วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

 

ถ้าพระเยซูเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ

คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย … แม้สักสิ่งเดียว

เพราะผู้ที่มีพระคริสต์ … ก็มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์

 

บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/tSPWG7sZii0

 

https://youtu.be/-tqsz4osG2Y

 

พระเจ้าดีต่อฉัน

http://youtu.be/_7VTjITn6_U

 

 

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

ฮชย 6:1-6

ลก 18:9-14

 

ชาวฟาริสีที่คิดว่า ตนเองชอบธรรม ดีกว่า 

เหนือกว่าคนอื่น แล้วดูถูกคนที่มีข้อผิดพลาด

พระเยซูเจ้าจึงเตือนใจบรรดาศิษย์ ให้ตระหนักชัดว่า

ผู้ใดที่ยกตนชึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่

ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น

 

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกโฮเชยา

ทรงต้องการความรักมั่นคง ไม่ประสงค์

การถวายบูชา ต้องการการรู้จักพระเจ้า 

มากกว่าเครื่องบูชา

 

หมายเหตุ..

รู้จักคนอื่น นั้นดี

แต่อย่าลืม 

รู้จักตัวเองด้วย

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ฮชย 6:1-6 / ลก 18:9-14

จากบทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ ประกาศกได้สอนบทเรียนให้แก่เราเรื่องการสวดภาวนา เราต้องเข้าใจก่อนว่า ประกาศกโฮเชยา คือ ผู้นำในเรื่องความเชื่อในพระเป็นเจ้า ที่ต่อต้านลัทธิบูชาพระบาอัล ที่มีบทบาทสำคัญ ในประวัติที่มัวหมองของประชากรอิสราเอล (ใน ก.ค.ศ ที่ 8) ลัทธิบูชาพระบาอัล เป็นศาสนาของคนต่างชาติ ที่ประชากรอิสราเอลรับเข้ามา แทนศาสนาแห่งพันธสัญญากับพระเป็นเจ้า ที่เป็นพระเป็นเจ้าของอาบราฮัม อีซาอัก ยากอบ และโมเสส ลัทธิบูชาพระบาอัลได้ประกอบพิธีกรรมเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ควบคู่กับเรื่องกามารมณ์ เพื่อวอนขอพระบาอัล ให้ประทานความอุดมสมบูรณ์แก่แผ่นดิน และความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ประกาศกโฮเชยาจึงได้ตักเตือนประชากรอิสราเอล ให้หันกลับมานมัสการพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้ มิฉะนั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างหนัก พวกเขาจะต้องถือศาสนาด้วยใจ ไม่ใช่การทำพิธีแต่ภายนอก ส่วนความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน และความเจริญก้าวหน้าในชีวิตนั้น จะเกิดขึ้นจากความศรัทธาในพระเป็นเจ้า ที่จะประทานฝน นำความชุ่มชื้นมาสู่แผ่นดิน แต่ความพยายามของโฮเชยาไม่ประสบความสำเร็จ ประชากรอิสราเอลจึงได้รับอาญาโทษจากพระเป็นเจ้า อาณาจักรของพวกเขาล่มสลาย จากการโจมตีของกองทัพอัสสิเรีย ส่วนผู้รอดชีวิตก็ถูกนำไปยังดินแดนเนรเทศ

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าได้ทรงสอนบทเรียนเรื่องการสวดภาวนาเช่นเดียวกัน โดยเล่านิทานเปรียบเทียบเรื่องการสวดภาวนาของฟาริสีและคนเก็บภาษี ในกรณีของฟาริสีนั้น เขาไม่ได้สวดภาวนาแต่อย่างใด เป็นแค่การโอ้อวดตัวเองเท่านั้น “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ ที่ข้าพเจ้าไม่เหมือนมนุษย์คนอื่น” เขาไม่ได้สารภาพบาปของตัวเอง เพื่อจะได้รับการอภัยโทษ ในกรณีของคนเก็บภาษี  เขาไม่กล้าแม้จะมองท้องฟ้า ได้แต่ทุบอกของตัวเอง ด้วยความสำนึกผิด ในบาปที่ตัวเองได้กระทำ โดยได้สวดภาวนาว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาแก่ข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด” และพระเยซูเจ้าก็ได้ประกาศว่า “คนเก็บภาษีกลับไปบ้านได้รับความชอบธรรม แต่ฟาริสีไม่ได้รับ.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

 

 

https://youtu.be/i-r-j3R9eoE