วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 


ขอทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้น 

ด้วยความรักมั่นคงของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/tiR0BzpwDUA

 

https://youtu.be/XMmw3FoR22w

 

เพราะรักเรา 

http://youtu.be/nX82fCkl6SU

 

 

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

ปฐก 37:3-4,12-13ก,17ข-28

มธ 21:33-43,45-46

 

พระเยซูเจ้าเล่าอุปมาเรื่องคนเช่าสวนองุ่น

ทำให้เห็นว่า ความโลภ ไม่ซื่อสัตย์ ต่อข้อตกลง

นำพวกเขาให้วางแผนของตน ที่จะทำทุกสิ่ง

แม้ในสิ่งที่ชั่วร้าย แต่สุดท้าย 

พวกเขากลับ ไม่เหลืออะไร

 

แม้ความอิจฉาจะเป็นเหตุให้พี่ ๆ บางคน

ปรารถนาจะฆ่าโยเซฟ แต่พระเจ้าทำให้เห็นว่า

ถ้าเป็นแผนการณ์ของพระเจ้าแล้ว พระองค์ทรงสามารถ

เปลี่ยนความคิด การกระทำที่หลายคนมองว่าชั่วร้าย

ให้กลับกลายเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ในอนาคต

 

หมายเหตุ..

ความโลภ ไม่ซื่อสัตย์ ไม่เคยนำคนที่ปฎิบัติ

ให้ยืนหยัดได้อย่างสุขใจในสิ่งที่ทำ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ปลูกสวนองุ่นไว้สวนหนึ่ง ทำรั้วล้อม ขุดบ่อย่ำองุ่น สร้างหอเฝ้า...” (มธ 21:33-34, 45-46)

 

คือการเตรียมไว้อย่างดี

เพื่อมอบให้เกิดประโยชน์

และถวายคืนให้พระองค์บ้าง

 

แต่อุปสรรค คือรักที่พระมอบให้

ฉันคงต้องก้าวผ่านให้ได้

เพื่อผลิตผลจากพระทัยดีของพระเจ้าในชีวิตฉัน

และพร้อมที่จะถวายคืนแด่พระองค์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ.

 

 

________________

 

บทไตร่ตรองของผมวันนี้ พิมพ์ส่งมาแบ่งปันให้พี่น้องช้าเป็นพิเศษ ซึ่งผมยอมรับกับพี่น้องจริงๆ ว่า ผมหมดแรงไปครับ เมื่อไตร่ตรองพระวาจาวันนี้ มือ นิ้วมันเหมือนจะไม่มีแรงทำงานนี้ครับ จิตใจผมห่อเหี่ยวมาก จนไม่มีกำลังใจจะทำงานนี้... นี่คือสิ่งที่ผมยอมรับอย่างจริงใจต่อพี่น้อง แบบไม่กลัว ไม่อาย แต่ผมต้องยอมรับถึงความอ่อนแอนี้จริงๆ ครับ แม้ผมจะเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ซึ่งบางทีพี่น้องอาจจะคิดว่าผมต้องแข็งแกร่ง แต่เปล่าเลย ผมก็มีความอ่อนแอ อ่อนไหว เหมือนกับพี่น้องครับ และนี่แหละ คือคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ผมตัดสินใจ พิมพ์บทไตร่ตรองมาแบ่งปันกับพี่น้อง เพราะพระเจ้าไม่ได้ละเว้นให้เป็นพิเศษกว่าใครๆ พระองค์ให้ผมเป็นประกาศกแห่งความผิดหวังที่ยังคงเหลือซึ่งความวางใจ แม้จะท้อแท้ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

เรื่องราวมันอยู่ที่บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ครับ (ปฐก 37:3-4, 12-13ก, 17ข-28) บทอ่านที่นำข้อคิดให้กับเราว่า แม้มนุษย์จะมีแผนการชั่วร้าย แต่พระเจ้าทรงเปลี่ยนให้เป็นหนทางแห่งความรอดพ้นของพระองค์ นั่นก็คือ พระองค์ทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่รักพระองค์... ชะตากรรมชีวิตของโยเซฟ ผู้ที่ดูเหมือนได้รับความอยุติธรรมจากพี่น้อง แต่ทว่า พระเจ้าทรงเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นความรอดพ้นของคนอีกมากมาย... 

