วันพุธที่ 11 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

 
เพราะเรามีความเชื่อ เราจึงมีความหวัง 

เพราะเรามีความหวัง เราจึงเดินไปในทางที่เราเชื่อ...

จงอย่าสิ้นหวัง แม้ว่าดูเหมือนจะหมดหวัง

 

บทอ่านประจำวันพุธที่  11 มีนาคม 2020 

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/UXg9sxezqe0

 

https://youtu.be/rGTRvnmn6rM

 

เราจะเปล่งเสียงโมทนา

http://youtu.be/zqBD24pwCmA

 

 

 

วันพุธที่ 11 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

ยรม 18:18-20 

มธ 20:17-28

 

พระเยซูเจ้าเน้นย้ำ โดยเฉพาะ กับผู้ที่พระองค์ทรงเลือก

และมอบอำนาจให้นั้น ...อำนาจที่พวกเขาได้รับ

มิใช่ เพื่อจะทำให้พวกเขากลายเป็น “คนสำคัญ” 

แต่มันหมายถึงการเป็นคนที่ “รับใช้” 

เพราะผู้นำตามแบบของพระเยซูเจ้า 

มิใช่เป็น “ผู้ใช้” แต่เป็น “ผู้รับใช้” ผู้อื่น

 

ประกาศกเยเรมีย์ ทำให้เห็นถึง หัวใจของผู้รับใช้ฯ..

ในพันธกิจ ชีวิตของการประกาศข่าวดี 

แม้ว่าจะถูกกล่าวหาพูดจาให้ร้าย 

แต่สุดท้ายแล้ว เขาจะไม่ตอบโต้ความชั่ว

ด้วยความชั่ว …

 

หมายเหตุ..

“ผู้ใดที่ถ่อมตนลง 

จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” 

(มธ 23:12)

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 11 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ท่านต้องการอะไร...” (มธ 20:17-28)

 

ฉันเป็นคริสตชน

ฉันเป็นศิษย์พระเยซู

ฉันเป็นพลมารี คูร์ซิลโล เซอรร่า มากมายหลายองค์กร

ฉันเป็นนักบวช ฉันเป็นพระสงฆ์

ฉันเป็นของพระองค์ 

ฉันเดินตามพระองค์

 

ฉันต้องการอะไร...

ฉันต้องการอะไรจริงๆ จากพระองค์แน่...

 

________________

 

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ นำให้เราไตร่ตรองมาถึงหนทางของการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้า เมื่อบรรดาศิษย์ของพระองค์ เดินไปพร้อมกับพระองค์ และกำลังใกล้จะถึงกรุงเยรูซาแลม ที่หมายของพระเยซูเจ้าเพื่อทำให้พระประสงค์ของพระบิดาของพระองค์สำเร็จไป และสำหรับบรรดาศิษย์ พวกเขาดูเหมือนกำลังตื่นเต้นไม่น้อยด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อกำลังเข้าใกล้กรุงเยรูซาแลม เพื่อให้เป้าหมายของพวกเขาสำเร็จไปตามที่พวกเขาต้องการ ตื่นเต้นมาก แต่เป็นความตื่นเต้นในความเข้าใจผิด ถึงจุดประสงค์ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขาให้เป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ซึ่งเราพบว่า ก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงทำนายถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติของพระแมสซิยาห์ของพระองค์ นั่นคือ พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ... ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือความเข้าใจผิดของบรรดาศิษย์ พวกเขาเอาตนเองเป็นหลักในการคิดและตัดสินใจติดตามพระเยซูเจ้า พวกเขาเข้าใจว่าพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ และการติดตามพระองค์ของพวกเขา ก็มีจุดหมายที่การเป็นใหญ่พร้อมกับพระองค์ แต่แท้จริงแล้ว พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์จริงๆ นั่นแหละครับ แต่ทว่า กษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีพระบัลลังก์บนไม้กางเขน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ

 

น่าสงสารพระเยซู พระอาจารย์ของพวกเขานะครับ พระองค์ทรงเรียกบรรดาศิษย์ให้ติดตามพระองค์ ทรงเฝ้าสั่งสอนพวกเขามาตลอดเวลาสามปี แต่ทว่า จนวันนี้ ใกล้ถึงเยรูซาแลมแล้ว พวกเขากลับยังไม่เข้าใจพระองค์เลย มากกว่านั้น พวกเขาเข้าใจพระองค์ผิดจริงๆ พวกเขาคาดหวังผิดๆ ในพระองค์เสียแล้ว...

 

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ บทอ่านที่หนึ่งเตือนให้เราฟังพระองค์ พระวรสารก็เหมือนกำลังตอกย้อนให้เราฟังพระองค์มากขึ้น ฟังพระองค์จริงๆ ให้พระองค์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เอาตนเองเป็นศูนย์กลางในการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ศิษย์ย่อมต้องเดินตามอาจารย์ ไม่ใช่เป็นผู้นำอาจารย์...

