วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 


 

โอพระเจ้า ขอโปรดตรวจจิตใจข้า

ทดลองว่าความคิดนั้นเป็นอย่างไร

หากพระองค์พบความชั่ว ใจมักใหญ่

ขอโปรดให้ทรงชำระสะอาดพลัน

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/m72nCzpyPvg

 

https://youtu.be/-ZD4qxzJ8EA

 

 ใจข้าแสวงหา

http://youtu.be/zTeLKPG2QkQ

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

ยรม 17:5-10

ลก 16:19-31

 

พระเยซูเจ้าเตือนใจ ฟาริสี และผู้มั่งมี

ให้พวกเขาได้เข้าใจว่า อำนาจ ทรัพย์สินที่มี

ไม่สำคัญ เท่ากับวิธีใช้ เพราะสำหรับพระเจ้า

คนมั่งมีที่ไม่ใส่ใจในความต้องการของเพื่อนพี่น้อง

ที่ต้องการความช่วยเหลือ จะถูกลงโทษ 

ส่วนคนที่วางใจจะได้รับรางวัล

 

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกเยเรมีย์ ตอกย้ำ 

คนที่วางใจในพระเจ้า ย่อมได้รับพร 

เพราะเขาจะไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใด

 

หมายเหตุ..

ความไว้วางใจ เริ่มจาก..

การเชื่อมั่น ในส่วนดีของกันและกัน..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ...” (ลก 16:19-31)

 

ศิษย์พระเยซู

ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏไม่ได้...

 

ลูกของพระเจ้า

ชีวิตคือพระพรยิ่งใหญ่

เพื่อแบ่งปันเพื่อกันและกัน

 

การมีความสุขแต่เพียงผู้เดียวนั้น

ไม่คุ้มค่าชีวิตที่พระประทานมา

ฉันได้ทำให้พระพรนั้นเกิดประโยชน์กับผู้อื่นบ้างไหม มากน้อยเพียงใด...

 

________________

 

พระวรสารเรื่องเศรษฐีกับลาซารัสนี้ เป็นเรื่องที่น่าไตร่ตรองเรื่องหนึ่ง ตั้งแต่เล็กๆ ผมมองพระวาจาตอนนี้ และก็ถามเสมอว่า เศรษฐีผิดอะไร อะไรคือความผิดหนักของเขา ที่ถึงกับทำให้เขาต้องรับทรมานในไฟขนาดนั้น ผมไม่เข้าใจครับ

 

พี่น้องที่รักครับ หากมองชีวิตของเศรษฐีในพระวรสารวันนี้ เขาร่ำรวย สามารถจัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน นั่นแสดงว่าเขารวยมากจริง ชีวิตของเขาไม่มีบันทึกว่า เขาทำอะไรผิด เขาไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ขโมยอะไรใคร ไม่ได้ด่าใคร เพียงแต่เขาใช้ชีวิตที่หรูหรา ซึ่งก็ไม่น่าผิดอะไรใช่ไหม เขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ครับ

 

แต่ แต่ แต่... ช้าก่อน สำหรับเราคริสตชน สำหรับศิษย์พระเยซู สำหรับลูกของพระเจ้า พระวรสารวันนี้ตอกย้ำสิ่งเราไตร่ตรองมาตลอดสองสัปดาห์ของเทศกาบมหาพรตนี้ เราถูกเรียกร้องจากพระเจ้าให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เราถูกเรียกร้องให้เป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังพระบิดาของเรา นั่นหมายความว่า เป็นคนดีเท่านั้น อาจจะยังไม่พอสำหรับลูกของพระเจ้า แต่กระแสเรียกของเรา คือการเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์

 

พี่น้องที่รักครับ เป็นคริสตชน เป็นลูกของพระเจ้า ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏยังไม่พอครับ ไม่โกหก แต่ก็ไม่บอกความจริง ไม่ขโมย แต่ก็ไม่ให้ใคร ไม่ทำร้าย แต่ก็ไม่ช่วยใคร ไม่ด่าใคร แต่ก็ไม่ให้กำลังใจใคร... พี่น้องครับ เป็นลูกพระ เท่านี้ไม่พอจริงๆ แต่เราต้องเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ดังพระบิดาของเราครับ

 

ยากนะครับ แต่พลังของเรามาจากพระเจ้าครับ เราต้องเป็นต้นไม้ที่หยั่งรากลึกในความรักของพระองค์ครับ แล้วเราจะสามารถให้ผลที่งดงามเพื่อความดีของทุกคน และเพื่อพระสิริมงคลของพระเจ้า

