืองนั้นให้เป็นความชื่นบาน” และดังที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสว่า “อย่าสิ้นหวัง อย่าให้ตัวท่านกลายเป็นคนสิ้นหวัง” เราสามารถที่จะรำพึงดังนี้:

1.พระเป็นเจ้ากำลังสร้างสวรรค์และแผ่นดินใหม่ ที่จะมอบความหวังให้แก่ฉัน

2.เราจะไม่จดจำอดีตอีกต่อไป ที่ทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะฟื้นฟูทุกสิ่งอีกครั้งหนึ่ง

3.ฉันถูกสร้างมา ให้มีความชื่นชมยินดีและความดีใจ ที่ทำให้ฉันมีจิตสำนึกของเป้าหมายที่วางไว้

4.จะไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ที่ทำให้ฉันมีสันติสุขภายในจิตใจ

5.ฉันจะมีอายุยืนยาวขึ้น ที่ทำให้ฉันมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

6.ฉันมีความมั่นใจว่า สิ่งที่ฉันมีประสบการณ์ตอนนี้ เป็นพระเยซูเจ้าที่ได้สัมผัสเพื่อบำบัดรักษาฉัน

เพื่อสรุปความรู้สึกที่ฉันมีต่อพระเป็นเจ้า ฉันเชื่อว่า พระเป็นเจ้าคือองค์ความรักที่ซื่อสัตย์ การมีความหวังในพระองค์ ทำให้ฉันได้รับพละกำลังใหม่ มีสันติสุขใหม่ มีความชื่นชมยินดีใหม่ แม้ในท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แม้เราจะมีความทุกข์สักเท่าไร ขอให้เราระลึกคำสัญญาของพระองค์ว่า “เราจะสร้างสวรรค์และแผ่นดินใหม่”.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)