วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2020 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

 

ระองค์จะทรงทำให้ความมืดมิด

แห่งความทุกข์ลำบากหมดไป

แต่จะทรงประทานความแข็งแกร่ง

และสันติสุขมาทดแทนให้....

แก่บรรดาคนเหล่านั้นที่เชื่อ

และไว้วางใจในการนำของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

https://youtu.be/yZvwUxOJIQU

 

https://youtu.be/nsMf0WrWovk

 

 ข้าแต่พระบิดา

http://youtu.be/j_AH3X5gtk4

 

 

วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

อ่าน :

อสย 55:10-11

มธ 6:7-15

 

เมื่อพระเยซูเจ้า สอนศิษย์ของพระองค์ 

ในเรื่องการอธิษฐานภาวนานั้น 

พระองค์เน้นว่า อย่าพูดเยอะ แต่ให้ทำเยอะ 

ด้วยการสรรเสริญพระเจ้า  

สำนึกในความอ่อนแอของตน 

ถ้าอยากให้พระเจ้าทำสิ่งใดกับเรา

จำเป็นที่เราต้องทำสิ่งเหล่านั้น

กับเพื่อนพี่น้องก่อนเช่นกัน

 

เสียงของพระเจ้าผ่านทางประกาศกอิสยาห์ 

ตอกย้ำความคิดของพระเจ้านั้น 

อยู่เหนือความคิดของมนุษย์

ดังนั้น ทรงทราบทุกสิ่ง 

แม้มนุษย์ ไม่ได้พูดออกมา

 

หมายเหตุ..

บางคนอาจสงสัย ..ในสิ่งที่คุณพูด

เพราะเขาเชื่อ .. ในสิ่งที่คุณทำ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันอังคารที่ 3 มีนาคม 20 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

บทอ่าน อสย 55:10-11 / มธ 6:7-15

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า พระวาจาของพระเป็นเจ้ามีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านในวันนี้?ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวว่า พระวาจาของพระเป็นเจ้าเหมือนฝนและหิมะ ที่ทำให้พื้นดินที่แห้งแล้ง กลับมีชีวิต และอุดมสมบูรณ์ (อสย 55:10-11) พระวาจาของพระเป็นเจ้าก็ทำให้หัวใจที่เหี่ยวแห้งของเรา กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราปล่อยให้พระวาจาของพระเป็นเจ้าหยั่งรากในหัวใจของเรา มันจะเปลี่ยนแปลงให้เราละม้ายคล้ายกับพระเป็นเจ้า และเพิ่มพลังให้เราเดินในหนทางแห่งความรักและความศักดิ์สิทธิ์ พระเป็นเจ้าทรงต้องการให้พระวาจาของพระองค์นำทาง และทำให้เส้นทางของเราเป็นไปอย่างที่เราต้องการ อย่างที่เรากระทำ และอย่างที่เราสวดภาวนา นักบุญอัมโบรส (ค.ศ.339-397) ปิตาจารย์ในสมัยแรก และพระสังฆราชแห่งมิลานได้เขียนถึงเหตุผลว่า ทำไมเราต้องอุทิศเวลา เพื่ออ่านพระคัมภีร์ เพื่อเราจะได้ฟังว่า พระคริสตเจ้ากำลังตรัสกับเรา “ท่านไม่มีพระคริสตเจ้าอยู่กับท่านหรือ? ทำไมท่านจึงไม่พูดกับพระองค์? โดยการอ่านพระคัมภีร์ เราก็สดับฟังพระคริสตเจ้า”

เราสามารถเข้าหาพระเป็นเจ้าด้วยความมั่นใจ เพราะว่าพระองค์กำลังคอยเรา ด้วยวงแขนที่เปิดออก เพื่อรับลูกสุรุ่ยสุร่าย ทั้งชายและหญิง และด้วยเหตุนี้เอง ทำไมพระเยซูเจ้าจึงได้สอนให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ที่สมบูรณ์แบบ ที่กล้าเรียกพระเป็นเจ้าว่า เป็นพระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย บทภาวนานี้สอนเราให้วิงวอนของพระเป็นเจ้า ในสิ่งต่างที่เราต้องการ เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ใช่เฉพาะในปัจจุบันนี้เท่านั้น  แต่สำหรับนิรันดรภาพด้วย เราสามารถเข้าหาพระเป็นเจ้า พระบิดาของเราด้วยความไว้วางใจ และด้วยความกล้าหาญ เพราะว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงเปิดประตูสู่สวรรค์เพื่อเรา ผ่านทางความตายและการกลับคืนพระชนม์ชีพ...”ข้าแต่พระบิดาเจ้าสวรรค์ พระองค์ได้ประทานจิตใจที่จะรู้จักพระองค์ให้แก่ลูก ให้มีอำเภอใจที่จะรับใช้พระองค์ ให้มีหัวใจที่จะรักพระองค์ โปรดประทานพระหรรษทานและพละกำลังแก่ลูก เพื่อให้ลูกกระทำสิ่งที่พอพระทัยของพระองค์ เหมือนที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพระบิดาเจ้าสวรรค์ อาแมน.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)