วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

 อย่าให้ความกลัวในสิ่งใดๆ...ทำให้ใจเธอหวั่น

อย่าให้อุปสรรคใดๆทำให้เธอขาดความเชื่อ

เพราะพระองค์ทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า..

"ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า"

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

https://www.youtube.com/watch?v=7YpbpzDNoHA

 

https://youtu.be/Onb3mx7SDCg

 

We Thank Thee 

http://youtu.be/QbOGwRtgka0

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

ปฐก 12:1-4ก

2 ทธ 1:8ข-10

มธ 17:1-9

 

ในพันธกิจ เมื่อพบที่ที่สะดวก สบาย 

อยู่แล้วมีความสุข เปโตรในฐานะศิษย์

อยากที่จะอยู่นาน ๆ แต่พระเจ้าทรงย้ำเตือน

สิ่งสำคัญในชีวิตศิษย์ คือ การติดตามพระคริสตเจ้า

ด้วยการ “ฟัง” และทำตามที่พระองค์สอน

 

ก่อนที่อับราม จะพบที่ที่สะดวกสบาย

ได้รับพรมากมายจากพระเจ้า และกลับเป็น

ผู้นำพระพรสำหรับคนอื่น ๆ นั้น ท่านต้องผ่าน

หนทางของการเชื่อฟัง ยอมรับ ปรับตัว

ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า

 

เมื่อเปาโล เทศนาเชิญชวน ผู้คน

ให้มาเชื่อในพระเจ้านั้น ท่านตระหนักดีว่า

เมื่อท่านฟัง เสียงเรียกของพระเจ้า

พร้อมกับการสอนสั่งให้เป็นคนศักดิ์สิทธิ์นั้น 

ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ท่านได้ทำ แต่เพราะพระประสงค์ 

พร้อมกับพระหรรษทานของพระเจ้า

 

หมายเหตุ..

ถ้า “รับฟัง”..

พูดเบา แค่ไหน

ยังงัยก็ไปถึงใจ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“จงฟัง...” (มธ 17:1-9)

 

จงฟัง...

พระวาจาเดียวเท่านั้นที่สำคัญ

เพื่อการติดตามพระคริสตเจ้าและเดินบนทางของพระเจ้า

 

ฟังอะไรมามากมาย

สิ่งดีๆ มากมายที่ได้ยิน

แต่บัดนี้ จงฟัง...

ฟังพระบุตรของพระเจ้าเท่านั้น

 

และการฟังนี้เอง

ทำให้เราเกิดความไว้วางใจ

คือความกล้าหาญที่จะเดินตามพระองค์

กล้าร่วมชีวิตกับพระองค์ทั้งครบ

คือ พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพ

 

วันนี้ ในชีวิตคริสตชนของฉัน

ฉันยอมรับพระคริสตเจ้ามากน้อยเพียงใด

ฉันยอมรับพระองค์ทุกมุมหรือเปล่า

หรือเพียงแต่ด้านเดียว คือพระสิริรุ่งโรจน์เท่านั้น 

แต่กลับไม่พร้อมที่จะร่วมในพระทรมานกับพระองค์...

 

________________

 

 

เราก้าวเข้ามาสู่สัปดาห์ที่สองแล้วในเทศกาลมหาพรต เทศกาลแห่งการฟื้นฟูชีวิตคริสตชน เพื่อการกลับใจอย่างต่อเนื่อง อาศัยการฟังพระวาจาของพระเจ้า เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูชีวิตแห่งการเรียกของพระเจ้า เพื่อให้เราเป็นลูกของพระองค์

 

บทอ่านที่หนึ่งวันนี้ (ปฐก 12:1-4ก) นำให้เราได้ไตร่ตรองแบบอย่างชีวิตคริสตชน ที่เราต้องเดินออกจากตนเอง คือการทิ้งทุกอย่างและมอบความวางใจไว้ในพระเจ้าเท่านั้น และบทอ่านที่สอง (2ทธ 1:8ข-10) ก็นำให้เราต้องตระหนักถึงชีวิตคริสตชนที่ต้องร่วมในชีวิตของพระคริสตเจ้า คือธรรมชาติของพระองค์ในการเป็นพระแมสซิยาห์ นั่นคือพระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพ

 

นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับบรรดาศิษย์ของพระองค์ ที่อาจจะติดตามพระองค์เพราะเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง แต่บนหนทางนี้พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงพระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ ซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย...