 

สำหรับผม วันนี้ สองคำถามเกิดขึ้นในใจผม... ผมเป็นคริสตชน เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ซึ่งรากฐานของชีวิตจริงๆ แล้วนั้น คือ ผมเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าครับ วันนี้ ผมต้องถามตนเองจริงๆ อีกสักครั้ง ผมรู้จักพระเยซูเจ้ามากน้อยเพียงใด ผมยอมรับพระองค์มากน้อยเพียงใด ผมยอมรับพระองค์ในทุกด้านหรือเปล่า หรือผมยอมรับพระองค์ในด้านที่มีความสุข สะดวกสบาย พบกับอัศจรรย์แห่งชีวิตมากมายในการเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์มีสัตบุรุษที่รักและเอาใจใส่ผมมากมาย มีบ้านพัก มีอาหารทาน มีงานทำ... น่าไตร่ตรองจริงๆ ว่า หากผมยังกำลังติดตามพระองค์อยู่ในวันนี้ ผมต้องการอะไรจริงๆ จากพระองค์...

 

จากมุมของความเป็นมารดาของบุตรเศเบดีทั้งสองคนนี้ นี่ก็เป็นคำถามสำคัญของคุณพ่อคุณแม่ของผมด้วย ท่านทั้งสองมอบผมให้กับพระคริสตเจ้า เพื่อเป็นศิษย์ติดตามพระองค์จวบจนวันนี้ พวกท่านต้องการอะไรจริงๆ จากพระองค์ พวกท่านต้องการอะไรจริงๆ จากคณะนักบวชที่ผมสังกัดอยู่ หวังให้ลูกเป็นอยู่สะดวกสบายหรือ หรือผมเอง หวังความสะดวกสบายจากการเป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์หรือ... โอ้ หากเป็นเช่นนั้น ทั้งผมและคุณพ่อ คุณแม่ พวกเราคงคิดผิดไปจริงๆ...

 

ผมทำงานกับผู้ป่วย ลูกๆ ของผมที่ติดเชื้อ HIV นี่คือกระแสเรียกของผมล่ะครับ และนั่นหมายความว่า พระพรย่อมมีมากพอในการทำงานนี้ หากเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกให้ผมทำงานของพระองค์... คุณพ่ออาจจะห่วงลูกชาย ที่อยู่ท่ามกลางเชื้อ HIV คุณแม่อาจจะห่วงที่ Covid19 กำลังระบาด คุณพ่อคุณแม่อาจจะถาม และต้องการให้ลูกชายของท่านไปอยู่ในที่ที่ดี และปลอดภัยกว่านี้... จะได้ไหม...

 

ภาพของมารดาของบุตรเศเบดี ในพระวรสารวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของศิษย์ทั้งสองคนนี้ ที่คงรู้ดีว่า พวกเขาทั้งหลายนั้นต้องการอะไรจากการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า...

 

โอ้ คริสตชนอย่างเราๆ นี่ด้วยครับ... เราต้องการอะไรจริงๆ ในการเป็นคริสตชน ในการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า เรายอมรับพระองค์ทุกด้านจริงๆ หรือเปล่า หรือเพียงหวังลมๆแล้งๆ ว่าจะเป็นใหญ่ ร่ำรวย มีอำนาจในพระองค์ แต่ทว่า เราทราบหรือเปล่าว่า ในความเป็นใหญ่ที่เราอยากร่วมกับพระคริสตเจ้านั้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระบัลลังก์บนไม้กางเขน ฉันยอมรับได้ไหม หรือฉันอยากจะลาออกจากการเป็นคริสตชนแล้วล่ะ เพราะไม่รวยสักที เจ็บป่วยเรื่อยเลย พระเยซูเจ้าช่วยอะไรฉันบ้างล่ะ...

 

พี่น้องที่รักครับ เช้านี้ผมได้เขียนไว้นิดหน่อย คือตอนบนบทไตร่ตรองนี้ ไม่กี่บรรทัด และผมก็ต้องออกไปข้างนอกเพื่อพันธกิจของลูก ผู้ป่วยของผมที่โรงพยาบาล และได้กลับมาเขียนขยายความการไตร่ตรองให้พี่น้องต่อเวลานี้นั้น... พี่น้องครับ ผมอยากเชื้อเชิญให้เราไตร่ตรองร่วมกัน ในช่วงเวลาของการที่เรากำลังเป็นศิษย์พระเยซูนี้ ท่ามกลางปัญหามากมายวันนี้ โรคระบาด เศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ฯลฯ เราเคยสิ้นหวังในการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูเจ้าหรือเปล่า หรือคิดอยากถอยหลังบ้างหรือยัง... พี่น้องครับ เราคงไม่ต้องท้อใจนะครับ บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าเองก็ไม่เข้าใจหนทางของพระองค์หรอก แต่โดยการไม่ทิ้งพระองค์ ทีละเล็กทีละน้อย พวกเขาเริ่มเรียนรู้คำตอบของพระองค์ จุดประสงค์ และหนทางที่พระองค์ทรงเรียกพวกเขา และทรงเรียกเราด้วย เพื่อให้เราได้ครองราชย์ร่วมกับพระองค์