 

เรื่องนี้เองครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกเสียดแทงในหัวใจเช้านี้ และไม่สามารถมีพลังเพียงพอในการแบ่งปันกับพี่น้องบ่ายจนเกือบเย็นแล้วนี้  พี่น้องครับ มันคือความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า มันคือสิ่งที่ไม่เข้าใจ ว่าอะไรนักหนาที่มันเกิดกับชีวิตของผม ผมไม่เคยสมหวังในแผนการสำคัญๆ เลย แม้ว่าหลายครั้งจะพยายามคุยกับหัวใจของตนเองด้วยความเชื่อก็เถอะ... พอไหวนะครับพี่น้อง แต่หนักๆ เข้า หลายครั้ง ผมก็เกิดคำถามกับพระเจ้าเช่นกัน ผมจะมั่นใจอย่างไร ผมบอกพี่น้องตรงๆ นะครับ หลายครั้งผมเองก็ดูเหมือนขาดความเชื่อในเรื่องเช่นนี้ที่ต้องเผชิญบ้างเหมือนกัน... แม้ในช่วงเวลานี้ ช่วงที่กำลังเขียนบทไตร่ตรองให้พี่น้องนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากของผม ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาประดัง จนบางที่ต้องถามว่า “มันจะอะไรกันนักกันหนาเนี่ย...” จนในมุมมองของความรู้สึกในวันเหล่านี้ ครับพี่น้อง ผมคงต้องพยายามมองด้วยสายตาของความเชื่อและความวางใจในพระเจ้าเท่านั้นเอง เพื่อทำให้ผมมั่นในว่า พระเจ้าจะทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

เอออออ... ผมถอนหายใจยาวๆ ... ชีวิตของเราคงไม่ต่างกับสวนองุ่นที่ต้องผ่านวิกฤตมากมายเช่นกัน กว่าจะมีผลผลิตที่ทรงคุณค่าถวายคืนแด่พระเจ้าได้... และความน้อยใจใดเล่าจะทำให้ผมต้องสูญเสียกำลังใจ แม้ว่าในความเป็นจริง มันก็เสียกำลังใจไปมากเหมือนกันครับ

 

ชีวิตของเรา ตือสวนองุ่นที่พระเจ้าทรงปลูกไว้ เพื่อแบ่งผลประโยชน์คืนให้พระองค์บ้าง นี่คือสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ เตือนให้เราได้ไตร่ตรอง ถึงสิ่งที่เรามีในชีวิตของเรา ที่ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราเลย... พระพรที่เราได้รับทั้งหมดในชีวิตของเรา คือสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้ แต่อาจจะเป็นได้ ที่หลายครั้ง เรากลับยึดสิ่งเหล่านั้นเป็นผลประโยชน์ของเราเอง และไม่เคยสนใจพระเจ้าที่เป็นเจ้าของทุกสิ่งที่พระเจ้าแบ่งปันให้กับเรา... มากกว่านั้นคือ... แม้กระทั่งผลประโยชน์ที่เราได้รับ ก็ไม่ใช่เพราะความสามารถของเรา แต่เป็นพระพรของพระเจ้าที่ประทานให้ ดังที่นักบุญเปาโลบอกเราว่า “ข้าพเจ้าคือผู้รดน้ำพรวนดิน แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้บันดาลการเจริญเติบโต”

 

พี่น้องทั้งสิบสองคนของอิสราแอลที่ถูกกล่าวถึงในบทอ่านที่หนึ่ง (ปฐก 37:3-4, 12-13ก, 17ข-28) คือเรื่องราวของบุตรแห่งพระพรของพระเจ้าที่ประทานให้กับอิสราแอล แต่ความบาปและความอิจฉาเข้ามาทำลายความสัมพันธ์อันดีของความเป็นพี่น้องในครอบครัว จนถึงกับต้องการทำลายล้างกัน โดยที่แต่ละคนอาจจะลืมไปเลยว่า ทุกคนได้รับพระพรจากพระเจ้าไม่น้อยไปกว่ากัน แม้ว่าจะเป็นพระพรที่แตกต่างกันบ้างก็ตาม แต่เป็นพระพรที่พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อประคับประคองช่วยเหลือกันและกัน และสิ่งนี้ เราก็พบว่า สิ่งที่บรรดาพี่ชายได้ทำกับโยเซฟ กลับกลายเป็นพระพรของพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าภายหลัง และเป็นพระพร เป็นความรอดพ้นของคนมากมาย

 

สุดท้าย คงต้องนิ่ง และฟังพระองค์อีกนั่นแหละ พระเจ้าข้า...