 

ต่อมาอีกหกวัน นั่นคือหลังจากที่บรรดาศิษย์ได้ยืนยันความเชื่อในพระคริสตเจ้า โดยมีนักบุญเปโตรเป็นตัวแทน และหลังจากนั้น พระองค์ได้ตรัสถึงพระทรมานของพระองค์ แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่เรียกว่าอัตตาของตนเอง ที่มองว่า พระคริสตเจ้าจะเป็นกษัตริย์ พระองค์จะเป็นใหญ่ที่กรุงเยรูซาแลม ดังกับว่า พวกเขาจะร่วมในความเป็นใหญ่กับพระองค์ด้วย

 

พี่น้องที่รักครับ ทบทวนชีวิตคริสตชนของเราหน่อยดีไหมครับ เมื่อเราเชื่อในพระคริสตเจ้าแล้ว เมื่อเราตัดสินใจเดินตามพระองค์แล้ว เมื่อเราสมัครใจเป็นศิษย์ของพระองค์แล้ว เรารู้จักและยอมรับพระองค์มากน้อยเพียงใด เรายอมรับพระองค์ในทุกด้านหรือเปล่า หรือเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หรือเรายอมรับแต่ส่วนที่ดี ยอมรับในส่วนที่มีความสุข แต่ไม่กล้าน้อมรับพระทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ล่ะ

 

วันนี้ พระเยซูเจ้าทรงให้ความบรรเทาใจและกำลังใจแก่บรรดาศิษย์ของพระองค์ทั้งสาม พวกเขาอาจจะฟังโมเสส เอลียาห์ บรรดาประกาศกมากมายมาย แต่บัดนี้ เสียงจากสวรรค์ตรัสกับเขา “จงฟังท่านเถิด” คือฟังสิ่งที่พระองค์ตรัส คือการออกจากความเป็นตัวตนของตนเอง และฟังพระองค์ หากต้องการเดินตามพระองค์ หากต้องการเป็นศิษย์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสบรรเทาพวกเขา “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” คืออย่ากลัวที่จะเชื่อฟังพระองค์ และก้าวออกจากตัวเอง เพื่อติดตามพระองค์อย่างแท้จริง

 

พี่น้องที่รัก พระวาจาของพระเจ้าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นความท้าทายเหลือเกินสำหรับเราคริสตขน ที่เราอาจจะถามว่า “มันจะเป็นไปได้หรือ มันจะเป็นไปได้อย่างไร” บัดนี้ ของให้เราฟังพระเยซูเจ้าเถิด เชื่อฟังพระองค์เถิด และเดินไปพร้อมกับพระองค์เถิด จากนั้น เราจะเข้าใจ เมื่อเราสามารถยอมรับพระองค์ทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านความรุ่งโรจน์เท่านั้น

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ลูกทิ้งตัวตนของลูก และสามารถเชื่อฟังพระบุตรสุดที่รักของพระองค์เถิด.

 

สุขสันต์วันพระเจ้าแด่พี่น้องทุกคนครับ

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ปฐก 12: 1-4 / 2ทธ 1:8ข-10 / มธ 17:1-9

มีคำพูดที่นิยมพูดกันเรื่องชีวิตภายใน คือ “การเดินทางชีวิตจิต” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า

ในการเดินพร้อมกับพระเยซูเจ้า และเพื่อนๆ ในแต่ละวัน โดยมีการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลา

นั้น “การเดินทางชีวิตจิต”ของแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัว และควรได้รับการปฏิบัติ ให้สอดคล้อ

เหมาะสมกับคนๆนั้น เราแต่ละคนมีจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้ายแตกต่างกันไป ในระหว่างเวลาที่ทำการเดินทางชีวิตจิต มีความเหมือนที่สำคัญของการเดินชีวิตจิต คือ ทุกคนเดินผ่านชีวิตตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ เราต้องยอมรับว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ จะพอใจหรือไม่พอใจก็ตาม

ในบทอ่านจากหนังสือปฐมกาลในวันนี้ เราจะเห็นความเชื่องของอาบราฮัม ที่ได้นบนอบต่อเสียงเรียกของพระเป็นเจ้า เพื่อให้เดินทางจากบ้านของบิดา และดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต และเราจะยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้น ที่ท่านมีอายุได้ 75 ปีแล้วในตอนนั้น

อาบราฮัมได้มอบตัวอย่างของความเชื่อให้แก่เรา ที่วางใจในพระเป็นเจ้าอย่างสุดๆ โดยไม่มีความมั่นใจในความมั่นคงฝ่ายโลกแต่อย่างใด ได้เดินทางจากดินแดนที่เป็นประเทศอิรักในปัจจุบัน ไปยังประเทศปาเลสไตน์ และในดินแดนนั่นเอง ที่ท่านได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่ และได้กลายเป็นบิดาของชาติใหม่และศาสนาใหม่ จากตัวอย่างของอาบราฮัม เราต้องไม่พูดหรือคิดว่า เราอายุมากเกินไป ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในทางที่ดีขึ้น เทศกาลมหาพรตเป็นเวลาที่เราจะแสวงหาสิ่งดีดีสำหรับชีวิต เราได้ยินพระศาสนจักรให้คำมั่นใจแก่เราว่า  เรากำลังทำทุกสิ่ง เพื่อเกียรติมงคลของพระเป็นเจ้า เช่นเดียวกับอาบราฮัม การเดินทางในเทศกาลมหาพรตนั้ จะจบลงอย่างมีความสุข โดยมีข้อแม้ว่า เราจะเดินทางก้าวหน้า ด้วยความเชื่อในพระเยซูเจ้าอย่างไม่เปลี่ยนแปลง.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)