วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2020 ระลึกถึง นักบุญแปร์เปตูอา และเฟลีชีตัส มรณสักขี

 

 

พระสัญญาของพระเจ้า

เป็นจริงเสมอ .. เป็นไปได้เสมอ

พระเจ้าไม่เคยสัญญาอย่างเลื่อนลอย

 

บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2020

ระลึกถึง นักบุญแปร์เปตูอา 

และเฟลีชีตัส มรณสักขี

https://youtu.be/wJcz6mKkF2I

 

https://youtu.be/erF-OHPSXcY

 

พระสัญญา

http://youtu.be/tv0XbUqKtkk

 

 

 

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2020

ระลึกถึง นักบุญแปร์เปตูอา 

และเฟลีชีตัส มรณสักขี

อ่าน :

ฉธบ 26:16-19

มธ 5:43-48

 

มาตรฐานศิษย์ของพระเยซูเจ้า 

การจะได้ชื่อว่า เป็นคนดีที่สมบูรณ์ 

ไม่พอแค่รัก คนที่รักเรา 

แต่จำเป็นต้องรักทุกคน

ไม่มีข้อยกเว้น 

รักแม้กระทั่งคนที่ทำให้เราเดือดร้อน

 

โมเสส ย้ำเตือน การจะเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า

จำเป็นต้องดำเนินชีวิต ตามหนทางของพระองค์ 

ปฎิบัติตาม ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ด้วยความเชื่อ

 

เมื่อนักบุญแปร์เปตูอา และนักบุญเฟลีชีตัส

ยึดมั่นในความเชื่อ แม้จะถูกทรมาน

เยาะเย้ย จากผู้คนรอบข้าง แต่ที่สุดชีวิตของพวกท่าน

ได้เป็นแบบอย่างแห่งความสุข ความชื่นชมยินดี

ให้กับผู้คนจำนวกมาก

 

หมายเหตุ..

วิธีที่จะหนุนนำ ให้สิ่งที่ทำเกิดผล

คือ การรัก ในส่ิงที่ทำ  

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์...” (มธ 5:43-48)

 

ลูกของพระเจ้าไม่มีทางเลือก

เพราะเราเป็นลูกพระเจ้า

เพราะเราเป็นดังนั้น

เราจึงต้องเป็น VIP ของพระองค์

เราต้องแตกต่างจากคนอื่นๆ เขามิใช่หรือ...

มิฉะนั้น เพื่ออะไร...

 

________________

 

 

หลายวันเหล่านี้ เมื่อผมมีแม่ครัวแล้ว ผมมีโอกาสแบ่งปันพระวาจากับผู้ป่วย มีโอกาสคุยกับลูกๆ ของผมใกล้ชิดขึ้น มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดพวกเขามากขึ้น และเรื่องพระวาจาของพระเจ้าในวันเหล่านี้ ก็เกิดเป็นประเด็นที่เรายกมาคุยกัน... “ต้องขนาดนั้นเลยหรือ...” “สูงไปหรือเปล่า...” “ละเอียดอ่อนมากเกินไปหรือเปล่า...” “เราทำอะไร คิดอะไรมากกว่าคนอื่นเขาเกินไปหรือเปล่า...” หลายคำถามเหล่านี้ที่เดินมาในทางเดียวกัน

 

วันนี้ บทอ่านที่หนึ่งเปิดคำตอบให้เราเห็นและเข้าใจ ให้เราเลือก ว่าหากเราเป็นประชากรของพระเจ้า เราก็ต้องเดินตามเสียงของพระองค์ ดำเนินชีวิตตามสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาให้เราปฏิบัติ (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง ฉธบ 26:16-19) เมื่อเราเลือกพระเจ้าแล้ว บทพระวรสารให้คำตอบกับเราในการดำเนินชีวิตบนสิ่งที่เรียกว่า “มาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานใด” คือสิ่งที่เราได้ฟังพระเยซูเจ้าในพระวรสารที่มัทธิวได้บันทึก เรายังจะมีคำถามอีกหรือ... เมื่อคำตอบคือ... “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์เป็นคนดีอย่างสมบูรณ์เถิด” (มธ 5:43-48)

 

