วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020 วันศุกร์หลังวันพุธรับเถ้า

 

มือที่สวยงาม...ปรนนิบัติรับใช้

เท้าที่สง่างาม...นำข่าวดีไปประกาศ

ใจที่งามผุดผ่อง...ใจที่ถ่อมสุภาพ

ปากที่ทรงพลัง....ปากที่พูดพระวจนะ

 

บทอ่านประจำวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020

วันศุกร์หลังวันพุธรับเถ้า

https://youtu.be/0OVhFKUU6UA

 

https://youtu.be/ytE6OfUEUuw

 

 พระเจ้าดีต่อฉัน

http://youtu.be/_7VTjITn6_U

 

 

 

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020

วันศุกร์หลังวันพุธรับเถ้า

อ่าน :

อสย 58:1-9ก 

มธ 9:14-15

 

ศิษย์ของยอห์น พลาดเป้าหมายที่แท้จริงของ การจำศีล

อดอาหาร เพื่อชำระจิตใจของตนให้เป็นคนบริสุทธิ์

ในการเตรียมรับพระแมสสิยาห์ 

เพราะขณะที่กายจำศีลอดอาหาร

แต่จิต ยังว้าวุ่น อยู่กับความอิจฉา แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น

 

ประกาศกอิสยาห์ร้องเตือน....“เปล่าประโยชน์”..

ถ้าขณะที่กายจำศีล แต่จิตยังมุ่งแสวงหาผลประโชน์ส่วนตน 

จนข่มเหง เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น โต้เถียง 

ด้วยเสียงกร่นด่า ต่าง ๆนานา 

การจำศีลอดอาหาร ที่พระเจ้าทรงปรารถนานั้น คือ

การส่งเสริมความยุติธรรม นำความสุขสู่ผู้อื่น ด้วยการแบ่งปัน

ไม่เบือนหน้าหนี..คนที่มาขอความช่วยเหลือ

 

หมายเหตุ..

เพื่อจะมีชีวิตที่สดใส

หมั่นให้ความสนใจ

กาย กับ จิต

ให้เติบโต ไปด้วยกัน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันศุกร์ 28 กุมภาพันธ์ 20 หลังวันพุธรับเถ้า

บทอ่าน อสย 58:1-9 / มธ 9:14-15

การจำศีลอดอาหารหมายถึงการรับประทานอาหารอิ่มเพียงวันละมื้อเดียว ส่วนการอดเนื้อหมายถึงการอดเนื้อสัตว์ทุกชนิด คริสตชนคาทอลิกที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุย่างเข้า 60 ปี จะต้องจำศีลอดอาหาร ส่วนคริสตชนคาทอลิกที่มีอายุครบ 14 ปี  จะต้องอดเนื้อสัตว์ทุกชนิด กาลเวลาได้เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับกับกฎเรื่องการจำศีลอดอาหารและการอดเนื้อ ในอดีต มีการอดเนื้อและการจำศีลอดอาหารทุกวันศุกร์ ในเทศกาลมหาพรต และในคณะนักบวชบางคณะ ได้อดเนื้อในอาหารทุกมื้อ ตั้งแต่วันฉลองมหากางเขน (14 กันยายน) จนถึงวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ แต่การปฏิบัติดังกล่าวกลายเป็นเรื่องในอดีตสำหรับคนยุคใหม่ การผ่อนปรนในเรื่องนี้ น่าจะทำให้คริสตชนคาทอลิกทำตัวให้ดีขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้การจำศีลอดอาหารและอดเนื้อได้รับการผ่อนปรน เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่หนักเกินไป

พวกฟาริสีและบรรดาศิษย์ของท่านยอห์น ได้ถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมพวกเราและพวกฟาริสีจำศีลอดอาหาร แต่ศิษย์ของท่านไม่จำศีลเลย?” พระเยซูเจ้าได้ทรงให้เหตุผลว่า “ผู้รับเชิญมาในงานแต่งงาน ขณะที่เจ้าบ่าวอยู่กับเขา แต่จะมีวันหนึ่ง ที่เจ้าบ่าวจะถูกยกไป วันนั้นเขาจะจำศีลอดอาหาร” เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันนี้ มีความหิวโหยและการขาดแคลนอาหารอยู่ทุกมุมโลก ถ้ายิ่งมีกฏเพื่อให้ทุกคนจำศีลอดอาหาร คนยากจนก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เพราะในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาได้จำศีลอาหารมากกว่าที่กฏได้กำหนดไว้ ขณะที่คนร่ำรวยเท่านั้น ที่จะได้ประโยชน์จากการถือกฎเกณฑ์นี้ การจำศีลอดอาหารที่เป็นที่พอพระทัยของพระเป็นเจ้า คือ “การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน ไม่ใช่การที่จะปันอาหารของเจ้าให้กับผู้หิว และนำคนยากจนไร้บ้านเข้ามาในบ้านของเจ้า เมื่อเจ้าเห็นคนเปลือยกายก็คลุมกายเขาไว้ และไม่ซ่อนตัวของเจ้าจากญาติของเจ้าเอง ดอกหรือ”(อสย 58:6-7)

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)