สุดท้ายคงต้องมั่นใจในพระองค์ วางใจในพระองค์ และเดินหน้าต่อไปนั่นแหละ พระเจ้าข้า

โปรดประคับประคองความเชื่อน้อยนิดของลูกด้วยเถิด.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ปฐก 37:3-4,12-13,17-28 / มธ 21:33-43,45-46

ความตายเป็นที่ยอมรับได้ เพราะทุกคนถือว่า เป็นความจริงของชีวิต ที่มนุษย์เกิดมา แล้ววันหนึ่งต้องตายจากโลกนี้ไป แต่ถ้าความตายเกิดจากการใช้ความรุนแรง หรือเกิดจากการฆาตกรรม หรือจากการถูกทรมาน ทุกคนจะถือว่า บุคคลที่ทำให้คนอื่นตายนั้น เป็นคนที่ทำลายศักดิ์ศรีของมนุษย์ และเรียกร้องอาชญาโทษจากพระเป็นเจ้า การฆ่าคนตายจึงเป็นบาป ที่ส่งเสียงร้องไปยังสวรรค์

การฆ่าคนตายเป็นงานของซาตาน ผ่านทางฝีมือของมนุษย์ เพื่อทำลายชีวิตของคนอื่น และถ้าคนใดคนหนึ่งฆ่าคนตาย เขาคนนั้นคือฆาตกร แต่บางครั้ง พระเป็นเจ้าสามารถที่จะนำสิ่งดีดี จากสิ่งเลวร้ายที่ซาตานและสมุนของมันกระทำ พระองค์สามารถทำได้ เพราะพระองค์เป็นพระเป็นเจ้า ดังนั้น เมื่อพระองค์ปล่อยให้โยเซฟถูกขายให้เป็นทาสแก่พ่อค้าชาวอียิปต์ หรือเมื่อพระองค์ปล่อยให้พระเยซูเจ้า พระบุตรของพระองค์ถูกนำไปตรึงบนไม้กางเขน ในกรณีของโยเซฟ พระองค์ทรงกระทำเพื่อจุดประสงค์ที่ดี คือ โยเซฟจะช่วยให้ชาวอิสราเอลและชาวยอียิปต์ ให้พ้นจากความอดอยากของการขาดแคลนอาหารตลอดระยะเวลา 7 ปี ในกรณีของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงกระทำ เพื่อให้มนุษย์ได้รับการไถ่กู้ อาศัยพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์

ดังนั้น เราคิดอย่างไร เมื่อเราอ่านหรือเห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกวัน ผ่านทางเครื่องมือสื่อสารต่างๆ? ทำให้เราเห็นการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ระหว่างพระเป็นเจ้าและซาตาน ที่ได้เริ่มต้นตั้งแต่แรกเริ่มของการสร้างโลก จนถึงวันสุดท้าย คนที่อยู่ฝ่ายพระเป็นเจ้าจะถูกโจมตีและถูกฆ่า ดูเหมือนว่า ซาตานเป็นฝ่ายชนะ แต่ที่สุด พระเป็นเจ้าจะเป็นฝ่ายชนะ แม้ความชั่วร้ายจะเพิ่มขึ้นทุกวัน และซาตานจะแสดงความโหดร้ายมากขึ้น แต่ที่สุด พระเยซูเจ้าจะเสด็จมาพร้อมกับเกียรติมงคล เพื่อพิพากษาทั้งผู้เป็นและผู้ตาย แต่ที่สำคัญ คือ เราต้องอยู่ฝ่ายพระเป็นเจ้าตลอดไป เมื่อพระองค์จะเสด็จมา ดังที่พระองค์เคยตรัสว่า ใครที่อยู่กับพระองค์ จะถูกรวบรวมไว้ ส่วนคนที่ไม่อยู่กับพระองค์ จะกระจัดกระจายไป.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)