วันพุธที่ 18 มีนาคม 2020 ระลึกถึงนักบุญซีริล แห่งเยรูซาเล็ม พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

 

 จงจดจ่อในพระวาจา 

นิ่งสงบในการอธิษฐาน...

รอคอยและวางใจ

ในการทรงนำของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญซีริล แห่งเยรูซาเล็ม

พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

https://youtu.be/CO9WaTIR1KU

 

https://youtu.be/o-3PczFCzcQ

 

Thy Word

https://youtu.be/FS1LAc5DSCU

 

 

 

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2020

ระลึกถึงนักบุญซีริล แห่งเยรูซาเล็ม

พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

อ่าน :

ฉธบ 4:1,5-9

มธ 5:17-20

 

เมื่อกาลเวลาผ่านเปลี่ยนไป พระเยซูเจ้าที่ใส่ใจใน

ความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม ตอกย้ำ

ทำให้บรรดาศิษย์ได้เข้าใจถึงความจำเป็น

ของการ “ปรับปรุง” ให้เหมาะสมกับยุคสมัย

 

เมื่อโมเสสในฐานะผู้นำ สอนอิสราเอล

ประชากรของพระเจ้า ให้เข้าใจ

ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ นอกจากย้ำให้จำใส่ใจ

ยังกำชับให้ทำทุกอย่าง และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 

ท่านทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

 

ด้วยตระหนักว่า คริสตชน ต้องเป็น

คนผู้ที่นำพระคริสตเจ้าไปสู่ผู้อื่นและ

ได้สัมผัสกับพระเมตตา ความรักของพระเจ้า

ทำให้นักบุญซีริล เอาใจใส่สัตบุรุษของท่าน

โดยเน้นย้ำภารกิจการสอนคำสอน

ให้ได้มีพื้นฐานความเชื่อที่ลึกซึ้ง

 

หมายเหตุ..

หนทางสู่ความสำเร็จ

จำเป็นต้องเรียนรู้ และปรับปรุง

สิ่งที่เคยผิดพลาด ล้มเหลว

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

วันพุธที่ 18 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ฉธบ 4:1,5-9 / มธ 5:17-20

ในช่วงปี 1973 สายการบินแอตแลนติก South Eastern เที่ยวบินที่ 401 จะลงที่สนามบินไมอามี่รัฐฟลอริดาแต่นักบินไม่แน่ใจว่า เกียร์บังคับเครื่องบินให้จอดทำงานหรือไม่ เพราะทุกครั้งเกียร์นี้ถูกปลดลงจะมีไฟสามดวงขึ้นที่หน้าปัด แต่ครั้งนี้ไฟดวงหนึ่งไม่ติด เวลานั้นดึกแล้ว หอบังคับการบินไม่สามารถให้ข้อมูลสำคัญนี้แก่นักบินได้ นักบินผู้ผู้ช่วยและวิศวกรต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการพยายามหาคำตอบให้ได้ว่า มีอะไรผิดปกติ พวกเขาจึงลืมบังคับเครื่องบิน จึงทำให้เครื่องบินดิ่งลง สู่เอเวอร์เกลดส์ ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ข้างสนามบินไมอามี ผู้โดยสารบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด การสืบสาเหตุในเวลาต่อมาพบว่าเกียร์บังคับเครื่องลงจอดถูกปลดลงมาแล้วจริงๆ เพียงแต่หลอดไฟเล็กๆที่หน้าปัดขาดเท่านั้น อย่างอื่นไม่มีอะไรผิดปกติเครื่องบินนี้พังพินาศ เพราะหลอดไฟเล็กราคาไม่กี่บาท

มีใครสามารถพูดว่า การไม่วางยาพิษคู่ครอง ถือว่าเป็นข้อพิสูจน์ว่าคนๆนั้นรักคู่ครองของตนเอง? หรือ มีใครสามารถพูดว่า การไม่ได้ขโมยของใคร แสดงว่าคนๆนั้น ได้ปฏิบัติตามพระบัญญัติประการเจ็ด และประการสิบแล้ว? แน่นอน อาจจะมีคนจำนวนมากมีความเห็นดังกล่าว แต่จิตตารมณ์ของพระบัญญัติของพระเป็นเจ้านั้น มีอะไรที่สำคัญกว่า “อย่าทำ” เพราะมันยังเรียกร้องให้เรา “ควรทำ” ในฐานะเป็นชาวยิว พระเยซูเจ้าท่องพระบัญญัติจนขึ้นใจ  ดังนั้น เมื่อพระองค์โต้ตอบกับหมอกฏหมายเรื่องธรรมบัญญัติของโมเสสว่าบทบัญญัติข้อใดสำคัญกว่าหมด พระองค์จึงได้สรุปพระบัญญัติ เป็นสองประการที่สำคัญ คือ 1.จงรักพระเป็นเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจของท่าน และ 2.จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง     พระองค์ยังกล้าสรุปว่า “ตราบใดที่ฟ้าและดินยังไม่สูญสิ้นไป แม้แต่ตัวอักษรหรือจุดเพียงจุดเดียว จะไม่ขาดหายไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าทุกอย่างจะสำเร็จไป”     แน่นอน หลอดไฟดวงเล็กๆเพียงหลอดเดียวที่ดับลง ทำให้เครื่องบนลำนั้นตกฉันใด พระเยซูเจ้าก็ให้ความสำคัญแก่ตัวอักษรเล็กๆ ในธรรมบัญญัติ ที่พระองค์จะไม่ปล่อยให้มันถูกลบไป เพราะมันมีความสำคัญ ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์.

                                                                                                                                 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)