แน่นอนครับ หากเราคริสตชนเดินบนหนทางเดียวกับคนอื่น หรือเพียงทำสิ่งที่เรียกว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน” นั้น พระเยซูเจ้าถามเราวันนี้ เรามีอะไรต่างกับคนอื่นๆ เล่า คนอื่นๆ เข้าก็ทำเช่นนั้นอ่ะ รักคนที่รักเรา ทักทายคนที่ทักทายเรา... โอ้ นั่นคือธรรมดาของโลกครับ... แต่พี่น้องที่รัก พระเยซูเจ้าทรงสอนศิษย์ของพระองค์ สอนพวกเราด้วยจริงๆ สอนให้เราเป็น VIP ครับ สอนให้เราเป็นคนพิเศษจริงๆ เพราะเราเป็นลูกของพระบิดาเจ้า

 

เอาล่ะครับ ผมคิดว่า พระวรสารวันนี้ วันเสาร์นี้ เป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของพระวาจาทีเราไตร่ตรองร่วมกันมาตลอดสัปดาห์นี้ รวมทั้งเป็นคำตอบของทุกๆ คำถามข้างต้นจริงๆ

 

โอ้ แต่ว่ามันยากนะ... ใช่ครับ พี่น้อง สำหรับผม แม้เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ ผมก็ยอมรับว่ายากเช่นกันครับ แต่ด้วยพระพรและพละกำลังของพระเจ้า ที่เสริมความเพียรพยายามของเราเท่านั้นเอง เราจะสามารถก้าวหน้าบนหนทางของพระองค์วันละเล็กวันละน้อยครับ

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงนำจิตใจของลูกกลับมาหาพระองค์ จะได้แสวงหาแต่สิ่งเดียวที่จำเป็น โดยการปฏิบัติกิจเมตตาปรานี อุทิศตนถวายคารวะกิจเป็นเกียรติแด่พระองค์ตลอดไปเถิด (เทียบ บทภาวนาของประธานวันนี้)

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน ฉธบ 26:16-19/ มธ 5:43-48

ท่านจะปล่อยให้บาปและความโกรธมีอิทธิพลต่อชีวิตของท่านหรือไม่? บุคคลแรกที่เกลียดชังน้องชายของตนเองคือกาอิน พระเป็นเจ้าได้เตือนใจเขาว่า “ เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดเบี้ยวอยู่ทำไม ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจ รับเจ้ามิใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้” (ปฐก 4:6-7) บาปไม่ได้พึ่งเกิดขึ้น ครั้งแรก มันเกิดขึ้นในหัวใจของคน เหมือนกับเมล็ดพืชที่ถูกหว่านลงไป แต่ถ้ามันได้รับการควบคุม ด้วยพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า มันก็จะเจริญงอกงามขึ้น และสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่แท้จริงของเรา

พระเยซูเจ้าได้ทรงปราศรัยกับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ ในเรื่องการปฏิบัติตามพระบัญญัติ บรรดาธรรมาจารย์และฟาริสีได้สอนว่า ความชอบธรรมนั้นเกิดขึ้น เพราะความพึงพอใจในการถือตามกฏระเบียบเท่านั้น ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงชี้ให้พวกเขาเห็นว่า ความคิดของพวกเขานั้นแคบและสั้นเกินไป ส่วนพระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า หัวใจของมนุษย์คือแหล่งที่มาของความปรารถนาต่างๆ การเลือก และความตั้งใจ ถ้าความปรารถนาที่ไม่ดีและเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ได้รับการขจัดออกไป หัวใจก็จะได้รับสิ่งที่เป็นพิษ และร่างกายก็จะเป็นทาสของบาปและราคะตัญหาต่างๆ

พระองค์ทรงยกตัวอย่างเรื่องการฆาตกรรม ฆาตกรจะเริ่มจากความโกรธที่อยู่ในใจ จนแสดงออกมาด้วยการใช้คำพูดและกิจการ ที่ผิดต่อพี่น้องหรือเพื่อนบ้าน มันเป็นความโกรธที่เห็นแก่ตัว ที่ฝังตัวอย่างลึกซึ้ง ที่จะหล่อเลี้ยงความโกรธและการแก้แค้นไว้ ความโกรธในหัวใจ หรือความโกรธที่แสดงออกด้วยคำพูดหรือกิจการ เป็นสิ่งที่ต้องห้าม พระเยซูเจ้าทรงบังคับความโกรธในหัวใจของท่านด้วยพระหรรษทานได้ จนทำให้ไม่มีฆาตรากรอีกต่อไป สิ่งที่จะขจัดความโกรธและความแค้นได้นั้น คือ ความเมตตากรุณา ความใจดี และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่ออกมาจากหัวใจ ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและการให้อภัย พระองค์จึงทรงสั่งเรารักศัตรูและ และสวดภาวนาแก่ผู้ที่เบียดเบียนเรา.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)