 

“เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ...” (ลก 16:19-31) ชีวิตเป็นพระพร เป็นสิ่งดีๆ ที่เราได้รับทุกวันจากความรักของพระเจ้า เพราะพระเมตตาของพระองค์ ไม่ใช่เพราะความดีอะไรของเรา และชีวิตนี้เอง ต้องเกิดผล ด้วยการรักและแบ่งปันพระพรที่ได้รับจากพระเจ้าเพื่อพี่น้องของเรา โดยเฉพาะผู้ที่ยากจน และต้องการความช่วยเหลือจากเรา การที่เราไม่ได้ช่วย ก็ไม่ต่างอะไรเท่ากับการพยายามฆ่านั่นเอง...

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นพลังของลูก เพื่อบนมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานใดนี้ ลูกจะสามารถเจริญชีวิต สมกับเป็นลูกของพระองค์

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพฤหัสที่ 12 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ยรม 17:5-10 / ลก 16:19-31

ในบรรดาความทรมานทั้งหลาย ความทรมานใจเป็นสิ่งที่หนักหนาที่สุด บางทีไม่มียาขนาดใด ที่จะสมานแผลความทรมานใจได้ แต่ทุกคนเข้าใจความทรมานใจเป็นอย่างดี เพราะต่างเคยมีประสบการณ์มาก่อนใช่หรือไม่? ประกาศกเยเรมีย์ได้เคยสังเกตมาก่อน อาศัยการอ่านหนังสือของท่าน เราจะรู้จักความรู้สึกและแรงจูงใจภายในใจ ที่จะผลักดันให้มนุษย์เลือกทำสิ่งต่างๆ เยเรมีย์ได้ช่วยให้เราเห็นอย่างชัดเจน ในกรณีที่มีความถดถอยของความเชื่อ เพราะท่านได้เคยศึกษาและได้สังเกตหัวใจและจิตใจของมนุษย์ และยังได้เคยพิสูจน์ใจและความรู้สึกของตนเอง จนพบว่ามันมีความสลับซับซ้อนไม่น้อยกว่ากัน

แน่นอน บรรดาสิ่งต่างๆ องค์ประกอบ และโครงสร้างที่มีอยู่ในโลกนี้ หัวใจของมนุษย์เป็นสิ่งที่เข้าใจยากที่สุด วันนี้ พูดกับพระเป็นเจ้าว่า “ตกลง” แต่วันพรุ่งนี้ พูดกับพระเป็นเจ้าว่า “ไม่ตกลง” และสลับไปสลับมาอย่างนี้เกือบทุกวัน ทำไมมนุษย์จึงไม่ตอบรับ “ตกลง”เหมือนกันทุกวัน? และทุกคนต่างก็ทำแบบเดียวกันกับเพื่อนมนุษย์อื่นๆ เขาเคลือบหัวใจด้วยความรู้สึกเร่าร้อนและเย็นชา วันนี้ สัญญาว่าจะมีรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงกับคุณ แต่พรุ่งนี้ กลับทำใจเหมือนหิน แล้วใครเล่าเข้าใจหัวใจของมนุษย์ได้ดีที่สุด? เยเรมีจึงได้ชูมือขึ้น เพื่อขอคำอธิบาย และเขาก็ตอบว่า ไม่มียาขนานใดจะรักษาได้

แต่ในตอนสุดท้ายของข้อเขียนของท่าน ท่านได้สรุปว่า พระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียว ที่สามารถพิสูจน์จิตใจ และทดสอบใจของมนุษย์ เพราะฉะนั้น พระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียวสามารถที่จะตอบสนองความดี หรือความไม่ดีของกิจการของมนุษย์ เรื่องนี้ได้ปรากฏอย่างชัดเจน ในเรื่องเศรษฐีและลาซารัส ในพระวรสารวันนี้ ให้เราสังเกตว่า เศรษฐีได้รับการทรมาน ไม่ใช่เพราะเขาเคยฆ่าใคร หรือเป็นชู้กับหญิงอื่น หรือเคยขโมยของๆใคร ที่กฎหมายของโมเสสห้าม แต่เพราะเขาดำเนินชีวิตที่หรูหรา และไม่สนใจในความยากจนของลาซารัส เขาวางใจในตัวเองและทรัพย์สมบัติอของเขา ไม่ใช่วางใจในพระเป็นเจ้า ตรงข้ามกับลาซารัส ที่ไว้วางใจในพระเป็นเจ้า.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)