 

พี่น้องครับ ความเป็นใหญ่ของเราร่วมกับพระเยซูนั้นคือพระวาจานี้ครับ... “บุตรแห่งมนุษย์ไม่ได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์” เราคงต้องถามตนเองวันนี้นะครับ เราเข้าใจตรงกันหรือเปล่า เราเข้าใจตรงกับพระองค์หรือเปล่า หรือว่าเรายังมีหวังอะไรที่ตรงกันข้ามกับพระองค์เช่นศิษย์ของพระองค์สองคนนี้หรือเปล่า... คุณพ่อคุณแม่ ของบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ท่านเข้าใจความหมายนี้หรือเปล่า... ที่ท่านมอบลูกของท่านเพื่อพระคริสตเจ้านั้น วันนี้ เราเข้าใจตรงกันนะครับ...

 

ข้าแต่พระเจ้า ลูกเข้าใจพระองค์แล้ว พระเจ้าข้า...

ในความอ่อนแอนี้ ขอทรงเป็นพละกำลังและความกล้าหาญของลูกเสมอเถิด เพื่อจะติดตามพระองค์อย่างสัตย์ซื่อตลอดไป...

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพุธที่ 11 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ยรม 18:18-20 / มธ 20:17-28

ประกาศกเยเรมีย์ไม่ใช่เป็นเพียงประกาศก ที่ทำหน้าที่ทำนายถึงพระเมสสิยาห์ ที่จะรับทนทุกข์ทรมานเท่านั้น แต่ตัวท่านเอง เป็นเหมือนพระคริสตเจ้า ผู้จะต้องรับทนทุกข์เช่นเดียวกัน ตามประสบการณ์ส่วนตัวและชีวิตของท่าน ด้วยเหตุนี้เอง ท่านจึงเป็นประกาศกแท้ ที่ได้เป็นประจักษ์พยาน ถึงพระมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า   ผ่านทางข้อเขียนและประสบการณ์ในชีวิตจริงของท่าน 

การอ่านเรื่องของประกาศกเยเรมีย์ในเทศกาลมหาพรต จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง บทอ่านในวันนี้ ที่นำมาจากข้อเขียนของท่าน จึงช่วยให้เราเข้าใจและรับรู้ความระทมทุกข์ของพระเยซูเจ้า เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ และยังทำให้เราเห็นความระทมทุกข์ของท่าน และความโกรธที่ท่านมีต่อผู้เบียดเบียนท่าน แม้ท่านจะเรียกร้องพระเป็นเจ้า ให้มาเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่ท่านเรียกว่า การโจมตีที่  อยุติธรรมต่อตัวท่านเอง และขอให้พระองค์ได้ตัดสิน ที่เป็นประโยชน์ต่อท่าน

ประชากรในอาณาจักรยูดาห์และประชาชนในกรุงเยรูซาเล็ม ได้วางแผนจะเอาชีวิตท่าน ด้วยการทำร้ายท่าน ทั้งด้วยคำสบประมาทและการกระทำ และพวกเขาคิดว่า เมื่อสามารถขจัดเยเรมีย์แล้ว จะไม่มีใครรับรู้คำสั่งสอน คำปรึกษา และคำทำนายของท่านอีกต่อไป เพราะจะมีคนอื่นที่จะทำงานแทนท่าน และทำตามความต้องการของพวกเขา

ส่วนในพระวรสารในวันนี้ เราจะเห็นพระเยซูเจ้าเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ทำไมพระองค์จึงเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม? เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า พระองค์จะไปรับทรมานและสิ้นพระชนม์ที่นั่น ตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า แต่สำหรับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ พวกเขาทราบความจริงข้อนี้หรือไม่? ครั้งนี้ เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่พระองค์ได้บอกกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ เรื่องมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ที่กรุงเยรูซาเล็ม แต่พวกเขาไม่เข้าใจ กลับถกเถียงเรื่องใครจะเป็นใหญ่กว่ากันในพระอาณาจักรของพระองค์ จึงเป็นความเศร้าพระทัยอย่างยิ่งของพระเยซูเจ้า.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)